ในอดีต มีพี่น้องสองคน บิดามารดาได้เสียชีวิตไปนานแล้ว ฐานะครอบครัวร่ำรวย แต่ก็ไม่
สามารถแสดงความกตัญญูต่อบุพการีได้จึงเสียใจมาก

        เมื่อเวลาผ่านไป สองพี่น้องมีอุดมการณ์และความชอบต่างกัน พี่ชายชอบในหลักธรรม ส่วน
น้องชายชื่นชอบในทรัพย์สินเงินทอง พี่ชายชื่นชอบในหลักธรรมก็มักจะบริจาคสม่ำเสมอ ดังนั้น 
ทรัพย์สมบัติจึงค่อย ๆ ลดน้อยลง ส่วนน้องชายที่รักสมบัติ เวลาจะทำอะไรก็เป็นการค้าไปหมด 
ดังนั้นทรัพย์สินยิ่งเพิ่มพูน ด้วยเหตุนี้บุคลิกของสองพี่น้องขัดกันทำให้เกิดความไม่พอใจ วันหนึ่ง
น้องชายทนไม่ไหวจึงสอนสั่งพี่ชายว่า
      “พวกเขาโชคไม่ดี บิดามารดาเสียชีวิตเร็วเกินไป สมบัติที่บิดามารดาหลงเหลือไว้ให้พวกเรา
พวกเราเป็นลูกพึงระลึกถึงความเมตตาของบิดามารดา และควรพยายามทำกิจการงานให้รุ่งเรือง
เพื่อรักษาและเพิ่มพูนทรัพย์สมบัติ เพื่อเป็นการปลอบประโลมดวงวิญญาณของบิดามารดา นี่คือ
หลักธรรมของคนเป็นลูก แต่ตอนนี้ท่านกลับไม่ทำเช่นนั้น วันทั้งวันคอยติดตามเหล่าสมณะ
ผู้ออกบวช ฟังพระธรรม หรือว่าพวกเขาได้ให้อาหารเสื้อผ้าแก่พี่หรือ? ครอบครัวของพี่จนลงทุกวัน 
สมบัติน้อยลงทุกวัน ไม่เพียงแต่ผิดต่อบิดามารดา เพื่อนบ้านยังหัวเราะเยาะอีก”
     “น้องชาย คำพูดของเจ้าพี่เข้าใจดี นี่เป็นการมองโลกเพียงผิวเผิน เจ้าคิดว่าการรักษาสร้างเสริม
สมบัติของบิดามารดาจะเป็นการแสดงความกตัญญูต่อบิดามารดา แต่พี่มิได้คิดเช่นนั้น นี่เป็นเพียง
การที่เจ้าได้เสวยสุขมากขึ้นเท่านั้น บิดามารดาที่เสียไปได้รับประโยชน์อันใดเล่า? ส่วนพี่นั้นรักษา
เบญจศีลอย่างเคร่งครัด ถือปฏิบัติในกุศลกรรม ๑๐ ถวายปัจจัยแด่พระรัตนตรัย และใช้มหาธรรม
ฉุดช่วยคนสนิท ทำให้วิญญาณได้หลุดพ้นจากความทุกข์และสู่สุคติ และค่อย ๆ หลุดพ้นบรรลุ
มรรคผล นี่คือความกตัญญูที่แท้จริง ด้วยเหตุนี้ ธรรมกับโลกีย์นั้นตรงกันข้ามกัน ในทางธรรมจะเห็น
ว่าความสุขเป็นสิ่งล้ำค่า ในทางโลกจะรังเกียจความยากจนต่ำต้อย ความของเจ้าในขณะนี้คือ
รากฐานของความทุกข์กังวล พี่ไม่ปรารถนาแสวงหาความสุขมายา  คนที่มีปัญญาแสวงหาความสุข 
ความสุขนั้นต้องเป็นความสุขที่แท้จริงชั่วกาลนาน”

       เมื่อน้องชายได้ยินคำพูดพี่ชาย ก็รู้สึกว่าตนเองจนด้วยเหตุผลและถ้อยคำ แต่ในจิตใจยังไม่สยบ 
ก้มหน้าเก็บความโกรธไว้ พี่ชายก็รู้ว่าน้องชายนั้นยากจะรู้แจ้ง จึงพูดถึงความในใจของตนในการ
เสาะหาธรรมออกมา น้องชายรู้ว่าพี่ชายมีจิตใจใฝ่ในธรรมอย่างมั่นคงหนักแน่น จึงเก็บความ
เกลียดชังและจากไป ไม่นานนัก พี่ชายตั้งใจเสาะหาธรรม จึงสละครอบครัว มาเป็นสมณะสวมจีวร
ถือบาตร มุ่งมั่นบำเพ็ญฌานระมัดระวังในทุกคำพูดทุกกิริยา ต่อมาก็บรรลุอรหันต์มรรค

