พระพุทธองค์ทรงบอกพวกเราว่า ผู้ที่ดำเนินการบริจาค ก็เพื่อสร้างฐานะการเงินที่มั่นคงใน
อนาคต บุญกุศลแห่งการบริจาค มิใช่แค่สูงส่ง แต่เป็นหลักประกันที่พึ่งพาได้ วันนี้คนร่ำรวยในโลก 
ก็เพราะผลบุญจากการบริจาคในอดีตชาติ ผู้ดำเนินการบริจาคในชาตินี้ ก็เพื่อเตรียมตัวเสวยสุขใน
อนาคต
       ในอดีต ที่ประเทศอินเดียมีพระราชินีพระองค์หนึ่ง พระนางเลื่อมใสนับถือในพระพุทธศาสนา
มากการบริจาคสร้างบุญเป็นเรื่องที่พระนางชื่นชอบที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงได้รับความเคารพนับถือจาก
ประชาชน ภายในวันพระนางก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้คน
       ครั้งหนึ่ง พระนางสวมอาภรณ์แพรไหมที่งดงาม ทรงสวมสร้อยไข่มุกไว้บนพระเศียร ทรง
เดินเล่นในสวนดอกไม้กับองค์ราชันย์ องค์ราชันย์ทรงเห็นองค์ราชินีผู้สวยงาม จึงทรงตรัสว่า
       “ราชินีผู้เป็นที่รักยิ่งของเรา เจ้าดูสิ เจ้าแต่งตัวงดงามเพียงนี้ เสวยสุขอยู่บนความมั่งคั่งใน
โลกมนุษย์ นี้ล้วนเป็นความภาคภูมิใจที่เรามอบให้ เจ้าว่าจริงหรือไม่?  เราเป็นองค์ราชันย์ เจ้าเป็น 
องค์ราชินี เรามีอาหารเลิศรสไว้ลองลิ้ม มีอาภรณ์สวยงามไว้สวมใส่ มีตำหนักไว้อยู่อาศัย เจ้า
ติดตาม ข้าอย่างมีความสุข ที่รักเจ้าควรจะรักเราให้มาก ๆ จึงจะถูก”
       “องค์มหาราช ข้าควรจะรักและขอบคุณพระองค์อย่างยิ่ง แต่ว่า ความร่ำรวยของข้า มิใช่
พระองค์เป็นผู้มอบให้ เพราะว่านี่คือผลวาสนาของตัวข้าเอง ระหว่างพวกเรามีเพียงความสัมพันธ์
ฉันสามีภรรยา ผลบุญวาสนานี้ ต่างเป็นเหตุกุศลปัจจัยของแต่ละคน ไม่มีใครที่จะส่งผลกระทบ
กับใครได้”

       คำพูดของพระราชินีนี้ ทำให้องค์ราชันย์อยู่ไม่เป็นสุข แต่พระองค์ก็มิได้ตรัสอะไร ได้แต่
ทรงดำเนินกลับวังไปและทรงมีความคิดที่จะทำให้พระราชินีต้องลำบากใจ ในคืนนั้น องค์ราชันย์
ทรงรอคอยจนองค์ราชินีบรรทมแล้วองค์ราชันย์ก็แอบเอาอัญมณีแหวนเพชรบนพระหัตถ์ของ
พระราชินีออก นำไปโยนทิ้งแม่น้ำ เรื่องนี้องค์ราชันย์ทรงทำอย่างเงียบที่สุดโดยไม่มีใครล่วงรู้ได้ 
วันที่สอง องค์ราชินีตื่นบรรทม ก็พบว่าแหวนหายไปแล้ว จึงทูลถามองค์ราชันย์ว่า
       “ที่รัก เห็นแหวนของข้าหรือไม่?”
       “เราจะไปรู้หรือ แหวนก็สวมอยู่ที่มือของเจ้า ไฉนจึงมาถามเรา วาสนาของเจ้าสามารถรักษา
ให้มันไม่หายได้หรือเปล่า?” องค์ราชันย์ใช้คำพูดเยาะเย้ยถากถามตอบกลับ
       “ถูกต้อง หากในส่วนบุญวาสนาของข้าแล้ว แหวนนั้นควรจะเป็นของข้าแล้วหล่ะก้อ มันย่อม
ไม่หายไปไหน ในทางกลับกัน ของที่ไม่ใช่ของข้า จะไขว่คว้าอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์”

       กิริยาขององค์ราชินีนั้นยังคงสบาย ๆ เป็นอิสระเสรี แม้ว่าแหวนนั้นจะทำมาจากอัญมณีอันล้ำค่า
ประมาณมิได้ แต่พระนางก็มิได้กลัดกลุ้มหรือกังวลใด ๆ แต่ในพระทัยขององค์ราชันย์นั้น 
เรื่องนี้ได้ผ่านการคิดใคร่ครวญมาหลายครั้งแล้ว ว่าวิธีที่ใช้นี้จะล้มเลิกหลักเหตุผลของนางให้ได้
น่าประหลาด หลังจากนั้นสามวัน ขณะที่นางกำนัลกำลังผ่าท้องปลาในครัวนั้น  ก็พบแหวนของ
องค์ราชินีที่หายไป เมื่อองค์ราชันย์ได้ยินข่าวก็ตกพระทัยมาก จึงทรงเชื่อเรื่องของบุญวาสนาว่ามิใช่
ธรรมดาเลย ที่จริงนั้นองค์ราชันย์นำเอาแหวนทิ้งลงในแม่น้ำ และถูกปลาตัวนี้กินเข้าไป เพิ่งจะกินไป
ไม่นาน ปลาตัวนี้ก็ติดแหขึ้นมา ในขณะเดียวกันก็นำมาขายให้กับพระราชวัง เรื่องราวช่างบังเอิญนัก 
นี่ก็เพราะวาสนาขององค์ราชินี จึงสามารถแหวนที่สูญหายไปได้ 
       นับแต่นั้นมา องค์ราชันย์ก็มิได้คิดอีกแล้วว่าตนเองเป็นผู้ให้ทุกสิ่งแก่องค์ราชินี บุญวาสนาของ
แต่ละคน ต่างคนก็ไปเสวยผลบุญนั้น บาปกรรมนั้นเป็นดั่งเงาตามตัว วาสนา ก็เป็นดั่งเงาตามตัว
เช่นกัน วาสนาได้มาเพราะการบริจาค ได้มาเพราะการมอบให้ การเป็นคน ควรต้องบริจาคทานให้
มาก ๆ จะต้องมอบถวายให้มาก ๆ...