ในหลายชาติของพระพุทธองค์ก่อนที่จะสำเร็จเป็นพระพุทธะนั้น มีครั้งหนึ่ง ได้เกิดเป็น
พญานาคราชที่มีฤทธิ์เดชมหาศาล มันมีร่างกายที่ใหญ่โตมาก มีดวงตาที่น่ากลัวคู่หนึ่ง หากว่ามีคน
ไปแหย่มัน มันจะใช้ดวงตาอสรพิษจ้องมองจนคน ๆ นั้นตาย คนที่มีร่างกายแข็งแรง แม้ว่าจะไม่ตาย
เลยทีเดียว เพียงแค่มันพ่นลมหายใจใส่ทีหนึ่ง ก็ทำให้คนตายได้ ด้วยเหตุนี้มันจึงทำร้ายชีวิตจำนวน
มากมายทีเดียว

      แต่วันหนึ่ง มันถูกผู้บำเพ็ญธรรมคนหนึ่งสยบมันลงได้ ผู้บำเพ็ญธรรมคนนั้นใช้พุทธธรรมมา
สยบมัน จึงไม่มีการปะทะกัน ไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ พญานาคราชที่แข็งแกร่ง ยอมรับฟังคำพูด
ของผู้ออกบวชด้วยความจริงใจ ซึ่งผู้ออกบวชได้กล่าวว่า

      “สิ่งที่มีชีวิตจิตใจในจักรวาลนี้ กิเลสที่รุนแรงที่สุดก็คือ ชีวิตอมตะของตนเอง ดังนั้น การทำลาย
ชีวิตของคนอื่นย่อมไร้ซึ่งคุณธรรม ผู้ที่ถูกทำร้ายย่อมจะโกรธแค้น ความโกรธแค้นนี้จะสิ้นสุด เมื่อเขา
ได้แก้แค้นเอาคืน ดังนั้นการทำร้ายผู้อื่น ก็ย่อมถูกผู้อื่นทำร้าย หากว่าเจ้าสามารถถือปฏิบัติละจากการ
ฆ่าได้ ไม่ทำร้ายชีวิตสรรพสัตว์ แรงแห่งบุญกุศลนี้ สามารถฉุดช่วยให้คนพ้นจากความทุกข์ได้ 
เหมือนกับเจ้าที่สามารถสละกายสังขารอันหนักอึ้งนี้ไปได้ พ้นห่างจากภูมิเดรัจฉาน ไปจุติในสวรรค์”

      พญานาคราชเชื่อในหลักธรรมนี้ มันหวังว่าจะหลุดพ้นจากภูมิเดรัจฉาน ร่างกายที่หนักอึ้งนี้ 
มันทำให้เขาเป็นทุกข์กังวลและไม่อิสระ ดังนั้นจึงตั้งสัตย์จะปฏิบัติตามคำสอนของผู้บำเพ็ญธรรม 
จะไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอีก

      นับตั้งแต่นั้นมามันก็ไม่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตอีก แม้กระทั่งหนอนเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง มันยอมอดยอมหิว 
ทนกับความหิวโหยมันไม่กล้าจะทำร้ายมัน จิตใจของมันก็ค่อย ๆ สว่างขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ดุดันเฉกเช่น
ในอดีตที่ชอบโมโห นิสัยเลวร้ายของสัตว์เดรัจฉานก็ค่อย ๆ ขจัดทิ้งไป มันไม่เหมือนนาคราช แต่มัน
เหมือนพระโพธิสัตว์ไปแล้ว ถึงตอนนี้ มันค้นพบเจอถ้ำในป่าลึกแห่งหนึ่ง มันจึงหลบอยู่ในนั้นตั้งใจ
บำเพ็ญ

      ผ่านไปนานแสนนาน วันหนึ่ง ขณะที่มันออกมานั่งสมาธิอยู่นอกถ้ำ บางทีมันอาจจะฝึกฝนจน
เกินไป ร่างกายจึงอ่อนล้า จึงเผลอหลับไป ท่านอนของพญานาคราชน่าดูมาก มันอ่อนนุ่มดุจไหม
สักหลาด เกล็ดบนตัวของมันส่องสะท้อนมีสีสันงดงามเหมือนกับพลอยล้ำค่ากองหนึ่ง นายพราน
คนหนึ่งออกล่าเหยื่อมาถึงที่นี่ เมื่อเห็นมันเข้าเขาก็บังเกิดความชอบ เขาคิดว่าหากว่าได้หนัง
พญานาคราชที่สวยงามตัวนี้ไปถายแก่องค์ราชันย์ย่อมจะเป็นของขวัญที่หาค่าประเมินไม่ได้ 
ย่อมจะได้รับการตบรางวัลมากมายจากองค์ราชันย์ ถูกแล้ว! อย่าปล่อยโอกาสให้หลุดลอย รีบลงมือ
เถิด

