วันหนึ่ง ขณะที่พระพุทธองค์ทรงเดินเล่นอยู่ริมสระโกมุท สายลมยามเช้าพัดมา ทำให้กลิ่นหอม
ของดอกโกมุทพระพักตร์ของพระองค์ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตายิ้มแย้ม ทรงจ้องมองยังสระโกมุท
ดอกโกมุทค่อย ๆ ผลิบานแรกแย้ม น้ำในสระใสสะอาดบริสุทธิ์
     ทันใดนั้น ปัญญาจักษุแห่งพระพุทธองค์ มองผ่านสระน้ำ เห็นภาพนรกอยู่เบื้องล่างของสระน้ำนี้
บ่อเลือดในนรก มีคนบาปมากมาย กำลังผลุบ ๆ โผล่ ๆ สิ่งเสียงร้อนโหยหวน บ้างก็สิ้นเรี่ยวแรง
บ้างก็ยื้อยุดดิ้นรนอยู่ บริเวณรอบด้านนั้นมืดครึ้ม ในบ่อเลือดสีแดงฉาน พระพุทธองค์ทรงทอด
พระเนตรเห็น คันทัตถะผู้กำยำแข็งแรงกำลังพยายามดิ้นรนอยู่
      คันทัตถะนั้น ในอดีตชาติเขาเป็นโจรฆ่าคนวางเพลิง ทำความชั่วต่าง ๆ นานามีความชั่วร้ายมาก 
จนทำให้ต้องตกลงสู่นรกานต์ 

      แต่ทว่า มีครั้งหนึ่ง เมื่อเขาปล้นวางเพลิงแล้วจะกลับบ้าน มีแมงมุมเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง เดินต้วมเตี้ยม
อยู่บนพื้นถนนในขณะที่เขาคิดจะยกเท้าเหยียบมันให้ตาย ฉับพลันก็บังเกิดความคิดแห่งกุศลขึ้นมาว่า       “เอ่อ! แมงมุมตัวน้อยนี้ก็มีชีวิตหากเหยียบตายก็น่าสงสารแย่ ปล่อยมันไปเถอะ ทำความดี
ซะบ้าง” แมงมุมน้อยก็หนีเอาชีวิตรอดไป

      เมื่อพระพุทธองค์ทรงพิจารณาถึงกุศลกรรมของเขา ก็คิดที่จะช่วยคันทัตถะให้พ้นจากขุมนรก 
บังเอิญ มีแมงมุมจากสุขาวดีตัวหนึ่ง ห้อยตัวอยู่บนใยสีเงินท่ามกลางใบไม้ ด้วยเหตุนี้ พระพุทธองค์
ทรงจับใยแมงมุมสีเงินนั้นขึ้นมา แล้วปล่อยลงสระโกมุทจนไปถึงนรกภูมิ นรกที่มีแต่ความมืดมิด 
บังเอิญเงยหน้าขึ้นมา มองเห็นอวกาศที่มืดมิด มีแสงสว่างเส้นหนึ่ง ลงมาจากศีรษะของเขา เขาดีใจ
มากเหมือนกับได้ดาวนำโชค เขาคิดว่า
      “นี่มิใช่แมงมุมที่หย่อนลงมาจากเบื้องฟ้าอันแสนไกลหรือ? หากข้าจับใยแมงมุมนี้ แล้วปีนขึ้น
ข้างบน ก็คงจะสามารถพ้นจากนรกและไปสู่สุขาวดีได้นะสิ”

      ดังนั้นเขาจึงจับใยแมงมุมไว้แน่น พยายามปีนขึ้นไป การที่ให้เขาซึ่งเคยเป็นโจรมาก่อนปีนเช่นนี้ 
นับว่าเป็นเรื่องง่ายมาก 
      แต่ทว่า ระยะทางระหว่างนรกกับสุขาวดีนั้นห่างไกลกันมาก ไม่ว่าคุณจะพยายามปีนสักเพียงใด 
ก็ยากที่จะไปถึง เมื่อเวลาผ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง คันทัตถะก็ค่อย ๆ อ่อนล้า ก็ได้แต่แขวนตัวห้อยเอาไว้
กลางทางพักผ่อน คันทัตถะที่แขวนอยู่กลางอากาศ มองลงไปข้างล่าง บ่อเลือดในนรกตอนนี้มัน
แฝงเร้นอยู่ในความมืดมิด ไม่สามารถมองเห็นได้ คันทัตถะดีใจยิ่งนัก หัวเราะเสียงดังขึ้นมา

      ทันใดนั้น เขามองเห็นปลายของใยแมงมุม มีคนบาปมากมายตามเขาขึ้นมาเหมือนกับขบวนมด 
ต่างพยายามจะปีนขึ้นมา คันทัตถะเห็นเช่นนี้ ทั้งตกใจทั้งโมโห เขาบ่นพึมพำว่า
      “แค่ข้าคนเดียว ก็กลัวว่าใยแมงมุม นี้จะขาด แล้วนับประสาอะไรกับน้ำหนักคนตั้งมากมาย? 
ถ้ามันขาดไปความพยายามและความหวังทั้งหมดก็พังทลายลง และต้องตกลงสู่นรกรักทุกข์อีก”

      คนบาปต่างก็พยายามปีนต่อไปอีก ยิ่งมาก็ยิ่งมาก คันทัตถะโมโหร้อนใจมาก จึงร้องขู่ด้วยความ
โกรธว่า
      “เฮ้ย! เฮ้ย! พวกเจ้าคนบาปทั้งหลาย ใยแมงมุมเส้นนี้ข้าเป็นคนเจอ มันก็ต้องเป็นของข้า 
พวกเจ้าได้รับอนุญาตจากใครถึงได้ปีนขึ้นมา? ลงไป! ลงไป!”

      เมื่อพูดจบ ใยแมงมุมเส้นที่คันทัตถะยึดเอาไว้นั้นดังพลัวะ! ขาดทันที คันทัตถะผู้เห็นแก่ตัว 
ก็ลอยเคว้งหมนุหลายตลบกลางอากาศ แล้วตกลงสู่นรก ใยแมงมุมที่เหลือก็แขวนอยู่กลางอากาศ
เหนือนรก ส่งประกายระยิบระยับ แต่มันก็อยู่ห่างจากคนบาปทั้งหลายไกลเหลือเกิน เหมือนว่าวที่ถูก
แขวนอยู่กลางอากาศ พระพักตร์ที่ยิ้มแย้มของพระพุทธองค์ ก็สลดลงทันที ทรงส่ายพระพักตร์และ
ถอนหายใจ ดอกโกมุทในสระที่เพิ่งผลิบาน ใบบัวยังคงเป็นสีเขียวขจี แต่ว่าในพระทัยของ
พระพุทธองค์ กลับเศร้าสลดยิ่งนัก...