วันหนึ่ง มีคนฆ่าสัตว์คนหนึ่ง วอนขอสิ่งหนึ่งจากพระเจ้าอชาตศัตรู
     พระเจ้าอาชาตศัตรูทรงตรัสถามว่า “เจ้ามีความปรารถนาอันใดจะวอนขอเล่า?”
     “ในช่วงเทศกาลมาถึง ทุกคนต่างกินเนื้อสัตว์กันมาก ในจำนวนนั้นเนื้อแพะจะขายดีที่สุด คนที่ทำ
อาชีพนี้ จะได้รับเงินทองประโยชน์ ได้ง่าย ขอองค์ราชันย์โปรดประทานโอกาสให้คนฆ่าสัตว์
อย่างข้าด้วย เมื่อสมปรารถนาในสิ่งนี้ ข้าก็จะพยายามมุ่งแสวงหาความร่ำรวยวาสนาภายหลังเอง”
พระเจ้าอชาตศัตรูทรงได้ยินเช่นนั้น ก็ทรงเบื่อหน่าย ในขณะนี้พระองค์ทรงได้สดับฟังคำสอนแห่ง
พระพุทธองค์แล้ว และกำลังดำเนินตามสัทธรรมอยู่ เว้นจากการฆ่า จึงทรงตรัสต่อคนฆ่าสัตว์ว่า
     “การฆ่าสิ่งมีชีวิต เป็นเรื่องโหดร้ายยิ่งนัก เจ้ามีสาเหตุอันใดกัน จึงมาเรียกร้องขอทำเรื่องเช่นนี้?”
     “กราบทูลองค์ราชันย์ ในอดีต ข้าเป็นคนยากจน เปิดร้านขายเนื้อวัวยังชีพ หลังจากข้าตายไป 
ได้ไปจุติในจุตมหาราชิก เสวยผลบุญห้าร้อยปี เมื่อวาสนาสิ้นก็มาจุติในโลกมนุษย์ และได้ฆ่าแพะ
ยังชีพอีก หลังจากตายไป ได้ไปจุติในดาวดึง ได้รับวาสนาหนึ่งพันปี ก็เป็นเช่นนี้เรื่อยมาถึงหกครั้ง 
ได้รับผลบุญมากมายเหลือคณานับ เพราะว่าข้านั้นฆ่าแพะจึงได้รับผลวาสนาเช่นนี้ ดังนั้นบัดนี้จึงมา
วอนขอต่อองค์ราชันย์”
     พระเจ้าอชาตศัตรูทรงตรัสถามด้วยความสงสัยว่า
     “เรื่องที่เจ้าเล่ามา เจ้าใช้วิธีใดจึงสามารถรู้มาได้?”
     “ข้ารู้จักหมอดูทำนายชะตาชีวิต”
พระเจ้าอชาตศัตรูรู้สึกว่าคำพูดของเขาเชื่อถือไม่ได้ ทรงคิดว่า 
     “คนที่ต่ำต้อยเช่นนี้ และรู้จักหมอดูทำนายชะตาชีวิต ช่างน่าสงสัยยิ่งนัก”

     วันหนึ่ง พระเจ้าอชาตศัตรูทรงอยู่กับพระพุทธองค์ จึงทรงนำเรื่องนี้ขอคำชี้แนะจากพระพุทธองค์ 
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
     “เขาฟังคำพูดของดาบสพราหมณ์ คน ๆ นี้เคยเกิดในยุคสมัยเดียวกับพระพุทธเจ้า เนื่องจากเห็น
พระพุทธะแล้วบังเกิดความปิติ กราบไหว้สักการะ ด้วยบุญกุศลนี้จึงได้จุติในฉกามาวจร เนื่องจาก
บาปกรรมยังไม่สุกงอม จึงยังไม่ได้รับทุกข์ตอบสนอง เมื่อสิ้นสุดชาตินี้ ก็จะตกลงสู่นรกภูมิ ได้รับบาป
แห่งการฆ่าแพะ ดาบสพราหมณ์รู้แต่เหตุวาสนาที่สุกงอมเท่านั้น เข้าใจว่าคนฆ่าแพะ จะได้ไปยัง
ฉกามาวจร แท้ที่จริงเขาผิดพลาดแล้ว กฎแห่งกรรมย่อมส่งผลตอบสนองไม่เร็วก็ช้า”
     หลังจากที่พระเจ้าอชาตศัตรูทรงได้ยินเช่นนี้ ก็กระจ่างในกฎแห่งกรรมสามชาติ..