ในอดีต มีสามีภรรยายากจนคู่หนึ่ง มีอาหารเครื่องนุ่มห่มไม่เพียงพอ มีชีวิตยากลำบาก ใช้ชีวิต
ผ่านไปวัน ๆ ด้วยความหิวโหยหนาวเหน็บ แม้ว่าจะออกไปหางานที่ต้องใช้แรงกาย แต่ไม่มีโอกาส
ที่จะได้งาน เห็นคนอื่นร่ำรวยมั่งคั่งก็นำมาเปรียบเทียบกับตนเองที่ยากแค้นลำเค็ญ สองสามีภรรยา
รู้สึกหดหู่รันทดมาก เมื่อกลับไปถึงบ้านที่ผุพังสามีกีเอราพูดกับภรรยาที่นั่งอยู่ตรงหน้าว่า               
     “พระพุทธองค์ทรงตรัสให้ว่า คนที่ยากจน เป็นเพราะอดีตชาติโลภมากตระหนี่ถี่เหนียว แม้ว่าจะมี
ทรัพย์สินเงินทองมากมาย หากไม่บำเพ็ญวาสนา ไม่บริจาคทาน อนาคตชาติย่อมจะไม่ได้รับความ
สมบูรณ์มั่งคั่ง” กีเอราหยุดครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “เฮ่อ! พวกเราในอดีตชาติไม่ได้บำเพ็ญวาสนา
ไม่รู้จักสร้างเนื้อนาบุญ ชาตินี้จึงต้องทนทุกข์ยากจนกันขนาดนี้”
เมื่อภรรยาได้ยินคำพูดนี้ ก็พูดว่า
     “งั้นพวกเราก็ไปสร้างวาสนากันได้ ชาตินี้ไม่ได้ร่ำรวย ชาติหน้าอาจร่ำรวยก็ได้”
     “ใช่แล้ว ข้าก็คิดเช่นนั้น แต่พวกเราตอนนี้อาหารสามมือยังไม่อิ่มท้องเลย จะมีเงินทองเอาไป
บริจาคได้อย่างไร?”
เมื่อพูดถึงเงิน ช่างทำให้คนปวดหัวเสียจริง หนทางไหนเป็นหนทางแห่งความร่ำรวยบ้าง? ผู้หญิง
ค่อนข้างจะไวกว่า นางคิดวิธีหนึ่งออกมาอย่างรวดเร็ว จึงพูดกับสามีว่า
     “ไม่ต้องกลุ่มใจหรอก เจ้าเอาข้าไปขายเป็นคนรับใช้ เมื่อเจ้าได้เงินมา ก็สามารถนำไปสร้าง
วาสนาได้”
นางคิดวิธีการนี้ออกมาซึ่งก็เป็นวิธีที่ไม่เลวทีเดียว แต่กีเอราส่ายหัวถอนหายใจว่า
     “ไม่! ไม่ได้หรอก ขายเจ้าให้คนอื่นแล้ว ข้าจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร?”
แม้ว่าจะเป็นคู่สามีภรรยาที่ยากจน แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาดีมาก
     เมื่อสองสามีภรรยาตัดสินใจแล้ว จึงไปยังบ้านเศรษฐีคนหนึ่ง เล่าเรื่องราวความเป็นมา เศรษฐี
ตอบตกลงทั้งยังตกลงราคากันไว้ นัดว่าให้พวกเขาไปทำการบริจาคเป็นเวลาเจ็ดวัน 
     หลังจากเจ็ดวันแล้วสองสามีภรรยาก็ยินยอมมาเป็นทาสรับใช้บ้านเศรษฐี สองสามีภรรยากีเอา
รายได้รับเงินมาก็ดีใจมาก จึงรีบไปบริจาคทานที่วัด ถวายภัตตาหาร พวกเขาลืมสิ้นความทุกข์ทั้งปวง คอยบริการแก่มหาชนอย่างเต็มที่ พวกเขารู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่มีค่ามากที่สุด และเป็นช่วงเวลาสุดท้าย
ของตนเองในเจ็ดวันนี้ พวกเขาต้องการเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของตนเอง เป็นการสร้างวาสนา
เพื่ออนาคตชาติ
     หกวันผ่านไปจนถึงวันสุดท้าย บังเอิญองค์ราชันย์ก็ทรงเสด็จมาที่วัดเพื่อจัดงานถวายภัตตาหาร 
เดิมที เมื่อองค์ราชันย์เสด็จมาถึง ไม่ว่าใครก็ตามจะต้องให้องค์ราชันย์ทรงจัดงานก่อน แต่ว่ากีเอรา
ไม่ยอม องค์ราชันย์ไม่พอพระทัยจึงเรียกอีเอราออกมา กีเอราเห็นองค์ราชันย์จึงทูลว่า
     “องค์มหาราช! โปรดอภัยแก่ข้าที่ไร้มารยาท เพราะว่าข้ามีวันนี้เพียงวันเดียวเท่านั้นที่เป็นวัน
ของข้า พรุ่งนี้ข้าก็จะต้องเป็นของคนอื่นแล้ว ดังนั้น ข้าไม่สามารถปล่อยวันนี้ให้ผ่านไปได้”
     เมื่อองค์ราชันย์ได้ยินเช่นนั้น จึงทรงถามถึงสาเหตุที่มาจัดการถวายภัตตาหารที่นี่ แล้วเหตุใด
วันรุ่งขึ้นต้องเป็นของคนอื่นแล้ว? กีเอราจึงเล่าเรื่องราวให้ฟังอย่างละเอียด หลังจากทูล รายงาน
องค์ราชันย์ พระองค์ทรงสงสารยิ่งนัก และทรงตรัสชมเชยที่พวกเขาไม่ตระหนี่ในทรัพย์สิน ไม่ถือตัว 
มีจิตใจที่ไม่ตระหนี่ ด้วยเหตุนี้พระองค์ทรงมอบเสื้อผ้า อัญมณีมากมาย ทั้งนี้ยังทรงแบ่งที่ดินให้
พวกเขาทำมาหากินด้วย
     กฎแห่งกรรมไม่หลอกลวงใคร ผู้ที่บริจาคด้วยความจริงใจ ย่อมจะมีโอกาสร่ำรวยขึ้นมาได้อย่าง
มหัศจรรย์....