เศรษฐีสุริยัน นำสมบัติที่บรรพบุรุษหลงเหลือไว้มากมายมาบริจาคทานด้วยความปิติยินดี 
เขาศรัทธาในพระพุทธศาสนามาก ความศรัทธานี้แข็งแกร่งกว่าวัชระเสียอีก เขาตั้งมหาสัตย์
ปฏิญาณต่อหน้าพระพุทธองค์ไว้ว่าในทุกวันที่แปดเดือนสิบสอง จะทูลเชิญพระพุทธองค์ และ
เหล่าพระภิกษุมารับการถวายภัตตาหารที่บ้าน 
เมื่อเศรษฐีใกล้จะสิ้นใจ ยังกำชับเรื่องนี้กับบุตรชายว่า
     “หลังจากที่พ่อตาย พวกเจ้าต้องสืบสานปณิธานของพ่อ อย่าลืมที่พ่อสั่งไว้นะ เมื่อพ่อตาย
จะได้เป็นสุข”
     เมื่อเศรษฐีสั่งเสียเสร็จก็จากโลกนี้ไป ลูกชายของเขาชื่อวีรทัตต์มีความกตัญญูมาก จดจำ
คำของพ่อไว้ในใจ 
     ทุกวันที่แปดเดือนสิบสองจะจัดอาหารถวายแด่พระพุทธองค์และเหล่าพระภิกษุ เขาทำเช่นนี้
ทุกปี วีรทัตต์ค่อย ๆ ยากจนลง สุดท้ายไม่เหลืออะไรเลย จนถึงขนาดไม่มีอาหารจะกรอกปาก
     ฤดูใบไม้ร่วงผ่านไป ฤดูหนาวเข้ามาเยือน วันที่แปดเดือนสิบสองใกล้เข้ามาถึง วีรทัตต์กลัดกลุ้ม
มากที่ไม่มีเงินทองจะจัดหาอาหารมาถวายแด่พระพุทธองค์และเหล่าพระภิกษุได้ เขาครุ่นคิดวิตก
กังวลทุกวันคืน เขาไม่สามารถทำการบริจาคได้ แต่เขาก็ไม่อาจจะผิดคำสัญญาต่อบิดา
วันนี้ พระพุทธองค์จึงส่งพระโมคคัลลานะไปถามวีรทัตต์ที่บ้าน 
     “วีรทัตต์ ทุกวันที่แปดเดือนสิบสองนี้ บิดาของท่านจะทำอาหารถวายพระเป็นประจำ ปีนี้ท่าน
คิดว่าจะทำอะไร?”
วีรทัตต์ตอบว่า
     “พระโมคคัลลานะ คำสั่งเสียของบิดา ข้ามิอาจขัดขืนได้ เมื่อถึงเวลานั้น ก็จะทูลเชิญ
พระพุทธองค์ และเหล่าพระภิกษุมา ณ ที่นี่”
พระโมคคัลลานะนำคำพูดของวีรทัตต์ไปทูลต่อพระพุทธองค์ พระพุทธองค์ทรงชื่นชมยินดีมาก
ด้วยเหตุนี้ วีรทัตต์จึงปรึกษาภรรยาว่า
     “จะทำอย่างไรดี? บ้านของเราจนจนไม่มีอะไรเหลือแล้ว วันที่จะถวายภัตตาหารก็ใกล้จะมาถึง 
พวกเราน่าจะหาทางแก้ไข เธอมีวิธีที่ดีบ้างไหม?”
ภรรยาคิดดูแล้วพูดว่า
     “ตอนนี้มีทางอยู่ทางหนึ่ง คือให้ข้ากลับไปยังบ้านแม่เพื่อยืมเงินทองมาสักหน่อย เมื่อมีเงิน
แล้วค่อยไปใช้คืน”
วีรทัตต์ดีใจมาก ฟ้าช่างไม่กั้นทางคน หลังจากที่ยืมเงินมาได้ จึงจัดงานถวายภัตตาหารอัน
ใหญ่โต ทูลเชิญพระพุทธองค์และเหล่าพระภิกษุมารับการถวาย แม้วีรทัตต์จะหยิบยืมเงินมา
ใช้ครั้งเดียวหมด แต่เขาก็มิได้รู้สึกเสียดายเลย กลับรู้สึกอิ่มเอิบใจ
     ในคืนวันนั้น เขาและภรรยาก็หลับไปด้วยความปิติสุข เมื่อถึงเที่ยงคืน มีเงินทองไหลมาเทมา
มากมายจนเต็มห้อง วันที่สอง สองสามีภรรยาตื่นขึ้นมาเห็นทั้งดีใจทั้งตกใจระคน พวกเขา
ปรึกษากันถึงเหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ว่าน่าจะไปทูลถามพระพุทธองค์
ด้วยเหตุนี้ พระพุทธองค์ทรงบอกพวกเขาว่า
     “วีรทัตต์ ท่านควรใช้เงินทองนั้นด้วยความสบายใจ นั่นไว้ให้พวกท่าน พวกท่านมิต้องสงสัย
หวั่นกลัว หลายปีที่ป่านมาท่านสามารถทำตามสัญญา ไม่ผิดต่อคำสั่งสอนของบิดา แม้จะตกทุกข์
ได้ยาก ก็ยังคงศรัทธามั่นคง ช่างซาบซึ้งใจยิ่งนัก เงินทองเหล่านี้คือผลบุญวาสนา มิใช่ภัย ใน
อนาคตความยากจนก็จะไม่มากล้ำกรายพวกท่าน พวกท่านจะร่ำรวยมั่นคงชั่วนิรันดร์ วีรทัตต์สอง
สามีภรรยาได้ยินที่พระพุทธองค์ทรงตรัส ยิ่งเกิดความศรัทธาเชื่อมั่น และรับเบญจศีลและ
ไตรสรณคมน์ เป็นอุบาสกที่มีความศรัทธานอบน้อม...