      ดังนั้นเขาจึงใช้กระบองเหล็กทุบลงไปบนหัวพญานาคราช เอาดาบที่คมกริบออกมา เริ่มแล่หนัง
ของมันออก
      พญานาคราชรู้ว่ามีคนจะแล่หนังของมัน มันคิดว่า
      “กำลังกายของข้าสามารถถล่มทลายภูเขาแม่น้ำได้ไม่มีกำลังใด ๆ ที่จะต้านทานข้าได้ คน ๆ 
หนึ่งแม้จะตัวใหญ่ ข้าเพียงแต่บิดขี้เกียจสักนิดก็ทำร้ายเขาได้แล้ว  แต่ข้าก็ทำเช่นนี้ไม่ได้ ข้าได้ตั้ง
สัตย์ว่าจะรักษาศีลแล้ว เพื่อหวังว่าจะหลุดพ้นจากภูมิเดรัจฉาน ช่างมันเถอะ ทนเจ็บสักหน่อย 
ให้นายพรานสมความปรารถนาก็แล้วกัน ข้าก็คล้อยตามโอกาสที่จะละทิ้งซึ่งเนื้อหนังอันสกปรกนี้ 
เพื่อมุ่งมั่นสร้างบุญกุศลบำเพ็ญธรรม บางทีอาจจะได้ขึ้นไปจุติยังสวรรค์ก็ได้”
      เมื่อคิดได้เช่นนี้ พญานาคราชจึงปิดตา กำหนดลมหายใจ เริ่มเพิ่งพิจารณา
      “เมตตา เมตตา สงสารคน ๆ นี้ เสียสละตนเองให้เขาไป”

      ด้วยเหตุนี้ มันสามารถสงบจิตสงบใจปล่อยให้นายพรานแล่เนื้อเอาไปตามใจชอบ ดังนั้นเขา
สามารถอดทนต่อความเจ็บปวดทางร่างกายได้ โดยไม่บังเกิดความเคียดแค้นในจิตใจเลย
หนังถูกแล่ไปแล้ว เนื้อแดง ๆ เต็มไปด้วยเลือด แสงแดดจ้าสาดส่องมาที่ร่างกายของมัน เหมือนกับ
เพลิงไปกำลังเผาไหม้มัน เหมือนกับว่ากำลังได้รับการลงโทษด้วยความเวทนา หมู่นกในป่า 
ตลอดจนแมลงต่าง ๆ พวกมันได้กลิ่นคาวเลือดของพญานาคราช จึงพากันมากินเนื้อบนร่างกาย
มันสัตว์เล็ก ๆ เกาะอยู่เต็มตัวของมัน เจ็บปวดเหมือนแตกเป็นเสี่ยง ๆ มันคิดจะพลิกตัว หรือม้วนตัว
หลายตลบเพื่อคลายความเจ็บปวด แต่สุดท้ายมันต้องพยุงตัวมันเอาไว้ มันไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
เลยแม้แต่น้อย เพราะมันอาจจะทับชีวิตเล็ก ๆ ตายได้ เพื่อจะรักษาศีลไม่ฆ่าสัตว์ และบริจาคทาน 
จึงนอนตัวเกร็งอยู่ตรงนั้น มันตั้งสัตย์ปณิธานด้วยความจริงใจว่า
      “ยินยอมที่จะนำชีวิตทั้งหมดนี้ บริจาคแก่เหล่าเวไนย์ทั้งปวง เพื่อรักษาศีลบริสุทธิ์ มีวันหนึ่งบรรลุ
เป็นพระพุทธะ ข้าก็ยินยอมที่จะนำพุทธธรรมบริจาคให้เวไนย์ ทำให้พวกเขาได้รับรู้สัทธธรรมอัน
สูงส่ง”
      ถึงตอนนี้กายเนื้อของมันแห้งเหี่ยวแล้ว มันก็ไปจุติยังดาวดึงส์

      พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญธรรมตามเหตุปัจจัย สิ่งที่ยากดำเนินก็ทรงดำเนินไปได้ โพธิพุทธธรรม
มิใช่สิ่งที่จะแสวงหามาได้ง่าย ๆ...