ในป่าที่กว้างใหญ่แห่งหนึ่ง มีกวางหลายร้อยตัวใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ณ ที่นั่น พวกมันท่องเที่ยวหากิน
ไปตามพื้นหญ้าสีเขียวขจี จนค่อย ๆ มาถึงเมืองที่มีคนอาศัยอยู่มากมาย
    ในขณะนี้ องค์ราชันย์ทรงนำพาเหล่าองครักษ์ออกไปล่าสัตว์ยังทุ่งกว้าง เมื่อคนและม้าไปถึง
ฝูงกวางก็แตกตื่นกระเจิดกระเจิง แม่กวางตัวหนึ่งที่ตั้งท้องอยู่ถูกทิ้งไว้รั้งท้าย ไม่สามารถหลบหนีได้
ในช่วงเวลาคับขันเหนื่อยล้านี้ มันจึงคลอดลูกกวางออกมาสองตัว
      แม่กวางจึงนำเอาลูกกวางสองตัวไปแอบซ่อนไว้ในที่ลับตา และคิดจะรีบออกไปหาอาหาร เนื่องจากมันคอยหวาดผวาจึงทำให้มันตกลงไปในแอ่งดินเลน แม่กวางเป็นห่วงลูกกวางจึงทุกข์ร้อน
ใจมาก มันติดอยู่ในแอ่งดินเลนก็ร้องโหยหวน คิดจะดิ้นให้หลุด นายพรานได้ยินเสียง จึงออกตามหา
ก็พบแม่กวางตัวหนึ่ง เขาดีใจมากจึงคิดจะฆ่ากวางนี้เสียแม่กวางคุกเข่าลงกราบอ้อนวอนว่า
    “ข้าเพิ่งจะคลอดลูกมาสองตัว นี่ก็นานมากแล้วที่มันยังไม่ได้กินอะไร ขอท่านได้โปรดให้เวลา
ข้าสักหน่อย ให้ข้าแวะกลับไปดูลูก ๆ ก่อน ไปบอกแห่งอาหารแหล่งน้ำให้พวกมัน เพื่อให้พวกมัน
ดำรงชีวิตอยู่ได้ จากนั้นจะกลับมาให้ท่านฆ่า ย่อมจะไม่ผิดสัญญาแน่นอน”
    นายพรานเห็นแม่กวางอ้อนวอน ทั้งตกใจและประหลาดใจ จึงพูดว่า
    “คนทั้งหลายในโลกต่างรักตัวกลัวตายทั้งสิ้น แล้วนับประสาอะไรกับเจ้าเป็นสัตว์เดรัจฉาน แต่ว่า
เจ้าตกอยู่ในมือของข้าแล้ว จะให้ปล่อยไปไอย่างไร?” ซึ่งนายพรานก็ไม่คิดจะปล่อยมันกลับไป
แม่กวางน้ำตาอาบแก้ม ก้มลงกราบอ้อนวอนไม่หยุด ทั้งยังพูดอีกว่า “เกิดตายอยู่ในมือของท่าน 
ข้าไม่เสียดายร่างกายของข้านี้หรอก แต่สงสารลูกทั้งสองที่ไร้เดียงสา หากว่าท่านยินยอมให้ข้า
กลับไป ให้ลูกข้ามีชีวิตรอด มิฉะนั้นก็จะตายไปโดยเปล่าประโยชน์”
    นายพรานเห็นแม่กวางวอนขออย่างน่าสงสาร อดที่จะซาบซึ้งใจไม่ได้ จึงยอมปล่อยมันกลับไป
แม่กวางกลับไปยังที่ลูกกวางอยู่ มันทั้งเสียใจทั้งดีใจ มันไปชี้แนะให้ลูกกวางรู้จักกับแหล่งน้ำ
แหล่งหญ้า มันพูดด้วยน้ำตาไหลพรากว่า
    “เมื่อสักครู่แม่ออกไป ไม่ทันระวังจึงตกสู่มือของนายพราน อีกนิดเดียวก็จะไม่ได้พบพวกเจ้าแล้ว 
เพราะว่าข้าเป็นห่วงพวกเจ้า จึงวอนขอเวลานายพรานว่าจะกลับมาดูพวกเจ้าก่อน ลูกน้อยที่น่าสงสาร นับแต่นี้ไป พวกเจ้าก็จะไม่มีแม่คอยดูแลแล้ว หวังว่าต่อไปพวกเจ้าจะใช้ชีวิตอยู่ให้ดี ๆ นะ”
    เมื่อแม่กวางพูดจบ ก็ละจากลูกกวางไป ลูกกวางทั้งสองเห็นแม่กวางไปแล้วก็กลับมาเดิมทีดีใจมาก แต่เมื่อได้ยินว่าแม่กวางจะไปอีก จึงร้องคร่ำครวญจะตามไป แม่กวางหันกลับมาพูดว่า
    “พวกเจ้าจงอย่าได้ตามแม่ไปเป็นอันขาด พวกเราแม่ลูกจะได้ไม่ถูกฆ่าพร้อมกัน มีโอกาสได้พบ
หน้าเจ้าอีกครั้งข้าก็ตายตาหลับ พวกเรามีบาปกรรมหนักหนาถึงได้เกิดมาเป็นสัตว์เดรัจฉาน จึงต้อง
เจ็บปวดกับการถูกจับถูกฆ่าหลังจากที่แม่ตายไปแล้ว ขอให้พวกเจ้าตั้งปณิธานว่าต่อไปจะไม่เกิดมา
เป็นสัตว์เดรัจฉานอีก
    ลูกกวางไม่ฟังคำของแม่กวาง ติดตามมาจนถึงแอ่งดินเลน นายพรานเห็นแม่กวางกลับมาอีก
ครั้งหนึ่ง และเห็นด้านหลังมีลูกกวางตามมาสองตัว จึงสงสารและปล่อยพวกมันไป
    นายพรานก็นำเรื่องนี้ไปกราบทูลองค์ราชันย์ พระองค์ทรงรู้สึกว่ากวางยังมีสัจจะมากกว่ามนุษย์
เสียอีก จึงมีรับสั่งว่าห้ามฆ่าฝูงกวาง ฝูงกวางจึงมีชีวิตอยู่บนทุ่งกว้างอย่างอิสระเสรี เกิดเป็นกวาง
ยังมีสัจจะเช่นนี้ มีจิตใจรักลูกของมัน ซึ่งไม่ด้อยไปกว่าคนเลย พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
    “เวไนย์ในผืนปฐพีล้วนมีปัญญาบารมีลักษณ์ดั่งตถาคต” คำพูดนี้กล่าวไว้ไม่ผิดเลยสักนิด...