พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า การฆ่า การลักทรัพย์ การมัวเมาในกาม การพูดปด สี่ข้อนี้เป็นเสมือน
ทะเลมืด ทำให้ตกสู่การรับทุกขเวทนา เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เปรียบเสมือนแดนอริยะ อัน
ยิ่งใหญ่ ภายในมีมณีรัตนะจำนวนมหาศาลยากที่จะหยั่งรู้ได้ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ไม่มีวันหมดสิ้น
ขณะที่พระศากยมนีพุทธเจ้าเทศนาสอนสั่งเวไนย์ที่เวฬุวันวิหารในกรุงราชคฤห์นั้น ครั้งหนึ่ง
พระอานนท์ลุกขึ้นยืนท่ามกลาง พนมมือทูลถามพระพุทธองค์ว่า
“ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า! ครั้นพระองค์ทรงแสดงปฐมเทศนาที่อิสิปตนมฤคทายวัน ทรงแสดง
อริยสัจสี่แก่เบญจวัคคี ทำให้พวกเขาบรรลุเป็นพระอรหันต์ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า! เบญจวัคคี
ทั้งห้านั้น ในอดีตชาติ ได้สร้างเหตุปัจจัยอันใดกับพระตถาคตเจ้าหรือไม่ จึงมีโอกาสสดับพุทธธรรม
นับแต่ครั้งแรก ได้รับหยาดพระธรรม ขอพระองค์ทรงโปรดแถลงไขแก่พวกเราเถิด”
       พระพุทธองค์จึงทรงตรัสกับพระอานนท์และมหาชนว่า
       “เบญจวัคคีนี้ ในอดีตชาติเคยกินเนื้อหนังมังสาของเรา จึงสามารถรอดชีวิตมาได้ทั้งหมด ดังนั้น
ในชาตินี้จึงสามารถได้รับรสพระธรรมและหลุดพ้นก่อน”
คำพูดเหล่านี้ คนที่ฟังแล้วต่างประหลาดใจมาก พระอานนท์ลุกขึ้นยืนและทูลถามว่า
       “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า! เหตุไฉนในอดีตชาติพวกเขาจึงกินเนื้อหนังมังสาของพระองค์
ได้เล่า?”

ในขณะนี้บริเวณรอบ ๆ นั้นเงียบสงัด แม้ว่าในห้องประชุมใหญ่จะมีคนฟังจำนวนนับหมื่น แต่ว่าก็ไม่มี
เสียงใดเกิดขึ้นเลย แม้กระทั่งจะหายใจยังไม่กล้าให้เสียงดังเลย ต่างนิ่งเงียบคอยฟัง พระพุทธองค์
ทรงเล่าเรื่องเหตุปัจจัยของเบญจวัคคีพระพุทธองค์บนอาสนะทรงตรัสว่า
        “ในอดีต มีโลกอยู่แห่งหนึ่ง องค์ราชันย์ทานทชินเป็นผู้มีพระปรีชาสามารถและมีคุณธรรม 
มีความเมตตาประชาชนหลายล้านคนที่อยู่ภายใต้การนำพาขององค์ราชันย์ต่างเคารพรักพระองค์
มาก พระองค์ทรงนำพาประชาชนให้อยู่เย็นเป็นสุข “แต่ว่า บุปผามิได้ผลิบานตลอดเวลา ทัศนียภาพ
อันงดงามมิได้คงอยู่ตลอดกาล ประเทศที่ร่มเย็นเป็นสุขนั้นก็ได้พบกับความทกข์ยาก สวรรค์ช่างไม่
เห็นใจ ในปีนี้ ทุกที่ฝนไม่ตก ทำให้เกิดความแห้งแล้ง ประชาชนต้องอดอยากหิวโหย พืชพันธุ์
ธัญญาหารเหี่ยวเฉาจนหมดสิ้น นักดาราศาสตร์ได้ทำนายว่า ภัยแล้งนี้อาจจะยืดเยื้อออกไปถึง ๑๒ ปี 
องค์ราชันย์ ทรงวิตกกังวลยิ่งนัก ภัยแล้ง ๑๒ ปี ชีวิตของประชาชนยังจะอยู่รอดหรือ? ประเทศไร้ซึ่ง
ประชากร บ้านเมืองก็ยากจะยืนหยัด ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงทรงเรียกเหล่าขุนนางเข้าเฝ้า คิดหาวิธี
แก้ไข สุดท้ายจึงใช้วิธีนี้ คือ
        “ให้นำเอาข้าวของของประชาชนทั้งประเทศที่สะสมไว้ บวกกับสิ่งของทุกอย่างในคลังสมบัติ
แห่งชาติ นำมารวมกัน จากนั้นก็นับจำนวนประชากร และคำนวนจากปริมาณของของที่ต้องกินใช้ใน
หนึ่งวันต่อคนเป็นจำนวนน้อยที่สุด และแจกจ่ายให้กับประชาชนทุกคนไป”

เมื่อองค์ราชันย์ทรงมีพระบัญชาออกไป ต่างก็เริ่มงานกันตั้งแต่วันนั้น ประชาชนแม้จะมีความเป็นอยู่
ที่ยากลำบาก แต่ก็ยังไม่มีใครอดตายสักทีเดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่าได้ผ่านไป เสบียงอาหาร
ที่มีอยู่ก็กินจนหมดแล้ว เรือกสวนไร่นาก็แห้งแล้งไม่สามารถหว่านเพาะเมล็ดพันธุ์ได้ องค์ราชันย์
ทรงร้อนพระทัยมาก ทรงครุ่นคิดว่าจะสละชีวติของพระองค์เพื่อรักษาชีวิตของมหาชนให้อยู่รอด 
ถึงตอนนี้พระองค์ทรงประกาศว่า
        “เราจะออกประพาสนอกเมือง ไม่รู้ว่าเป็นเวลานานแค่ไหน เดินไปถึงไหนก็พักผ่อนถึงนั่น ใคร
อยากจะไปกับเราก็ไป ใครไม่อยากไปก็อยู่ในประเทศ”

