ในบรรดาอัครสาวกของพระพุทธองค์ ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าอภิญญาเป็นเลิศคือ
พระโมคคัลลานะ ท่านมีพี่น้องสองคน  น้องชายที่บ้านนั้นสะสมเงินทองไว้มากมายมหาศาล แต่ว่า เขาเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวมาก ไม่ยอมบริจาคแก่ผู้ใดแม้แต่น้อย ทุกวันก็คอยดูว่าสมบัติที่สะสมไว้
จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เขาสะสมไว้จนเต็มคลังสมบัติ แต่เขาก็ยังไม่พอใจอยู่ดี เมื่อพระโมคคัลลานะ
ทราบเรื่องจึงเดินทางไปยังบ้านของน้อยชาย คิดหาวิธีการโปรดเขา ฝ่ายน้องชายอยู่ ๆ เห็นพี่ชาย
กลับมาก็ดีใจมาก แต่เมื่อพระโมคคัลลานะพบหน้าน้องชายก็เริ่มเปิดฉากพูดว่า
      “น้องชาย! บัดนี้เจ้ามีสมบัติมากมายขนาดนี้ นำไปใช้ในเรื่องการกินอยู่ เสื้อผ้าอาภรณ์ก็ไม่
เท่าไร ไฉนเจ้าจึงดิ้นรนหาเงินทองไปเพื่ออะไร?” พระโมคคัลลานะหยุดสักครู่แล้วจึงกล่าวต่อว่า 
      “เจ้าน่าจะรู้ว่า คน ๆ หนึ่งเมื่อมีเงินทองมากมาย ชื่อเสียงยิ่งโด่งดัง เมื่อชื่อเสียงโด่งดัง 
ภัยอันตรายก็ยิ่งมาก”

      น้องชายฟังพระโมคคัลลากล่าวเช่นนั้น ก็รู้สึกประหลาดใจมาก เขาถามพี่ชายด้วยความ
สงสัยว่า
      “น่าแปลก! เมื่อมีเงินทองมาก การทำงานที่สะดวก จะมีอันตรายใดเล่า?”
      “น้องชาย! เจ้าไม่รู้หรือว่า เมื่อมีเงินทองแล้ว ใครจะไม่รู้จักเจ้าบ้าง? ด้วยเหตุนี้ มหาโจรใน
แผ่นดินพวกลักเล็กขโมยน้อยเกลื่อนเมือง ต่างคอยจ้องอยู่ทุกวันคืน ทำเรื่องให้เจ้าปวดหัว เมื่อมี
เงินแล้ว พวกขุนนางฉ้อโกงโลภมาก ก็คอยมาหาเรื่องเจ้า พวกเขาเพียงสร้างหลักฐานเท็จใส่ความ
เจ้าให้กลายเป็นผู้ต้องหา เจ้ารับไหวหรือ? เจ้าอย่าคิดว่าคลังสมบัติสร้างไว้อย่างแข็งแรงแน่นหนา 
เมื่อไฟไหม้ขึ้นมา เจ้ายังสามารถรักษาสิ่งของเหล่านั้นได้อีกหรือ? ครอบครัวที่ร่ำรวยส่วนใหญ่ 
มักจะมีบุตรหลานเนรคุณ เพราะว่าเลี้ยงให้เขาสบายจนเคยตัว ไม่ให้พวกเขาลำบาก พวกเขาก็จะ
ไม่รู้จักความลำบากเหนื่อยยากในการหาเงิน ทำให้นิสัยเสีย เป็นคนขยันกินขี้เกียจทำกอปรกับ
มีคนชั่วนำพามัวเมาในสุรา นารี การพนัน ใช้เงินอย่างกับเศษดิน ชั่วเวลาไม่นานก็ต้องขายที่นา
สวนต่าง ๆ อย่างนี้แล้วจะไม่ใช้คนหัวเราเยาะได้อย่างไร? น้องชาย! เจ้าทุกข์ยากลำบากหาเงินทอง
มาได้มากมายขนาดนี้ ตนเองก็ไม่สามารถรักษาไว้ ได้ตลอดในขณะเดียวกันเจ้าอายุเลยล่วงเข้าสู่
วัยกลางคนแล้ว คนเราสุดท้ายก็หนีความตายไม่พ้น เมื่อเวลานั้นมาถึง เงินสักเหรียญก็เอาไปไม่ได้ 
มีเพียงบาปกรรมที่เกิดจากความโลภมากอยากได้ ความตระหนี่ถี่เหนียวที่จะติดตามเจ้าไปนั้น 
ทำให้ต้องไปรับทุกข์ ถึงตอนนั้นเสียใจก็สายไปเสียแล้ว น้องชาย! เมื่อดวงตาทั้งสองของเจ้ายัง
สามารถเปิดออกดูได้ ก็ควรจะสร้างกุศลกรรมให้มาก หมั่นบริจาค เพื่อสร้างเนื้อนาบุญสำหรับอนาคต หากเจ้าฟังในคำเตือนของข้า ผลวาสนาในอนาคตย่อมมหาศาลแน่นอน”

