กรุงสาวัตถีในประเทศอินเดีย มีหญิงยากจนคนหนึ่งชื่อนันทะ กำพร้าบิดามารดาตั้งแต่เล็ก ร่อนเร่
ไปตามถนนหนทางต่าง ๆ ขอทานเลี้ยงชีพ เสื้อผ้าของนางขาดกระรุ่งกระริ่ง กิ่นไม่อิ่ม ไม่มีที่หลับ
นอน แม้ว่ารูปลักษณะนางดูสุภาพ แต่นางก็ยากจนลำเค็ญมาก และก็ไม่มีชายหนุ่มขอแต่งงานด้วย 
หากว่าให้นางได้เกิดในตระกูลร่ำรวยสูงศักดิ์ นางจะต้องเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์งดงามเป็นแน่แท้
      ในขณะที่นางขอทานไปเรื่อย มักจะเห็นองค์ราชันย์และเหล่าขุนนางพากันไปถวายปัจจัยแด่
พระพุทธองค์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่นางรู้สึกหดหู่ที่ตนเองไม่อาจทำเช่นนั้นได้ นางจึงมัก
ทอดถอน ใจเสมอว่า 
      “บาปกรรมของข้าในอดีตคงหนักหนามาก นางละอายใจมากคอยแต่ตำหนิตนเอง" 
ด้วยเหตุนี้นางบังเกิดมหากุศลจิตขึ้นฉับพลันคิดและตัดสินใจแน่วแน่ที่จะถวายปัจจัยแด่

พระพุทธองค์ ด้วยเหตุนี้ นางจึงหายโศกเศร้า ก้าวเดินขอทานไปข้างหน้าจนตกเย็น นางก็ได้เหรียญ
เงินมาไม่กี่เหรียญ จึงนำไปซื้อตะเกียงดวงหนึ่งแล้วไปยังอารามถวายแด่พระพุทธองค์ ทั้งยังตั้ง
ปณิธานว่า
      “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า! ชาตินี้ข้ายากจนข้นแค้น บัดนี้อาศัยตะเกียงดวงเล็กนี้ถวายแด่
พระองค์ ด้วยบุญกุศลนี้ หวังว่าในอนาคตชาติข้าจะมีปัญญาสว่างไสว ทั้งยังสามารถขจัดมลทิน
ของเวไนย์ทั้งปวง” เมื่อพูดจบจึงก้มลงกราบพระพุทธองค์และจากไป พอตกกลางคืน ตะเกียงใน
อารามทั้งหมดล้วนดับลง มีเพียงตะเกียงดวงนี้ที่ส่องแสงสว่างไสว ในคืนนี้พอดีเป็นเวรของ
พระโมคคัลลานะ คิดจะไปเก็บตะเกียง แต่เมื่อเห็นตะเกียงดวงนี้สว่างไสวเหมือนกับเพิ่งจุดก็รู้สึก
ประหลาดใจมาก จึงดับตะเกียงนั้น แต่เมื่อดับไปมันก็ติดขึ้นมาอีก พระโมคคัลลานะรู้สึกแปลกใจ 
จึงหันกลับไปเอาพัดมา ออกแรงพัดอีกครั้ง แสงตะเกียงก็ยังอยู่คงเดิม ไม่มีวี่แววว่าจะดับ ต่อมา
ก็ใช้เสื้อผ้ามาพัก ตะเกียงก็ยังไม่ดับ พระโมคคัลลานะยิ่งรู้สึกประหลาดใจ จึงส่ายหัวไม่รู้จะทำ
อย่างไร จึงไปทูลถามพระพุทธองค์ว่า
      “ตะเกียงดวงเล็กนี้ ทำไมแสงของมันสว่างไม่ยอมดับ หรือว่านี่เป็นตะเกียงเทพหรือไร?”
พระพุทธองค์ทรงแย้มสรวลแล้วตรัสว่า
      “ตะเกียงดวงนี้ ท่านไม่อาจดับมันได้ นี่เป็นตะเกียงของผู้ที่บังเกิดมหากุศลจิตบริจาคมา จิตใจ
ของนางก็สว่างไสวเฉกเช่นเดียวกับตะเกียงดวงนี้ที่ไม่ดับ” 
วันที่สอง หญิงยากจนบังเอิญได้มากราบสักการะเบื้องหน้าพระพุทธองค์ พระพุทธองค์จึงพยากรณ์
ให้หญิงยากจนด้วยพระพักตร์ยิ้มแย้มว่า
      “ในอนาคตชาติอีกหนึ่งร้อยกัปป์ จะได้เป็นพระพุทธะนามว่า โรจนประทีป”

      เมื่อหญิงยากจนได้รับการพยากรณ์ จึงอ้อนวอนขอออกบวชด้วย พระพุทธองค์ทรงอนุญาต
ด้วยความยินดี