ครั้งหนึ่งขณะที่พระพุทธองค์ทรงเทศนาสอนสั่งอยู่ในเมืองกุรุ สุโพธิราชาผู้ซึ่งเป็นจ้าวครองเมือง
กุรุนั้นทรงเป็นพระราชบิดาของพระนางยโสธารา 

     เนื่องจากพระองค์ทรงทราบว่าพระพุทธองค์ทรงสละพระธิดาของพระองค์และไปออกบวช 
พระองค์ทรงคับแค้นใจยิ่งนัก ขณะที่พระพุทธองค์อยู่ในระหว่างการบิณฑบาต สุโพธิราชาทรงแสดง
ท่าทางอันป่าเถื่อนมาขวางทางเอาไว้ เพื่อทำลายการบิณฑบาตของพระพุทธองค์อย่างเปิดเผย 
ทั้งยังทรงตรัสต่อพระพุทธองค์ด้วยน้ำเสียงก้าวร้าวว่า
     “ท่านยังมีหน้ามาบิณฑบาตในเมืองของเราอีกหรือ? เราจะมีพระบัญชาให้ประชาชนในเมือง 
ไม่ต้องถวายปัจจัยแก่ท่าน ท่านไม่ต้องการประเทศ ไม่ต้องการพระบิดา ไม่ต้องการภรรยาและบุตร

เข้าป่าไปบำเพ็ญธรรมอย่างคนบ้าคลั่ง แม้ว่าในเมืองของเราจะมีอาหารมากมาย แต่เราไม่สามารถ
ให้กับคนที่ไม่เอาประเทศ ไม่เอาพระบิดา ไม่เอาภรรยาและบุตรได้ ท่านจะต้องออกจากเมืองของเรา
โดยเร็ว”

     เมื่อพระพุทธองค์ทรงสดับเช่นนั้นก็มิได้โกรธกริ้วแต่อย่างใด ทรงอธิบายด้วยความสุภาพ
อ่อนโยนว่า
     “ขอท่านได้โปรดอย่าตำหนิเราเลย เมื่อฟังคำพูดของท่านแล้ว ท่านไม่ควรจะเข้าใจเราผิดเช่นนั้น การออกบวชบำเพ็ญธรรมของเรานั่นมิใช่ว่าเราไม่ต้องการประเทศ ไม่ต้องการพระบิดา พระมารดา 
ไม่ต้องการภรรยาและบุตร แต่เราจะนำเอาโลกนี้ให้เป็นเสมือนประเทศของเรา มองดูเวไนย์ทั้งปวง
ดุจบิดามารดา พี่น้องบุตรภรรยาของเรา ซึ่งก็มิได้ผิดต่อคำสัตย์ปรารถนาของเรา เราได้บรรลุ
มรรคผลมีบุญวาสนามีปัญญาที่เพียบพร้อม จักรวาลก็เป็นหนึ่งเดียวกับเรา ความเมตตาของเรา ปกแผ่
ไปทั่ว ท่านเป็นเจ้าครองเมืองกุรุ ท่านควรจะรักและปกป้องประชาชนในเมืองของท่าน ส่วนเราเป็น
พระพุทธเจ้าแห่งโลกา เราก็สมควรที่จะรักษาปกป้องเวไนย์ทั้งปวง ท่านมีความรักเห็นใจในบุตรธิดา 
เราเห็นใจในความรู้สึกของท่าน แต่ว่า ท่าอยู่เบื้องหน้าสัจธรรมแห่งองค์ตถาคต ควรจะละทิ้งซึ่งการ
ใช้ใจเช่นนี้ ท่านสามารถไตร่ตรองได้อย่างรอบคอบ ท่านก็จะรู้ว่าเมืองนี้มิใช่เป็นของท่าน อาหาร
ก็มิได้เป็นของท่านเพียงผู้เดียว ท่านมีเพียงกรรมดีกรรมชั่ว เป็นของท่าน ประชาชน อาหาร ท่านย่อม
จะมีวันจากมันไป ส่วนกรรมดีและกรรมชั่วนั้นจะคอยติดตามท่านไป”

     หลักธรรมแห่งพระพุทธองค์นี้ สุโพธิราชาสดับฟังแล้วยังคงไม่รู้แจ้ง ทรงปฏิบัติต่อพระพุทธองค์
อย่างไร้มารยาท แม้ว่าพระพุทธองค์จะทรงเมตตาไม่โกรธแค้นในพระทัย แต่กรรมที่ทุกคนได้ก่อไว้ 
ตนเองย่อมจะหนีผลกรรมนั้นไม่พ้น จากนั้นไม่เกินเจ็ดวันสุโพธิราชาก็ป่วยหนักและสวรรคตไป...