เนื่องจากพระโมคคัลลานะมีอภิญญามาก ดังนั้นจึงมักท่องไปยังพุทธภูมิ ทั้งยังไปสอดส่องดู
เหล่าเวไนย์ในนรกภูมิที่ได้รับผลสนองของกรรมดีกรรมชั่วด้วย
      วันหนึ่ง พระโมคคัลลานะเดินอยู่ริมแม่น้ำคงคา กาลเวลาดุจดั่งสายน้ำ ซึ่งแล่นไปข้างหน้า อย่าง
ไม่หยุด นั่นเป็นยามสายัณห์ตะวันสาดแสงสีทอง พระโมคคัลลานะคิดว่ากลางคืนเดินธุดงค์ไม่
สะดวก เขาจึงนั่งอยู่ริมแม่น้ำคงคาสายสมค่ำคืนโชยพัดมา บนท้องนภามีแสงดาวระยิบระยับ
      ชั่วครู่หนึ่ง ริมแม่น้ำคงคามีผีเปรตจำนวนมากมายรวมกัน ซึ่งมันคิดที่จะเอาน้ำมาดับกระหาย 
แต่ว่ายังมีผีพรายน้ำที่ดุร้ายเฝ้ารักษาอยู่ มือถือกระบองเหล็กมาขับไล่ พวกผีเปรตจึงไม่กล้าเข้าใกล้น้ำ พระโมคคัลลานะนั่งสมาธิ เพ่งดูเหล่าผีเปรตที่ได้รับทุกข์ต่างกัน จึงเรียกพวกมันมา พวกผีจึงพา
กันถามถึงเหตุปัจจัยของบาปกรรมทีละตัว 
      ผีตัวที่หนึ่งถามว่า 
      “ท่านเถระ ในอดีตชาติพวกเราเป็นมนุษย์ บัดนี้ตกสู่ภูมิแห่งเปรตกลายเป็นผีเปรต มักจะหิว
กระหาย ได้ยินว่าน้ำในแม่น้ำคงคาสดชื่นเย็นสบาย แต่ว่าเมื่อจะไปเอามานั้น น้ำก็ร้อนเดือด เพียงดื่ม
เข้าไปหนึ่งคำ อวัยวะภายในร่างกายก็จะเน่าเละ และพรายน้ำที่เฝ้ารักษาก็ใช้กระบอกเหล็กขับไล่ 
ขอถามท่านเถระ พวกเรามีบาปกรรมอันใด จึงต้องรับทุกข์เช่นนี้?”

      พระโมคคัลลานะ ใช้ฌานอภิญญาเพ่งดูกฎแห่งกรรมสามชาติ จึงรีบบอกเปรตว่า
      “ในอดีตชาติเจ้าเป็นหมอดูดวงชะตา ดูลักษณะราศีดีร้ายให้ผู้คน พูดจาเป็นเท็จมากกว่าเป็น
ความจริง พูดคุยทำลายชื่อเสียงตามอำเภอใจ อวดอ้างว่าตนรู้ แท้จริงแล้วเป็นการหลอกลวง เพื่อ
ผลประโยชน์ จึงทำให้เวไนย์ลุ่มหลง ดังนั้นจึงได้รับผลกรรมเช่นนี้”
      ผีตัวที่สองถามว่า 
      “ท่านเถระ ข้าถูกสุนัขร้ายกินเนื้อของข้าจนหมด เมื่อกินเนื้อหมดแล้ว มีสายลมโชยพัดกระดูก 
แล้วก็มีชีวิตขึ้นมาอีก ไม่รู้ว่าเพราะเหตุปัจจัยอันใด ทำให้ข้าต้องได้รับผลแห่งความทุกข์ขนาดนี้”
      “เพราะว่าในอดีตชาติเจ้าฆ่าทำร้ายไก่ เป็ด หมู แพะ นำไปเซ่นสรวงบูชาฟ้าดิน ดังนั้นจึงได้รับ
ผลสนองเช่นนี้”
      “ท่านเถระ” 
      ผีตัวที่สามถามว่า 
      “ตัวข้าท้องโตดั่งเหยือกน้ำ ส่วนคอ มือ เท้า เล็กบางดั่งเข็ม เวลาเห็นอาหารเลิศรสแล้ว กินเข้า
ไปไม่ได้ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุปัจจัยอันใด จึงต้องรับผลแห่งความทุกข์นี้?”
      “ในอดีตชาติของเจ้าเป็นขุนนางอำมาตย์ ใช้อำนาจบาตรใหญ่ แสวงหาความสุขตามอำเภอใจ 
รังแกผู้อื่นสิ่งที่ผู้อื่นหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง เจ้าก็ใช้อำนาจยึดแย่งมา จึงต้องได้รับผลแห่งความทุกข์
ในวันนี้”
      ผีตัวที่สี่ถามว่า
      “ท่านเถระ ตัวข้ามีลิ้นยาว มีเลือดไหลออกมาตามตัว หัวใหญ่เท่าตาชั่ง ทุกครั้งที่เส้นเลือดแตก 
ชีวิตเหมือนกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุปัจจัยอันใด จึงต้องรับทุกข์ทรมานเช่นนี้?”
      “ในอดีตชาติเจ้าชอบพูดจาไร้สาระ นินทาข้อดีข้อเสียของผู้อื่น พูดออกมาโดยไม่คิดคำนึงถึง
ความสุขประโยชน์ของผู้อื่น คำพูดทุกคำมีแต่ทำให้ผู้อื่นกลัดกลุ้มทุกข์ใจ บัดนี้จึงได้รับผลสนอง
เช่นนี้”
      ผีเปรตมากมายล้วนถามถึงบาปกรรมในอดีตของตน เหตุปัจจัยที่ต้องได้รับผลสนองในชาตินี้ 
พระโมคคัลลานะจึงคอยตอบคำถามทีละตัว อภิญญาของพระโมคคัลลานะ สามารถท่องนรกท่อง
สวรรค์ไปมาได้อย่างเสรี...