ในอดีตนานมาแล้ว ที่เมืองพาราณสี มีคนปัญญาอ่อนคนหนึ่ง แม้ว่าเขาจะปัญญาอ่อน แต่เขาก็
รู้จักขยันและประหยัด ชอบเก็บสะสมทองคำ คนปัญญาอ่อนนี้ ออกไปทำงานที่ต้องใช้แรงทุกแห่งหน
เพื่อสะสมทองคำให้มากขึ้น แต่ว่าเงินค่าแรงในตอนนั้นต่ำมาก นอกจากค่าใช้จ่ายของตนเองแล้ว 
การที่จะมีเงินทองเหลือเก็บไม่ใช่เรื่องง่าย โชคดีที่เมืองพาราณสีเป็นสถานที่มีความรุ่งเรือง อากาศ
อบอุ่น การเก็บเกี่ยวด้านเกษตรกรรมนั้นอุดมสมบูรณ์มาก เรื่องอาหารการกินจึงไม่มีปัญหา เนื่องจาก
อากาศอบอุ่น จึงเป็นการประหยัดเสื้อผ้า ไม่ต้องแสวงหามากมาย หากเสื้อขาดก็นำมาเย็บปะ แล้วก็
นำมาใช้ต่อได้อีกนาน คนปัญญาอ่อนนี้จะประหยัดเรื่องการกินการอยู่มาก ด้วยเหตุนี้ เงินที่หามาได้ก็
สะสมไว้ค่อย ๆ เพิ่มพูนขึ้น เมื่อเงินมากแล้ว เขาก็เอาเงินเข้าไปแลกทองคำในเมือง
      เมื่อกลับมาถึงบ้าน เศษทองคำก็เอามาใส่ไว้ในขวดแล้วปิดฝาขวดนั้น เมื่อเวลาผ่านไปนาน 
ทองคำของคนปัญญาอ่อนก็มีเพิ่มขึ้นเขาดีใจมาก จึงขุดอุโมงค์ในบ้านของเขาเอง เพื่อเก็บซ่อน
ทองคำไว้
      กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความปรารถนาในการสะสมทองคำของคนปัญญาอ่อนนั้น มีเพิ่ม
ขึ้นทุกวัน เมื่อนานวันเข้า ก็สามารถเก็บสะสมทองคำได้ ๗ ขวด ทั้งหมดนี้แลกมาด้วย หยาดเหงื่อ
แรงกาย เรียกได้ว่าเป็นผลตอบแทนจากหยาดเหงื่อที่ทุ่มเทลงไป ความยากลำบากตลอดชีวิต กินแต่
ของหยาบ สวมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น ตอนนี้ก็แก่ชราลงแล้ว มีโรคภัยต่าง ๆ มารุมเร้า แต่ว่าคนปัญญา
อ่อนนี้ยังรักทองคำของเขาดุจยิ่งชีวิต ไม่ยอมจ่ายเงินค่าหมอเพื่อรักษาตนเอง ด้วยเหตุนี้จึงทรมาน
จากโรคภัยไม่กี่วันก็อำลาจากโลกนี้ไป
      ในขณะที่มีชีวิตอยู่ คนปัญญาอ่อนนี้ชอบทองคำมาก มักจะนอนหลับไม่สนิท พอได้ยินเสียงแก๊ก
หนึ่ง ก็รีบตกใจตื่นขึ้นด้วยความกลัว ในจิตใจก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้น และผลแห่งความโกรธ
แค้นนี้ ทำให้เขาต้องกลายเป็นงูพิษตัวหนึ่ง แต่มันก็ยังไม่ลืมทองคำที่ฝังไว้ มันคอยเฝ้าอยู่ที่นั่นทั้งวัน คอยเฝ้ารักษาขวดทองคำ บ้านก็ผุพังหมดแล้ว ในบ้านก็มีงู จึงไม่ใครกล้าเข้าไป เพราะว่ารักในขวด
ทองคำมาก เมื่องูพิษตายไปแล้ว ก็ยังรักที่จะเกิดมาเป็นงูเพื่อเฝ้าทรัพย์อีกต่อไปเรื่อย ๆ จนหนึ่งหมื่น
ปีผ่านไป งูพิษก็เบื่อร่างงูนี้แล้ว เมื่อมันครุ่นคิดดูจึงรู้ว่าเพราะมันรักยึดติดอยู่กับขวดทองคำของ
ตนเอง จนต้องเป็นเช่นนี้ ไม่สามารถหลุดพ้นได้ ด้วยเหตุนี้มันจึงคิดจะสละทองคำสร้างวาสนา 
เมื่อเกิดความคิดเช่นนั้น มันจึงออกจากบ้านพัง ๆ นั้น มายังริมถนนแอบไว้ในพงหญ้า ชูคอคอยมอง
