ในอดีตมีคนยากจนคนหนึ่ง รับจ้างเป็นกรรมกร พอเขาเริ่มสะสมเงินได้เล็กน้อย ก็นำไปทำการค้า
เล็ก ๆ  เขาพยามยามต่อสู้ดิ้นรนท่ามกลางความยากจน เขาไม่เชื่อว่าเขาจะต้องอับจนไปตลอดชีวิต 
คนที่ตกอับไม่มีหนทางแล้วคิดจะร่ำรวยก็มิใช่เรื่องง่าย เขาได้แก่อาศัยฟ้า
     ทุกวันตอนเช้าเย็นเขาจะต้องจุดธูปหนึ่งดอก กราบไหว้ท้าวสักกะเทวราชด้วยความเคารพ วอน
อธิษฐานให้ท้าวสักกะทรงประทานทรัพย์สินและวาสนาให้แก่เขา เขามีความศรัทธามาก กราบไหว้ 
รอคอย เขาทำเช่นนี้นานถึงสิบสองปี ไม่เคยหยุดเลยสักวัน แม้ว่าคนจะยากจน แต่เข้าตั้งใจทำงาน
จริงจังแต่เขาก็ยังมีข้อดีอยู่ข้อหนึ่งคือ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปด้วยความทุกข์สักเพียงไร เขาก็ไม่
หยิบยืมเงินทองจากผู้อื่นทุกวันเขาตั้งใจทำมาหากินเลี้ยงชีพ
      ความจริงใจความตั้งใจของคนจนนี้ ทำให้ท้าวสักกะซาบซึ้งใจมาก ในคืนวันหนึ่ง ขณะที่กำลัง
จุดธูปวอนอธิษฐานเฉกเช่นทุกวันนั้น ทันใดนั้นก็มีคน ๆ หนึ่งไม่รู้ว่ามาจากไหน ยืนอยู่ตรงหน้าเขา 
คนยากจนตกใจถอยหลังไปหลายก้าวและเขาก็จ้องมองอีกที ก็เป็นคนที่ไม่เคยรู้จัก แต่ผู้ที่มามิได้มี
เจตนาร้าย ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากถามนั้น ก็ได้ยินเสียงคนที่มาพูดว่า
      “เจ้าไม่ต้องกลัว ข้ามาช่วยเหลือเจ้า มิใช่มาทำร้ายเจ้า”
      “ท่านเป็นใครกัน?” คนยากจนถามด้วยความหวาดระแวง
      “เราคือท้าวสักกะที่เจ้ากราบไหว้ทุกเช้าเย็นไงหล่ะ สิบสองปีมาแล้ว ได้รับการถวายด้วยความ
จริงใจจากเจ้าวันละสองเวลา เราเห็นว่าเจ้าเป็นคนซื่อ จึงรับคำอธิษฐานของเจ้า บัดนี้เรามีขวด
ใบหนึ่ง เรียกว่า ขวดบารมีเจ้าเอาไปดูแลรักษาให้ดี ขอเพียงเจ้าคิดอยากได้สิ่งใด ขวดบารมีนี้จะ
ทำให้เจ้าสมดังปรารถนา”
      หลังจากที่ท้าวสักกะมอบขวดให้ชายยากจนก็หายวับไปทันที ชายยากจนรับขวดใบนี้มาด้วย
ความสงสัย แค่ขวดใบหนึ่ง จะให้ข้าสมความปรารถนาได้อย่างไร? มันจะมีราคาสักเท่าไรกันเชียว? 
อย่างน้อย ๆ ก็ได้ชุดเสื้อผ้าสวยงามสักชุดก็ยังดี เมื่อเขาคิดถึงตรงนี้ ก็มีอาภรณ์สวยงามชุดหนึ่ง
ออกมาจากขวดบารมีโดยที่เขาไม่ได้ตั้งตัว ชายยากจนดีใจมากก็เอาเสื้อผ้าชุดนั้นมาสวมใส่ ทำให้
ดูมีราศีและยังพอดีตัวอีกด้วย เขามองดูชุดสวยงามที่เขาสวมใส่ เขาก็คิดว่า มีเสื้อผ้าสวยงามชุดนี้
แล้ว แต่ว่าหมวกกับรองเท้าก็ขาดหมดแล้ว หากว่ามีหมวกใบใหม่กับรองเท้าคู่ใหม่สักคู่ก็คงจะดี 
ถึงจะเข้าชุดกัน  เมื่อเขาคิดถึงตรงนี้ หมวกและรองเท้าก็มาวางเรียงอยู่ต่อหน้าเขา เขาก็รีบสวมมัน
ขึ้นมา และรู้สึกว่ามันเข้าชุดกันดี โดยเฉพาะรองเท้าที่สวยงามคู่นั้น เวลาวิ่งแล้วรู้สึกเบาดี และใส่
สบายด้วย เสื้อผ้าที่สุภาพสวยงามชุดนี้ ทำให้ดูแล้วเหมือนคนมีเงิน แต่ว่าเขาลูบคลำที่กระเป๋าดู 
ในกระเป๋าว่างเปล่า เขาคิดว่า ทางที่ดีน่าจะมีเงินติดตัวบ้าง เมื่อเขาบังเกิดความคิดนี้ กระเป๋าสองข้าง
ก็มีเงินอยู่เต็มกระเป๋า เขาดีใจเป็นที่สุด เขารู้ว่านี่คือความมหัศจรรย์ของขวดบารมี
      ดังนั้นเขาจึงถือขวดบารมีนี้เดินวนไปรอบบ้านด้วยความสบายใจแต่ว่าเมื่อเขาไม่ทันระวัง เขาเงย
หน้าขึ้นก็ไปชนกับวงกบประตู เขามองดูบ้านที่เล็กและต่ำเช่นนี้ด้วยความรำคาญใจเขาคิดในใจว่า 
หากว่ามีบ้านหลังใหญ่ก็ดีนะสิ ทันใดนั้นบ้านพัง ๆ หลังเล็กนี้ก็กลายเป็นบ้านสูงใหญ่สวยงามใน
พริบตา มีห้องรับแขก มีห้องครัว มีห้องนอนเล็กใหญ่ นี่เป็นบ้านที่เขาไม่เคยอาศัยอยู่มาก่อนเลย
ในชีวิตนี้ ภายในห้องก็มีอุปกรณ์ครบครันให้หยิบใช้สอยได้ มีทรัพย์สมบัติเต็มคลัง มีข้าทาสบริวาร 
ความฝันที่เขาเคยคิดอยากเป็นเศรษฐีบัดนี้มันเป็นความจริงขึ้นมาแล้ว

