บาปกรรมของสตรีหนักกว่าบุรุษ การได้เกิดมาเป็นสตรีเพศ ไม่ว่าด้านใด ๆ ก็ไม่อาจเทียบเคียง
บุรุษได้ ดังนั้นสตรีทุกคนในโลก ควรที่จะสำนึกที่ได้เกิดกายเป็นสตรี
     ในอดีต มีสตรีนางหนึ่ง นางต้องการจะสำนึกผิดต่อบาปกรรมของตนเอง เพื่ออนาคตชาติ 
จะไม่ต้องเกิดกายเป็นสตรีอีก ด้วยเหตุนี้จึงนำเอาดอกไม้สดหอมช่อหนึ่ง ไปถวายแด่พระพุทธองค์
ที่วัด หลังจากที่นางก้มสักการะต่อพระพุทธรูปแล้ว จึงออกจากวัดไปบังเอิญได้พบกับพระภิกษุ
รูปหนึ่ง นางจึงถามว่า
     “พระอาจารย์คะ! ดอกไม้หนึ่งช่อถวายแด่พระพุทธะ สามารถได้รับผลบุญวาสนาเท่าไร?”
     “อาตมาเป็นพระเพิ่งเริ่มศึกษาพระธรรม คำถามที่โยมถามนั้น อาตมาก็ไม่ชัดเจน แต่ว่าอาตมา
สามารถพาโยมไปถามปัญหานี้กับพระภิกษุผู้บรรลุอรหันต์มรรคได้”
พระภิกษุรูปนั้นจึงพาสตรีนางนี้ไปพบพระอรหันต์ พร้อมกับเล่าถึงเจตนาการมาให้ฟัง พระอรหันต์
จึงตอบว่า
     “บุญกุศลจากดอกไม้หนึ่งช่อ ในอนาคตชาตโยมไม่ต้องเกิดกายเป็นสตรีเพศ ทั้งยังเสวยผลบุญ
ในเทวโลกหนึ่งพันชาติ วาสนายังไม่หมดสิ้น จากนี้ไป ยังมีบุญวาสนาอะไรอีก อาตมาบอกไม่ได้”
พระอรหันต์ไม่สามารถให้ความกระจ่างแก่สตรีได้อย่างชัดเจน สตรีนางนั้นก็รู้สึกไม่สบายใจ 
ในตอนนี้พระอรหันต์จึงพูดว่า
     “โยมรอสักครู่ อาตมาจะไปยังดุสิตสวรรค์ ขอคำชี้แนะจากไมเตรยโพธิสัตว์”

เมื่อพระอรหันต์พูดจบ รับมุ่งสู่ดุสิตสวรรค์ เรียนถามไมเตรยโพธิสัตว์ว่า
    “มีสาธุชนหญิงนางหนึ่ง ถวายดอกไม้หนึ่งช่อ พร้อมกับสำนึกผิดในกรรมเก่าของนาง บุญกุศล
เช่นนี้ มีมากมายเพียงใด?”
แต่ไมเตรยโพธิสัตว์ก็ไม่อาจทราบได้จนหมด จึงพูดว่าจะต้องรอจนใกล้บรรลุเป็นพระพุทธะ จึงจะ
สามารถรู้แจ้งแทงตลอด จากนี้จะเห็นได้ว่า การถวายดอกไม้หนึ่งชื่อแด่พระพุทธะ บุญกุศลนั้น
ไร้ขอบเขต ไม่อาจคำนวนคาดเดาได้ ขอเพียงทุกคนยินยอมให้จิตนี้บังเกิดขึ้น สร้างบุญให้มาก 
บริจาคให้มาก จะไม่เพียงแต่ลบล้างหนี้กรรมได้ ยังได้รับผลบุญวาสนาอย่างมหาศาล...