ขณะที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมโปรดเวไนย์ที่เชตวันวรวิหารในเมืองสาวัตถี ซึ่งในเมืองนี้
มีเศรษฐีคนหนึ่งให้กำเนิดบุตรชายที่อัศจรรย์ยิ่ง ในขณะคลอดนั้น มีน้ำค้างตกลงมาจากท้องนภา
ทั้งยังมีเสียงดนตรีสวรรค์ที่ไพเราะเสียงแห่งความยินดีเกริกก้อง บิดามารดาจึงเชิญโหรมาทำนาย
ทายทักถึงบุตรชายคนนี้ หลังจากที่โหรทำนายดูแล้ว ก็กล่าวชื่นชมว่า
     “เด็กคนนี้ถือกำเนิดมา มีน้ำค้าง มีเสียงดนตรีสวรรค์ สิ่งเหล่านี้เป็นการอวยพรเฉลิมฉลอง ที่เขา
ถือกำเนิดมาเพราะในอนาคตเขาจะเป็นดาวนำโชคของมวลมนุษย์ หากสามารถออกบวชศึกษา
ธรรมได้ ย่อมสำเร็จเป็นพระอริยะ”

     เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ บิดามารดาดีใจมากจึงตั้งชื่อให้เขาว่า ยศมิต และเลี้ยงดูเขาอย่างทะนุ
ถนอม แต่ที่น่าแปลกคือ เด็กคนนี้ไม่กินนม ในอุ้งมือของเขามีนมข้นไหลออกมาเอง เขาก็ค่อย ๆ 
เติบโตขึ้น และในขณะที่เขายังเยาว์วัยนั้น มีความเฉลียวฉลาดเกินคน
     ครั้งหนึ่ง ขณะที่เขาไปยังเชตวันวิหาร ได้พบเห็นพระพุทธองค์มีมหาบุรุษลักษณะ ๓๒ และ
อนุพยัญชนะ ๘๐ มีแสงรัศมีเปล่งออกมาจากพระวรกาย ยศมิตดีใจมาก จึงเดินไปเคารพสักการะ
พระพุทธองค์ และขอให้พระองค์ทรงรับเป็นสาวก ด้วยพระเมตตาแห่งพระพุทธองค์ ยศมิตจึงได้
ปลงผมออกบวช แม้ว่าอายุจะน้อย แต่เขาก็ขยันวิริยะบำเพ็ญจึงบรรลุอรหันต์มรรค ในเวลาอัน
รวดเร็วและได้อภิญญา ทั้งยังได้รับความเคารพจากมนุษย์เทวดา คนที่อายุมากกว่าเขา หรือออกบวช
ก่อนเขาต่างก็ไม่อาจเท่าเทียมเขาได้ ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงแปลกใจและขอให้พระพุทธองค์ชี้แนะ 
พระพุทธองค์ทรงเล่าถึงความเป็นมาให้ทุกคนฟัง
     “ในขณะที่พระกัสสปะพุทธเจ้ายังมีชีวิตอยู่นั้น ที่เมืองพาราณสีมีคหบดีคนหนึ่ง อายุมากแล้ว จึง
ออกบวชศึกษาธรรมแต่ว่าเกียจคร้านไม่มีความวิริยะหมั่นเพียร บวกกับเป็นโรคอยู่บ่อย ๆ นายแพทย์
เห็นว่าเขาร่างกายอ่อนแอ จึงเตือนให้เขากินเนยให้มากเพื่อบำรุงร่างกาย (เนยเป็นอาหารเสริม
บำรุงร่างกายให้แข็งแรง) พระรูปนี้ฟังคำพูดของนายแพทย์ ก็พยายามกินเนย พอกลางดึกยาออกฤทธิ์ เขาทั้งร้อนทั้งกระหาย คิดจะดื่มน้ำ แต่ในบาตรว่างเปล่าไม่มีน้ำสักหยด จึงเดินไปที่บ่อน้ำ เห็นน้ำใน
บ่อก็แห้งเหือด เขาก็เดินทาแม่น้ำจนเจอ ในยามที่แห้งแล้ง แม่น้ำแห้งเหือดเห็นพื้นดิน เขาออกหาน้ำ
ไปทั่ว ก็หาไม่พบ หิวกระหายจนสุดจะทน ในขณะนี้มโนธรรมของเขาบังเกิด รู้ว่านี่เป็นผลสนองของ
บาปกรรมในอดีต เขาจึงทนทุกข์ผ่านพ้นข้ามคืนไป วันที่สองตอนเช้า ก็ไปวอนขอให้องค์ตถาคต
ช่วยเหลือเขา องค์ตถาคตเห็นเขาน่าสงสาร จึงพูดกับเขาว่า
     “บัดนี้ท่านได้รับความทุกข์เช่นนี้ ดุจดั่งเปรต หากว่าท่านรู้จักสำนึก ก็ยังพอมีทางช่วยเหลือ บัดนี้ท่านนำน้ำในขวดของเรา ไปถวายยังกลุ่มพระภิกษุ”
พระภิกษุได้ยินองค์ตถาคตทรงสอนสั่งเช่นนี้ จึงคิดจะไปเอาขวด แต่ว่าเวรกรรมของเขามากมาก
ยิ่งนัก พอเขาเอามือไปจับ น้ำเต็ม ๆ ในขวดก็หายไปเฉย ๆ พระภิกษุรู้สึกกลัดกลุ้มมาก เหมือนกับ
ตกลงไปอยู่ในภูมิเปรต จึงคร่ำครวญขอให้องค์ตถาคตช่วยเหลือ องค์ตถาคตจึงพูดกับเขาว่า
     “บัดนี้ท่านอยู่ในกลุ่มภิกษุสงฆ์ ให้นำน้ำที่ดีที่สุด บริสุทธิ์ที่สุด ถวายแก่มหาชนด้วยความจริงใจ
นอบน้อม ก็สามารถหลุดพ้นจากความทุกข์แห่งเปรตได้”
พระภิกษุได้ยินคำชี้แนะขององค์ตถาคต ก็บังเกิดความปิติ และอาศัยพุทธานุภาพแห่งองค์ตถาคต 
จึงได้รับน้ำบริสุทธิ์สะอาดจากทุกแห่ง นับแต่นั้นมา เขาก็ถวายน้ำสะอาดบริสุทธิ์ให้แก่เหล่าพระภิกษุ 
จนกระทั่งแก่ชรามากแล้วจึงมรณภาพไป ด้วยเหตุนี้บุญกุศลแห่งการถวายแด่พระภิกษุ ในชาตินี้ เขา
จึงเกิดมาพร้อมกับมีน้ำนมบริสุทธิ์ และได้พบพระพุทธองค์ได้รับการฉุดช่วย เหล่าภิกษุทั้งหลาย 
พระภิกษุชราอาพาธในอดีตชาติก็คือยศมิตในปัจจุบัน”

      คน ๆ หนึ่งเรียกร้องความสุขวาสนา  จะต้องถวายแด่พระพุทธะและพระภิกษุอย่างสม่ำเสมอ 
สร้างกุศลเหตุ ย่อมได้รับกุศลผล....