ดูว่ามีคนใจดีผ่านมาทางนี้หรือไม่ ช่างบังเอิญยิ่งนัก มีคน ๆ หนึ่งที่มีความเมตตาอ่อนโยน น่าเข้าใกล้
ผ่านมา งูพิษร้องเรียกด้วยความดีใจว่า
      “ได้โปรดหยุดเดินเถิด มีเรื่องจะไหว้วาน”
คนที่เดินผ่านมาได้ยินเสียงก็หยุดเดินมองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นมีคนสักคน ขณะที่กำลังจะก้าวเท้าเดิน
ต่อไปนี้ เจ้างูพิษก็เลื้อยออกมาขวางทางไว้ ทั้งยังพูดกับคนว่า
      “จงอย่าได้กลัวไปเลย มีเรื่องราวจะรบกวนท่าน หากท่านตอบตกลง บุญกุศลนี้ก็จะยิ่งใหญ่
ไร้ขอบเขต”
คนผ่านทางเห็นงูตัวนี้ก็ตกใจวิ่งหนีและพูดว่า
      “เจ้าเป็นงูพิษตัวหนึ่ง ขืนก้าวเข้าไปหา ก็จะโดนเจ้าทำร้ายเอาได้”

      “ไม่! ข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย หากว่าทำร้ายท่าน ข้าย่อมได้รับผลที่ไม่ดี มา ท่านตามเรามาเถิด!”
คนผ่านทางเห็นงูพิษไม่ได้มีเจตนาร้าย จึงเดินตามมันไปที่บ้านพัง ๆ นั้น เจ้างูพิษมันก็ไปล้อมรอบที่
แห่งหนึ่งแล้วพูดกับคนผ่านทางว่า
      “ใต้ดินตรงนี้ มีทองคำซ่อนอยู่ ช่วยนำมันไปบริจาคถวายปัจจัยแทนข้าด้วย ท่านสามารถทำได้
หรือไม่?”
คนผ่านทางเห็นงูพิษไม่ได้มีเจตนาร้าย จึงเดินตามมันไปที่บ้านพัง ๆ นั้น เจ้างูพิษมันก็ไปล้อมรอบ
ที่แห่งหนึ่งแล้วพูดกับคนผ่านทางว่า
      “ใต้ดินตรงนี้ มีทองคำซ่อนอยู่ ช่วยนำมันไปบริจาคถวายปัจจัยแทนข้าด้วย ท่านสามารถทำได้หรือไม่?” 
คนผ่านทางตอบตกลง จึงขุดดินค้นหาขวดทองคำ ในตอนนี้งูก็พูดว่า
      “ท่านนำขวดทองคำนี้ไปถวายให้กับเจ้าอาวาสที่วัด ช่วยเตรียมภัตตาหารถวายแด่เหล่าภิกษุด้วย
แต่ว่าในวันนั้น ท่านจะต้องนำตะกร้าพาเข้าไปในบริเวณวัด ให้ข้าสักการะพุทธะ กราบไหว้พระอริย
เมธีเพื่อขจัดบาปกรรมของข้า”
คน ๆ นั้นตอบตกลง จึงจัดการไปตามเจตนาของงูพิษนั้น วันที่ถวายภัตตาหารนั้น งูก็ถูกนำเข้ามาใน
วัดด้วยมันตั้งใจฟังพระภิกษุสวดท่องพระสูตร จึงบังเกิดความนับถือและความปิติสุข พระเจ้าอาวาส
ยังพูดถึงไตรสรณะการบริจาค การรักษาศีล ความวิริยะ ขันติ …..ให้งูฟัง งูพิษน้อมรับด้วยความยินดี 
ทั้งยังเชิญให้พระเจ้าอาวาสให้ไปยังสถานที่เก็บซ่อนทองคำ เพื่อเอาทองคำหกขวดนั้นออกมา
ใช้ในการปฏิบัติพุทธกิจ

       หลังจากที่ปฏิบัติพุทธกิจเสร็จสิ้น งูพิษก็สิ้นอายุขัยไปจุติในดาวดึงส์ เสวยผลบุญวาสนา เมื่อสิ้น
วาสนาก็มาเกิดในโลกมนุษย์ กุศลปัจจัยนำพาให้พบพระพุทธะ ถือเอาพระพุทธะเป็นสรณะ ในบรรดา
สาวกทั้งหมดของพระพุทธองค์เขาสามารถบรรลุมหาอรหันต์มรรคได้ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งท่านนี้
ก็คือผู้มีปัญญาอันดับหนึ่ง  พระสารีบุตร...