เมื่อได้ยินว่าองค์ราชันย์จะทรงประพาส มีคนประมาณสองหมื่นคนที่ยินยอมติดตามพระองค์ไป 
ในวันที่ออกเดินทาง มาถึงภูเขาเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ทุกคนต่างเหนื่อยล้ามาก องค์ราชันย์ทานทชินทรง
พระราชดำเนินไปยังป่าที่เชียวชอุ่ม และบัญชาให้ทุกคนพักผ่อนตามอัธยาศัย เนื่องจากความ
เหนื่อยล้า ประชากรสองหมื่นคนก็หลับไปในเวลาอันรวดเร็ว เหลือองค์ราชันย์เพียงผู้เดียว ทรง
ประทับอยู่บนที่สูง มองดูมหาชนทั้งหลายที่หลับสนิท จึงทำการสักการะกราบไหว้จตุรทิศ พร้อมกับ
ตั้งปณิธานว่า
        “บัดนี้ประชาชนในประเทศกำลังเผชิญกับความทุกข์ยากหิวโหย หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ย่อมจะ
สิ้นชีพเป็นแน่แท้ เพื่อชีวิตของมหาชน เรายินดีเสียสละชีพตน โดยปรารถนาว่าอนาคตชาติ จะเกิด
เป็นมัจฉา เอาเนื้อจากกายข้ามาเลี้ยงชีวิตประชาชนผู้หิวโหย พวกเขาสามารถเอาเนื้อเลือดของข้า
ไปได้โดยไม่มีวันหมดสิ้น”

เมื่ออธิษฐานเสร็จ องค์ราชันย์ทานทชนิทรงปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ใหญ๋แล้วกระโดดลงมาจบชีวิต
ตนเอง เมื่อองค์ราชันย์ทานทชินทรงสวรรคต ด้วยแรงแห่งปณิธาน ได้กลายเป็นปลาในแม่น้ำ
ในขณะนี้ กรรมกรห้าคนในเมือง วันหนึ่งพวกเขามาทำงานที่ริมแม่น้ำ พบปลาในแม่น้ำ ปลาพูด
ภาษามนุษย์ว่า
        “หากพวกท่านหิว ก็ฆ่าเฉือนเนื้อของเราไปแก้หิวสิ แต่เมื่อกินอิ่มแล้ว ท่านก็ยังสามารถ
เฉือนเนื้อของเรานำกลับเมืองไปได้ เอาไปแบ่งให้คนอื่นกินบ้าง วันนี้ พวกท่านกินเนื้อของเราก่อน 
อนาคตเมื่อเราบำเพ็ญจนบรรลุมรรคผล ก็จะมาโปรดพวกท่านให้พ้นจากความทุกข์เป็นคนแรก” 

เมื่อปลาพูดถึงตรงนี้ก็หยุดพักสักครู่แล้วพูดต่อว่า 
        “เมื่อพวกท่านกลับไป ให้บอกประชาชนทั้งเมืองว่าคนที่ต้องการก็มาเอาไปได้”
กรรมกรห้าคนได้ยินคำพูดของปลาก็ดีใจมาก เอามีดที่แหลมคม เฉือนเนื้อปลามากิน เมื่อกินอิ่มแล้ว
ยังนำกลับไปอีกเป็นจำนวนมาก เมื่อกลับเข้าเมืองไป พบเจอใครก็บอกเล่าเรื่องนี้ไปทั่ว ด้วยเหตุนี้ 
ผู้คนมากมายจึงพากันมาที่ริมแม่น้ำเพื่อกินเนื้อปลา แต่ที่น่าอัศจรรย์ใจคือ คนมากมายเฉือนเนื้อปลา 
กินเนื้อปลา แต่กินเท่าไรก็ไม่หมดสักทีเมื่อผ่านความอดอยากไปได้สิบสองปี ก็ไม่มีใครอดตายเลย
สักคน พระอานนท์ ท่านทราบหรือไม่ว่าเหตุใดเราจึงเล่าเรื่องราวในอดีตตอนนี้ องค์ราชันย์ทานทชิน
ก็คือตัวเราในอดีตชาติ ย้อนคิดถึงตอนนั้น ตั้งปณิธานบรรลุเป็นพระพุทธะ เรามักจะเสียสละชีวิต
ของตนอยู่เสมอ เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่เวไนย์ กรรมกร ๕ คนในตอนนั้นก็คือ เบญจวัคคีในปัจจุบัน 
คนจำนวนแปดหมื่นที่นั่งล้อมรอบเราในขณะนี้ล้วนเคยกินเนื้อของเรามาก่อน”

พระพุทธองค์ทรงตรัสถึงตรงนี้ เหล่าสานุศิษย์ซาบซึ้งจนน้ำตาไหล ทั้งตั้งปณิธานว่าต่อไปจะรับฟัง
คำสอนสั่งจากพระพุทธองค์ จะวิริยะบำเพ็ญ เพื่อให้บรรลุมรรคผลในเร็ววัน....