พระอมิตพุทธเจ้าในดินแดนสุขาวดีตั้งปณิธานฉุดช่วยพวกเราเวไนย์ทั้งหลายให้พ้นความทุกข์ 
ขอเพียงพวกเราต้องการจะไป พระอมิตพุทธเจ้าย่อมจะมารับแน่นอน แรงมหาปณิธานนั้นยิ่งใหญ่
ยากที่จะคาดเดาได้
       เมื่อสองพันกว่าปีก่อนก็เป็นเวลาของพระศากยมุนีพุทธเจ้าทรงเทศนาธรรม มีฆราวาสคนหนึ่ง
เคารพนับถือพระพุทธองค์มาก ทุกเช้านางจะไปยังเบื้องพระพักตร์ของพระพุทธองค์กราบสักการะ 
นางทำเช่นนี้ทุกวันไม่เคยขาด และไม่เคยละเลยเกียจคร้านเลย
       ครั้งหนึ่ง นางทูลเชิญพระพุทธองค์มารับการถวายปัจจัยที่บ้าน ในตอนนี้พระพุทธองค์ทรง
รู้เจตนาของนางจึงถามว่า
       “ท่านเตรียมอาหารถวายพระ ปรารถนาจะได้รับบุญกุศลเช่นไร?”
ฆราวาสหญิงตอบอย่างนอบน้อมว่า
       “หากมีผลบุญวาสนา ข้าอยากวอนขอมีบุตรชาย ๔ คน”
       “ทำไมต้องการขอบุตรชาย ๔ คน?” พระพุทธองค์ ทรงถามด้วยความอ่อนโยน
       “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า! หากข้ามีบุตรชาย ๔ คน เมื่อเติบใหญ่แล้ว บุตรคนโต จะให้ไป
ทำการค้าขายหาเงินทองได้มากมาย บุตรคนที่สองให้เก็บเกี่ยวธัญญาหารที่อุดมสมบูรณ์ บุตร
คนที่สามสอนให้เขาขยันหมั่นเพียรเพื่อที่จะได้เป็นขุนนางมีชื่อเสียง บุตรคนที่ ๔ จะให้เขาออก
บวชศึกษาพระธรรม บำเพ็ญจนบรรลุมรรคผล มาปกโปรดบิดามารดาและทุกคน เท่านี้ข้าก็
พึงพอใจแล้ว”
พระพุทธองค์สดับฟังความปรารถนาของนางแล้วจึงทรงตรัสว่า
       “ตกลง ให้ท่านสมความปรารถนา”

       หลังจากที่ฆราวาสหญิงถวายปัจจัยแด่พระพุทธองค์ไม่นานก็ตั้งครรภ์ ให้กำเนิดบุตรชายหนึ่ง
เฉลียวฉลาดไม่เหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ ดังนั้นบิดามารดาจึงรักดุจไข่มุกในมือ เด็กน้อยคนนี้ค่อย ๆ
เติบโตขึ้น แม้ว่ามารดาของเขาปรารถนาจะมีบุตร ๔ คน แต่แม้ว่าเขาจะไม่มีน้องชายอีก มารดา
จึงทุ่มเทความรักทั้งหมดให้กับลูกชายคนนี้

       วันหนึ่ง ขณะสนทนากันยามว่าง มารดาจึงเล่าเรื่องการถวายปัจจัยพระพุทธองค์กับความ
ปรารถนาที่ต้องการมีบุตร ๔ คนให้ลูกชายสุดที่รักฟัง เมื่อบุตรชายได้ยินคำพูดของมารดา จึง
จดจำไว้ในใจ เมื่อเติบโตขึ้นก็เรียนรู้ค้าขาย ด้วยความฉลาดมีไหวพริบ ในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีก็หา
เงินทองได้มากมาย บิดามาดาดีใจมาก จากนั้นมาเขาไม่ทำการค้าอีก เปลี่ยนอาชีพไปปลูกพืช
ผักในนา เขาก็ขยันรดน้ำพรวนดิน ได้รับผลเก็บเกี่ยวมากมายเพื่อนบ้านทั้งหลายพากัน ยกย่อง
ชื่นชม ครอบครัวก็มีเงินทอง มีธัญญาหาร กลายเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยมั่งคั่งถึงตอนนี้เขาก็ดำเนิน
ตามปรารถนาของมารดาที่คาดหวังกับบุตรคนที่สาม คือแสดงหาความมั่นคงด้วยการเป็นขุนนาง 
เดิมทีเป็นคนที่มีความสามารถ การไขว่คว้าตำแหน่งข้าราชการก็มิใช่เรื่องยาก เมื่อเป็นขุนนางใหญ่
แล้ว ฐานะครอบครัวก็ร่ำรวยอีก บัดนี้ยังมีเรื่องกังวลใดอีกเล่า? แต่ความหวังสูงสุดของเขามิใช่
เพียงแค่นี้ เมื่อเป็นขุนนางได้หนึ่งปี เขาก็พูดกับมารดาว่า
       “ท่านแม่ ความปรารถนาสี่ข้อของท่านแม่ ลูกทำสำเร็จสามข้อแล้ว บัดนี้ขาดข้อสุดท้าย
หากข้าออกบวชแล้ว ก็จะทำให้ท่านพอใจแล้วใช่ห

       มารดารู้ว่าบุตรชายจะขอออกบวช ความจริงนี้เป็นเจตนาเดิมของนาง จึงตอบตกลงด้วย
ความยินดี บุตรชายร่ำลามารดาไปด้วยความดีใจ เขาจึงไปหาพระศากยมุนีพุทธเจ้า วอนขอ
ออกบวชถือเพศสมณะ ด้วยบารมีธรรมของพระพุทธองค์และกุศลปัจจัยของตนเอง บวกกับความ
วิริยะบำเพ็ญ ไม่นานก็บรรลุอรหันต์เมื่อบรรลุธรรมแล้ว ก็กกลับบ้านไปโปรดบิดามารดาและคนใน
ครอบครัว นับแต่นั้นมาก็ออกก้าวเดินเผยแผ่พุทธธรรมสร้างคุณประโยชน์และส่งเสริมเวไนย์ให้
ประสบความสำเร็จ... หรือไม่?”