ขณะที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมที่เมืองกุรุ ในระหว่างทางได้พบกับหญิงชราคนหนึ่งนามว่า
ตัณจลา นางเป็นสาวใช้ในบ้านคนอื่น ทุกวันนางจะต้องไปตักน้ำที่บ่อน้ำสาธารณะ นางทำหน้าที่
แบกน้ำให้กับเจ้านาย เมื่อพระพุทธองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นจึงทรงตรัสกับพระอานนท์ว่า
      “พระอานนท์ ท่านนำบาตรไปที่ริมบ่อน้ำ ขอบิณฑบาตน้ำจากหญิงชรานั้น”
พระอานนท์ปฏิบัติตามรับสั่ง ถือบาตรเดินไปหานางเพื่อขอบิณฑบาตน้ำ หญิงชรารู้ว่าพระผู้มี
พระภาคเจ้าต้องการน้ำ จึงดีใจยิ่งนัก และตักน้ำใส่ให้จนเต็มบาตรพร้อมกับส่งให้พระพุทธองค์
ด้วยตนเอง แต่ทว่า เมื่อนางเข้าใกล้พระพุทธองค์ กลับรีบวางบาตรลงกับพื้นดิน และใช้สองมือกอด
พระพุทธองค์เอาไว้ พระอานนท์ก็ตำหนิว่าหญิงชรานี้ไม่รู้จักกาละเทศะ ไม่มีมารยาท จึงคิดจะผลัก
นางออกไป แต่พระพุทธองค์ทรงห้ามปรามพระอานนท์ไว้ว่า
      “ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้น พระอานนท์ หญิงชราผู้นี้ ให้ห้าร้อยชาติเคยเป็นมารดาของเรา และด้วย
ความรักของนาง ดังนั้นเมื่อเห็นเรา จึงเข้ามาโอบก่อนเราดั่งในอดีต”
      หญิงชรานี้ได้รับความเมตตา ก็รู้สึกปิติยินดียิ่งนัก ยากที่จะบรรยายได้ พระพุทธองค์ทรงบัญชาให้
พระอานนท์ไปเชิญเจ้านายของหญิงชรานี้มา เมื่อเจ้านายมาถึงเบื้องพระพักตร์ของพระพุทธองค์ 
ก็กราบสักการะ พระพุทธองค์ทรงตรัสแก่เขาว่า
      “ขอท่านได้โปรดปล่อยหญิงชราผู้นี้ให้นางได้ออกบวชบำเพ็ญธรรม อนาคตย่อมบรรลุ
พระอรหันต์”
      เจ้านายนั้นก็เลื่อมใสในพระพุทธองค์ จึงยินดีรับฟังพระบัญชาของพระพุทธองค์ อนุญาตให้
หญิงชราออกบวช หญิงชราติดตามพระอานนท์ไปยังสถานที่ที่พระภิกษุณีประชาบดีพำนักอยู่ และ
ปลงผมออกบวช เมื่อบำเพ็ญไปได้ไม่นาน หญิงชรานี้ก็บรรลุอรหันต์มรรค ในหมู่พระภิกษุณีของ
พระพุทธองค์นางได้รับการยกย่องว่าเชี่ยวชาญในพระสูตรเป็นที่หนึ่ง หญิงชราที่เกิดมา ท่ามกลาง
ความยากจน แต่สามารถบรรลุธรรมได้เร็วเช่นนี้ เหล่าสาวกมากมายรู้สึกประหลาดใจมาก จึงทูลถาม
พระพุทธองค์ พระพุทธองค์ทรงตรัสต่อมหาชนว่า
      “ในยุคสมัยของพระกัสสปะพุทธเจ้า หญิงชราผู้นี้เคยออกบวชบำเพ็ญธรรม นี่ก็เป็นปัจจัย อีกอัน
หนึ่งที่ทำให้นางบรรลุธรรมได้ในเวลาอันรวดเร็วในชาตินี้ ในขณะนี้ นางมีความสามารถเหนือผู้อื่น 
เรียกได้ว่าเป็นปูชนียบุคคล ดังนั้นจึงพูดจากโอหัง มีมิจฉาทิฐิยกย่องตนเองดูหมิ่นคนต่ำต้อย และ
มักจะด่าว่าผู้อาวุโส เนื่องจากมีปัจจัยที่เลวร้ายนี้ ทำให้นางต้องเกิดมาในครอบครัวยากจน บัดนี้
นางไปพบกับเรา เพราะว่านางมีปัจจัยสัมพันธ์กับเราอยู่ช่วงหนึ่ง

      ในอดีตชาติ ในเมืองพาราณสี มีแม่ลูกยากจนคู่หนึ่ง แม้ว่าครอบครัวจะยากจน แต่ลูกชายมีความ
กตัญญูต่อมารดามาก ทุกวันจะออกไปทำงานข้างนอก หาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ มายังชีพ แต่สุดท้ายก็
ยังไม่มีวันที่จะร่ำรวยขึ้นมาได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงขอมารดาว่าจะไปทำการค้าในถิ่นอื่น เพื่อการดำรง
ชีพ มารดาจึงต้องตัดใจให้บุตรชายจากไป หลังจากที่บุตรชายจากไปไม่นาน ที่บ้านก็ประสบกับภัย
สงคราม แม้แต่หญิงแก่ชราก็ยังถูกขายไปเป็นทาสในหมู่บ้านอื่น เมื่อบุตรชายทำการค้าและกลับมา
ได้อย่างปลอดภัย จึงได้ทราบข่าว ด้วยเหตุนี้จึงออกตามหามารดา ความกตัญญูของเขา ทำให้เขา
ได้พบมารดาเร็วขึ้น ทั้งยังจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อไถ่ตัวมารดาออกมา จากนั้นสองแม่ลูกก็ใช้ชีวิต
ร่วมกันอย่างเป็นสุข
      เหล่าสาวกทั้งหลาย บุตรชายนั้นก็คือตัวเราในอดีตชาติ มารดาก็คือตัณจลาในปัจจุบัน นี่คือ
ปัจจัยช่วงเวลาหนึ่งระหว่างเราและนาง”

      เมื่อนำเอาเมล็ดพันธุ์ฝังลงดิน ย่อมจะได้รับการเก็บเกี่ยว เหล่าสาวกแห่งพระพุทธะ ควรจะมี
ความตั้งใจจริงในการบำเพ็ญต้นเหตุแห่งปัจจัย...