       เมื่อน้องชายรู้ข่าว ไม่เพียงแต่ไม่ยินดีด้วยกลับยิ่งกลัดกลุ้มโมโห วัน ๆ หนึ่งเขาวุ่นอยู่กับธุรกิจ 
จนหัวหมุน มิได้สนใจในหลักธรรมแห่งการหลุดพ้นเลย สุดท้ายทรัพย์สมบัติก็ไม่อาจคงที่อยู่ได้
ยืนนาน เมื่อชีวิตมีขีดจำกัด เอาไปก็ไม่ได้ มีแต่กรรมที่ติดตามตนเองไป

       เนื่องจากขณะที่เขามีชีวิตมีความโลภมาก จึงต้องไปเกิดเป็นวัว วัวนี้ตัวโตมีแรงเยอะ ถูกพ่อค้า
ซื้อไปลากเกลือ ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางที่ยาวไกลไม่ได้พักผ่อนจนผอมแห้งแรงน้อย เวลา
ขึ้นเนินเขาก็หอบแฮ่ก ๆ ยังถูกตีอีกด้วย ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนายิ่ง ในขณะนี้ บังเอิญพี่ชายเดินผ่าน
มาพอดี เมื่อมองเห็นวัวก็รู้ว่านั่นคือน้องชายเขากลับชาติมาเกิด จึงชี้แนะเขาว่า
       “น้องชาย ในชีวิตหนึ่งของเจ้าต้องเหน็ดเหนื่อยลำบากเพื่อให้มีสมบัติเงินทองมากมาย บัดนี้ไป
ที่ไหนกับเล่า? เจ้าบอกว่ามหาธรรมไม่สามารถเพื่ออาหารเสื่อผ้าให้แก่เจ้าได้ เงินทองสามารถ
สนองกิเลสตัณหาได้นับว่าเป็นของล้ำค่า บัดนี้มหาธรรมทำให้ข้าหลุดพ้นการเวียนว่าย บรรลุ
มรรคผล ส่วนสมบัติล้ำค่าของเข้า ทำไมมันไม่ช่วยให้เจ้าพ้นจากกายวัวแล้วไปสู่สุคติเล่า?”

       เมื่อพูดจบ ก็ใช้อภิญญาทำให้วัวได้รู้จักชีวิตเดิมของตน แม้วัวจะรู้แล้วแต่มันก็พูดไม่ได้ ได้แต่
ร้องไห้คร่ำครวญเสียใจ รู้ว่าเมื่อก่อนเป็นคนไม่สร้างกุศลกรรม ตระหนี่ถี่เหนียวอิจฉาริษยา ไม่ศรัทธา
ในพุทธธรรม ดูหมิ่นอริยชนไม่ฟังคำพูดของพี่ชาย บัดนี้ต้องเกิดกายเป็นวัว ทั้งเสียใจ และละอายใจ
ยิ่งนัก
       พี่ชายรู้ว่าน้องชายสำนึกผิดตำหนิตนเองแล้ว จึงขอซื้อวัวตัวนี้จากเจ้าของ และบอกเล่าความ
สัมพันธ์ระหว่างวัวให้เขาฟัง เจ้าของวัวฟังแล้วขนลุกซู่ จึงยกวัวตัวนั้นให้โดยไม่คิดราคา พี่ชายจึงจูง
วัวกลับไปปล่อยไว้ที่วัด ทั้งยังสอนให้มันสวดมนต์ท่องพุทธะ ไม่นานนัก วัวนี้ตายแล้วไปจุติใน
สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เป็นเทวดา

       ต่อมา เจ้าของวัวคิดถึงการเวียนว่ายตายเกิดของต้นเหตุผลกรรม ก็ละทิ้งทุกอย่าง ตั้งใจศึกษา
ธรรมและได้บรรลุอริยมรรคหลุดพ้นจากความทุกข์กังวล พยายามหาเงินทองสะสมไว้ตลอดชีวิต 
เงินทองนั้นมิใช่ของตนเอง นำเงินทองนั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับเวไนย์ นั่นจึงจะเป็นของตนเอง
อย่างแท้จริง เมื่อมีเหตุ ก็ย่อมมีผล นี่คือหลักธรรมตายตัว...