      ความยากลำบากหลายสิบปีที่ผ่านมา ได้กลายเป็นมหาเศรษฐี มีเงินทองให้ใช้ตามอำเภอใจ 
มีสาวใช้คอยปรนนิบัติ จะกินจะเที่ยวก็ไม่มีใครขัดขวาง ในสภาพความร่ำรวยนี้ ทำให้ชีวิตความ
เป็นอยู่ของเขาเปลี่ยนแปลง แม้แต่นิสัยก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป เขาไม่สมถะอย่างอดีต เขามักจะโอ้อวด
ต่อมิตรสหาย โอ้อวดต่อเพื่อนบ้าน มีท่าทียิ่งยโสเกียจคร้าน ปล่อยปละละเลย แม้แต่การกราบไหว้
วันละสองเวลายังกลายเป็นเรื่องน่ารำคาญ ต่อมาเขาก็หยุด เขาคิดว่าวันนี้ร่ำรวยมั่งคั่งเช่นนี้แล้ว 
ยังจะต้องไหว้ท้าวสักกะอีกทำไม เขามิได้คิดว่าทำไมตนเองถึงร่ำรวยมีวันนี้มาได้

      วันหนึ่ง เป็นวันเกิดของเศรษฐีคนนี้ เพื่อจะอวดความร่ำรวย เขาจึงจัดเลี้ยงอย่างใหญ่โตมโหฬาร 
เชิญญาติสนิทมิตรสหายทั้งใกล้และไกลมาร่วมงาน ในวันนี้มีคนมาร่วมงานมากมาย งานเลี้ยงเริ่มขึ้น เมื่อดื่มเหล้าไปสักพักหนึ่ง ก็มีเพื่อนคนหนึ่งถามขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจว่า
      “สหายเอ้ย! เมื่อก่อนท่านยากจนข้นแค้นมาก แต่ทำไมชั่วพริบตาเดียวกลายเป็นเศรษฐีไปได้ 
ท่านจะบอกเล่าความเป็นมาให้พวกเราฟังหน่อยได้หรือไม่?”
เขาดื่มเหล้าเข้าไปจนเคลิบเคลิ้ม เมื่อได้ยินสหายถามเช่นนี้ ก็ตอบกลับไปอย่างสุขใจว่า
      “ข้ามีขวดบารมีใบหนึ่ง ขวดบารมีนี้มันจะให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าต้องการ นี่ก็คือสาเหตุที่ข้าร่ำรวย
ขึ้นมาในวันนี้”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา แขกเหรื่อในงานต่างจ้องมองเขาด้วยสายตาประหลาด ทั้งยังขอร้องให้
เขานำขวดบารมีออกมให้ชมเป็นขวัญตา เขาก็ไม่ปฏิเสธ หยิบขวดบารมีออกมาจากถุงผ้า ทั้งยังทำ
การทดลองให้ทุกคนได้ชม ขวดบารมีนี้ไม่เคยละทิ้งความขลัง

      ขณะที่แขกเหรื่อกำลังพูดคุยกล่าวขานถึงมัน เขาก็คิดขึ้นมาได้ฉับพลันว่า
      “ขวดใบนี้ ใหญ่เพียงแค่นี้ ก็ไม่ค่อยจะน่าเกรงขามสักเท่าไร หากว่าขวดใบนี้มันสามารถใหญ่ขึ้น
อีกสักนิด ให้ข้าได้ขึ้นไปบนขวดร้องรำทำเพลงต่อหน้าทุกคน ก็คงจะดีไม่น้อย?”
ขวดบารมีใบเล็ก ๆ ก็ใหญ่ขึ้นหลายสิบเท่าในพริบตา แล้วเขาก็ปีนขึ้นไปร้องรำทำเพลงบนขวดนั้น 
ในขณะที่เขากระโดดโลดเต้นอย่างบ้าคลั่งนั้น ขวดใบนั้นก็ถูกเหยียบแตกเสียแล้ว สิ่งของต่าง ๆ 
ที่เคยออกมาจากขวดบารมีนี้ ก็หายวับไปพร้อมกับขวดที่แตก ทรัพย์สินเงินทองต่าง ๆ ก็ไม่เหลือหรอ
เหลือเพียงกระท่อมเล็ก ๆ พัง ๆ ดั่งเช่นในอดีตและเสื้อผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ
      ความสูงส่งของมนุษย์ อยู่ที่การรู้จักพอ คนที่ไม่รู้จักพอ ภัยย่อมมาถึงตัวเช่นนี้...