       เมื่อพระโมคคัลลานะชี้แนะเสร็จ แม้น้องชายที่มีนิสัยตระหนี่ถี่เหนียวเมื่อฟังคำของพี่ชาย แล้วก็
อดที่จะตื้นตันใจไม่ได้ เขาจึงรีบเปิดคลังสมบัติ เอาออกมาช่วยเหลือจนยากจนทั้งหลาย ในขณะ
เดียวกันเขาให้คนงานสร้างห้องเก็บของที่กว้างใหญ่มาก เตรียมไว้เก็บผลบุญวาสนาอันไร้ขอบเขต

      ในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี สมบัติในคลังก็หมดลงไม่เหลืออะไรเลย ถึงตอนนี้น้องชายของพระ
โมคคัลลานะก็วิ่งไปดูที่ห้องเก็บสมบัติใหม่ เมื่อเปิดประตูเข้าไปดู ก็พบว่าข้างในว่างเปล่า จึงทำให้
เขาผิดหวังมาก สมบัติที่มีอยู่ก็บริจาคไปจนหมดสิ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ผลบุญวาสนาอะไรเลย เมื่อ
หนึ่งปีก่อนยังเป็นเศรษฐีผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง บัดนี้กลายเป็นยาจกไม่มีสักเก๊เดียว เขาเสียใจมาก คิดว่าหลงกลพี่ชายเข้าแล้ว ก็โกรธจนเป็นไข้

       ขณะที่พระโมคคัลลานะเข้าฌาอยู่นั้น ก็รู้ว่าน้องชายเป็นทุกข์ร้อน จึงรีบไปยังบ้านของน้องชาย
เพื่อปลอบโยนเขาว่า
      “น้องชาย! การสร้างบุญครั้งนี้ของเจ้าไม่สามารถที่จะคำนวนนับได้ หากบุญกุศลนี้มีรูปลักษณ์
หล่ะก้อ ห้วงอวกาศที่ว่ายิ่งใหญ่นี้ก็บรรจุไว้ไม่หมด น่าเสียดายที่ตาเนื้อของเจ้าไม่สามารถมองเห็น
ได้ บัดนี้ข้าจะพาเจ้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง เพื่อดูผลบุญวาสนาเพียงเล็กน้อยที่เจ้าได้รับ”

      เมื่อพระโมคคัลลานะพูดจบ ก็โอบน้องชายไว้ แล้วใช้แรงแห่งอภิญญาเหาะขึ้นสู่เบื้องบน 
ชั่วพริบตาเดียวก็มาถึงสวรรค์ชั้นกามาวจร ไปดูตำหนักใหม่ซึ่งสร้างด้วยมณีรัตนะ ภายในนั้นมีทุกสิ่ง
ทุกอย่าง มีหญิงงามมากมาย ดูแล้วละลานตา พวกนางกำลังวุ่นทำความสะอาด น้องชายเห็นแล้ว
ก็แปลกใจจึงถามพระโมคคัลลานะว่า
      “พี่ชาย นี่เป็นสถานที่อะไรกัน? นี่เป็นตำหนักของใครกัน? ข้าไม่เคยเห็นสิ่งก่อสร้างใดที่จะหรูหรา
ตระการตาเช่นนี้มาก่อน ทั้งยังมีหญิงงามอยู่ข้างในอีก มิเห็นมีบุรุษใดเลย”

       พระโมคคัลลานะจึงให้น้องชายเข้าไปถามสตรีเหล่านั้นเอง สตรีเหล่านั้นเมื่อได้ยินว่ามีคน
มาถามก็พากันหัวเราคิดคักและตอบว่า
      “ท่านมิรู้หรือ? พวกเรากำลังรอคอยน้องชายของพระโมคคัลลานะ เขาทำการบริจาค ช่วยเหลือ
คนยากคนมากมาย ผลแห่งกุศลกรรมของเขาที่ทำไว้ เมื่อจบชีวิตลงก็จะมาเป็นเทวราชที่นี่”

       หลังจากได้ยินเช่นนี้ น้องชายพระโมคคัลลานะจึงรู้ว่าบุญกุศลแห่งการบริจาคนั้นยิ่งใหญ่มาก และวิ่งกลับไปหาพระโมคคัลลานะพร้อมกับขอบคุณพี่ชายที่ช่วยชี้แนะให้ ตั้งแต่บัดนั้นมา เขายิ่งมี
ความกระตือรือร้นที่จะสร้างกุศลกรรมทั้งปวง บริจาคช่วยคนยากไร้ด้วยความสุขใจ...