เมืองไวศาลีในประเทศอินเดีย มีพระราชโอรสพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่าโยกุณ ทุกวันใช้ชีวิต
อย่างฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย ไม่ทุกข์ไม่กังวล มีแต่เที่ยวเล่นหาความสุข ดังนั้นผู้คนในเมืองต่างรู้จัก
พระองค์ดี
      วันหนึ่ง พระพุทธองค์ทรงเรียกพระอานนท์มาตรงหน้าพระพักตร์ และทรงตรัสว่า
      “อานนท์ ท่านทราบถึงการวางตัวของพระราชโอรสโกกุณหรือไม่?”
      “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้ารู้จักพระราชโอรสโยกุณ เป็นผู้มักมากในกามตัณหา”
      “อานนท์ ผู้ที่มากด้วยตัณหา จะได้รับผลตอบแทนอย่างไร?”
      “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เช่นราชโอรสโยกุณนี้ เมื่อสิ้นชีวิตลงย่อมจะตกสู่นรก ได้รับความทุกข์
จากการเวียนว่ายในกะทะน้ำมัน”
      “ถูกต้อง เราสงสารราชโอรสโยกุณ เนื่องจากใช้ชีวิตอย่างครื้นเครง อายุขัยของเขา จึงเหลือ
เพียงเจ็ดวัน หากไม่แก้ไขสำนึกผิดแล้ว หลังจากนี้อีกเจ็ดวันจะต้องตกสู่นรกภูมิ อานนท์ ท่านจงไป
ยังบ้านของเขา ณ บัดนี้ เตือนให้เขาออกบวช”
      พระอานนท์รับพระบัญชาจากพระพุทธองค์ จึงไปยังตำหนักของพระราชโอรสโยกุณ ราชโอรส
โยกุณเห็นพระอานนท์มาถึง ก็ทรงออกมาต้อนรับด้วยความดีพระทัย ทั้งยังตรัสว่า
      “ขอต้อนรับการมาเยือนของพระอานนท์ นานแล้วที่ไม่ได้พบหน้ากัน ขอเชิญพระเถระ นำหลักธรรมของพระพุทธองค์อันแยบยลมาชี้แนะด้วย”
      เมื่อทุกคนนั่งลงและดื่มน้ำชาแล้ว พระอานนท์จึงมีท่าทางเคร่งขรึม พูดกับพระโอรสโยกุณ 
ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
      “วันนี้ ข้าน้อมรับพระบัญชาจากพระพุทธองค์มาพบพระองค์เป็นพิเศษ” เมื่อพูดถึงตรงนี้ 
พระอานนท์ก็จ้องมองไปที่พระพักตร์ของพระราชโอรสโยกุณ พระองค์ยังทรงเป็นเฉกเช่นเมื่อก่อน 
ไม่มีความทุกข์กังวลใด ๆ พระอานนท์จึงพูดต่อว่า
      “พระพุทธองค์ทรงทราบว่าพระราชโอรสจะมีเคราะห์ภัยใหญ่มาถึงตัว อายุขัยของพระองค์ เหลือ
เพียงเจ็ดวัน ดังนั้นในขณะนี้ยังไม่สิ้นลมหายใจ ต้องการให้พระองค์ทรงขจัดกิเลสตัณหาต่าง ๆ 
ออกบวชบำเพ็ญธรรม ต่อไปภายภาคหน้าจึงสามารถหลุดพ้นจากความทุกข์ได้”
      พระราชโอรสเมื่อทรงได้ยินคำพูดเช่นนี้ พระพักตร์กลายเป็นสีซีดเผือด ทั้งตกใจทั้งหวั่นกลัว 
แทบตั้งรับไม่ทันผ่านไปสักครู่ พระองค์ค่อย ๆ ได้สติขึ้นมา จึงตรัสว่านิสัยสันดานของพระองค์
หนักหนายิ่งนัก ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในชั่วเวลาหนึ่ง แม้จะมีชีวิตเพียงเจ็ดวัน พระองค์ก็ยัง
ไม่ยินยอมปล่อยวาง จึงอ้อนวอนพระอานนท์ว่า
      “พระเถระ ข้าหวาดกลัวการได้รับความทุกข์ในนรก จึงตัดสินใจติดตามพระพุทธองค์ออกบวช 
แต่ว่าได้โปรดอนุญาตให้ข้าหาความสุขอีกสักหกวันเถิด”
พระอานนท์รู้จักนิสัยของพระองค์เป็นอย่างดี ก็อนุญาต มาถึงวันที่หก พระราชโอรสโยกุณตัดสินใจ
จากผู้คนในวัง สุดท้ายใช้เวลาตลอดหนึ่งวัน ติดตามพระพุทธองค์ออกบวช มหาเมตตาของ
พระพุทธองค์ทรงให้ความสะดวกในการส่งเสริมพระราชโอรสตลอดคืน และให้รับศีล ในวันที่เจ็ด
ผ่านไป พระราชโอรสโยกุณทรงประชวรและสิ้นพระชนม์ไป ถึงตอนนี้พระอานนท์ทูลถาม
พระพุทธองค์ว่า
      “พระราชโอรสโยกุณ ชาตินี้จะไปยังแห่งหนไหน?”
      “โยกุณ แม้จะมีเพียงคืนเดียวที่บำเพ็ญถือศีล แต่ว่าบัดนี้เขาถือกำเนิดในจตุมหาราชิก ไปเป็น
บุตรชายของท้าวเวสสุวรรณ มีอายุขัยห้าร้อยปี จากนั้นก็จะไปจุติในดาวดึงส์ มีอายุขัยหนึ่งพันปี 
จากนั้นก็จะไปจุติในสวรรค์ชั้นยามะ มีอายุขัยสองพันปี นอกจากนี้ยังต้องไปจุติ ในสวรรค์ชั้นดุสิต
ชั้นนิมมานรดี ชั้นปรนิมมิตวสวัสดี มีอายุขัยนับหมื่น ๆ ปี รอจนเสวยผลบุญหมดสิ้น สุดท้ายก็จะจุติ
ลงในโลกมนุษย์ ออกบวชศึกษาธรรม บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต”       มีเพียงหนึ่งคืนแห่งการออกบวชบำเพ็ญ บุญกุศลทีได้รับ ก็ไม่อาจคาดเดาประมาณได้ หลังจาก
ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสถึงสถานที่ที่ราชโอรสโยกุณจะไปจุติแล้ว มีคนมากมายยินยอมออกบวช 
ติดตามพระพุทธองค์บำเพ็ญ...