ในอดีตมีสตรีนางหนึ่งที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมและปัญญา มักจะสดับฟังธรรมเทศนาเสมอ
จนกระจ่างแจ้งในชีวิตคนที่สั้นนักและมีความทุกข์ หากว่าไม่บำเพ็ญศึกษาพุทธธรรม ก็จะทำให้หลง
กระทำผิดได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายต่างต้องตกสู่การเวียนว่ายในคติหก ไม่ว่านางจะวุ่นอยู่
กับการดูแลครอบครัว แต่ก็ไม่ลืมที่จะสวดท่องพุทธะในทุกการกระทำด้วยความวิริยะ
      แม้แต่เพื่อนบ้านต่างก็ได้รับการตักเตือนจากนาง ติดตามนางบำเพ็ญศึกษาด้วยความขยัน
หมั่นเพียร ทุกคนดื่มด่ำในพุทธฉายา ทำให้ดำรงชีวิตอย่างมีความสุข

      แต่มีเรื่องที่น่าเสียใจเรื่องหนึ่ง คือนางไม่สามารถที่จะตักเตือนสามีของตนเองได้ บางทีอาจจะ
เป็นเพราะเหตุปัจจัยยังไม่สุกงอม แต่หากว่าเป็นคนที่มีรากญาณที่ย่ำแย่ ไม่สามารถรับรู้พุทธธรรมได้
นั่นก็มิยิ่งแย่ไปหรอกหรือ? หญิงผู้นี้ได้แต่ครุ่นคิดจึงกังวลใจมาก นางคิดมาคิดไปก็ยังคิดไม่ออก

      วันนี้เห็นเด็ก ๆ ข้างบ้าน ถึงกระดิ่งทองเหลือเล่นอยู่ที่ประตูหน้าบ้าน ทันใดนั้นนางเกิดความคิด
ขึ้นมาซึ่งเป็นวิธีการที่ดีวิธีหนึ่งที่เล่นเข้ามาในสมอง

      ในเย็นวันนั้น เมื่อสามีกลับถึงบ้าน หญิงคนนี้ก็พูดว่า
      “หมู่นี้มีข่าวลือว่ามีขโมย ท่านออกจากบ้านไป ข้าอยู่บ้านเพียงลำพัง ไม่มีใครดูแลประตู 
อันตรายยิ่งนัก จะต้องปิดประตูเอาไว้ ข้าคิดจะซื้อกระดิ่งทองเหลืองแขวนไว้ที่ประตู เมื่อท่านกลับมา
ให้สั่นกระดิ่งหลาย ๆ ที ทุกครั้งที่สั่นกระดิ่งให้ท่องสัญญาณว่า นโมอมิตพุทธ ข้าก็จะรู้แล้วมาเปิด
ประตูให้ เช่นนี้ก็สามารถป้องกันขโมยได้ และข้าจะได้ทำงานในครัวอย่างวางใจ”
      สามียิ้มและพยักหน้าว่า
      “ดี เป็นวิธีที่ดีที่เธอคิดออกมาได้”

      นับแต่นั้นมา เมื่อสามีกลับมาถึงจะต้องสั่นกระดิ่งทองเหลือง ท่องพุทธฉายา เขาก็ได้สร้างนิสัย
การสวดท่องพุทธะไปโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากสามีของนางไม่เคยได้ฟังสัทธรรม จึงแยกแยะความดี
ความเลวได้ไม่ชัดเจนเหมือนคนภายนอก ที่ปล่อยตนเองให้กระทำไปตามสิ่งแวดล้อมที่เย้ายวน 
ด้วยเหตุนี้เมื่ออนิจจังมาถึง เมื่อล้มเจ็บรักษาไม่หายต้องละจากโลกนี้ไป ก็ไม่ได้อะไรไปด้วย ได้แต่
แบกบาปกรรมของตนไปเวียนว่าย ไม่ว่าจะมีความสามารถขนาดไหนก็ไม่อาจหลุดรอด สามีของ
นางถูกส่งไปยังนรก ที่นั่นมีกะทะน้ำมัน ภูเขามีด มีวิธีการลงโทษต่าง ๆ นานา ยมบาลที่ดุร้ายถือ
คราดเหล็กแทงไปยังคนบาปที่มาใหม่ เขาจะใช้คราด แทงคนบาปลงกะทะน้ำมัน บนคราดเหล็ก 
มีห่วงเหล็กส่งเสียงกิ๊ง ๆ ก๊าง ๆ ทำให้คนหนาวจับใจขึ้นมา เสียงของห่วงเหล็ก เสียงกระทบกันของ
เครื่องมือลงทัณฑ์ เหมือนกับเสียงกระดิ่งทองเหลืองที่ประตูบ้านของหญิงผู้นั้น คนบาปที่เพิ่งจะ
มาถึง ก็คือสามีของหญิงนั้น เขาท่องนโมอมิตพุทธไม่หยุดปาก

      น่าประหลาด นรกที่มืดมิดเยือกเย็นบังเกิดแสงสว่างขึ้นมาฉับพลัน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันส่องมา
จากทางไหน ยมบาลหยุดชะงัก แอ่งเพลิงที่ลุกโชนก็ดับลง นรกเปลี่ยนสภาพไปกลายเป็นที่บริสุทธิ์
ร่มเย็น เหล่าวิญญาณที่ถูกลงทัณฑ์ต่างได้รับการพักผ่อน ถึงตอนนี้ท่านพยายมพูดกับยมบาลว่า
      “ส่งคน ๆ นี้ไปยังภูมิมนุษย์ เขามีบุญกุศลในการสวดท่องพุทธฉายา” 
      จากนั้นนรกก็กลับมาสู่สภาพเวทนาดังเดิมแต่สามีของหญิงผูนั้นถูกส่งไปจุติยังมนุษย์ภูมิแล้ว

    บุญกุศลแห่งการสวดท่องพุทธฉายาก็มีมากมายดั่งนี้ หวังว่าผู้ที่ไม่สวดท่องพระพุทธะจะรีบหันมา 
สวดท่องโดยเร็ว...