ครั้งหนึ่ง พระพุทธองค์เดินอยู่ในกรุงราชคฤห์ ซึ่งเป็นยามฤดูใบไม้ผลิมีแสงแดดสว่างงดงาม 
เป็นฤดูที่มีเสียงปักษา พฤกษาหอมหวลไปทั่ว พระพุทธองค์ค่อย ๆ เยื้องย่างออกนอกรุง ชื่นชม
ภูผาเขียวสายน้ำไหลรินทุ่งหญ้าเขียวขจี พระพุทธองค์ทรงรู้สึกรื่นรมย์มีความสุขมาก       ทันใดนั้นมีเสียงเพลงรันทดหดหู่แว่วดังมาแต่ไกล ดังนั้นพระพุทธองค์จึงทรงประทับอยู่ริมแม่น้ำ
สดับฟังเสียงนั้นอย่างเงียบ ๆ ไม่นานนัก ก็มีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีทั้งเด็กเล็ก ชายหญิง คนชรา ถือมวล
บุปผาที่เพิ่งเก็บ เดินเข้ามาใกล้ ๆ อย่างเงียบ ๆ พวกเขาเหลือบมองพระพุทธองค์ที่มีลักษณะงดงาม 
ดุจแสงตะวันที่สาดส่อง ดุจดั่งจันทราในท่ามกลางดวงดารา ทั้งยังมีศิษย์พระโพธิสัตว์ที่ห้อมล้อม
หน้าหลัง พวกเขาแต่ละคนเหมือนได้รับมณีรัตนา 
ไม่เพียงแค่นี้ฝูงภมรพากันบินไปยังเบื้องหน้าพระพักตร์ ถวายความเคารพและพูดขึ้นมาว่า
      “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พวกเราเห็นสิริโฉมของพระองค์ช่างงามสง่ายิ่งนัก ก็รู้ว่าพระองค์
ทรงเป็นผู้ยิ่งใหญ่ มีเพียงพระองค์เท่านั้นที่จะช่วยได้ พวกเราได้รับพระบัญชาจากองค์ราชันย์ 
ให้ออกมาเก็บบุปผาเพื่อนำไปประดับพระราชวังทุกวัน หากเมื่อใดที่เก็บไม่ได้ ชีวิตของพวกเรา
ก็ยากจะรักษาไว้ได้ จะถูกเฆี่ยนตีลงทัณฑ์อย่งไร้ความปราณี บัดนี้พวกเราช่างโชคดียิ่งที่ได้ประสบ
กับพระพุทธองค์ผู้ยิ่งใหญ่ เสมือนโรคร้ายได้รับการเยียวยา ความปลื้มปิตินี้มันไม่สามารถพรรณา
ออกมาได้ ขอพระองค์ทรงโปรดรับการถวายบุปผาจากพวกเราด้วยเถิด!”

พระพุทธองค์ทรงแย้มสรวลและตรัสว่า
      “มิสามารถทำเฉกเช่นนี้ได้ บุปผาของพวกท่านนั้นไว้ถวายองค์ราชันย์ หากนำมาถวายแก่เราก็
ทำให้พวกท่านถูกลงฑัณฑ์โดยองค์ราชันย์ เรามิอาจทนเห็นเช่นนั้นได้!”
      “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า! โปรดรับรู้ถึงจิตใจของพวกเราเถิด การที่ได้พบพระพุทธะลงจุติ 
เป็นเรื่องที่ยากจะเป็นไปได้ยิ่งนัก พวกเรายินยอมสละกายชีวิตอันสั้นที่มีความทุกข์ เพื่อนำบุปผา
ถวายแด่พระพุทธา เพื่อสร้างเหตุแห่งกุศล หลุดพ้นจากความทุกข์ยาก!”
      “หากพวกท่านถูกลงทัณฑ์จากองค์ราชันย์ จะทำเช่นไร?”
      “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า! พวกเราจะไม่เสียใจเด็ดขาด แม้จะถูกทำร้าย อาศัยแรงกุศลแห่ง
พระพุทธองค์ ย่อมไม่ตกสู่ภพภูมิแห่งความชั่ว ย่อมจะได้ไปยังสุคติภูมิ”

คนที่รู้ว่าชีวิตนั้นทุกข์เข็ญ จึงจะมีใจต้องการการหลุดพ้นอย่างแท้จริง พระพุทธองค์ทรงสรวล และ
พยักหน้าอย่างเงียบ ๆ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงนำบุปผาวางกระจายไว้ข้าพระวรกายของพระพุทธองค์
และสาวกโพธิสัตว์ ซึ่งบุปผาก็ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่ว คนเก็บดอกไม้เห็นพระพักตร์ของ
พระพุทธองค์เปี่ยมด้วยความปิติ พวกเขาก็ดีใจยิ่งนัก พร้อมกับรับไตรสรณคมน์และเบญจศีล

       จากนั้นพระพุทธองค์ทรงเทศนามหาธรรมบารมีหก คนเก็บดอกไม้เหล่านั้นล้วนบังเกิดใจธรรม
สูงส่ง เข้าใจเจตนารมณ์แห่งพระพุทธองค์ และจะไม่เปลี่ยนแปลง พระพุทธองค์ทรงปิติยิ่งนัก จึงทรง
พยากรณ์พวกเขาไว้ว่า
      “นับจากนี้ท่านจะเป็นพระพุทธา ล้วนมีชื่อเรียกว่าสุมาลี”
คนเก็บดอกไม้ต่างแสดงความเคารพต่อพระพุทธองค์ และจากไปด้วยความปิติมีความจริงใจ
ในการสักการะพระพุทธองค์ ดอกไม้เพียงหนึ่งดอก ก็ได้รับการพยากรณ์จากพระพุทธองค์ พุทธธรรม
นั้นสูงส่งจนยากที่จะคาดเดาได้...