ในเมืองสาวัตถีมีคนผู้หนึ่ง เลี้ยงดูเด็กชายคนหนึ่ง หลังจากคลอดออกมา สองมือกำแน่น 
มารดารู้สึกแปลกประหลาดมาก จึงแกะมือของทารกน้อยออกมาดู ก็พบว่าในมือแต่ละข้างนั้น
กำเหรียญทองเอาไว้ มาดาจึงเอาเหรียญทองนั้นออกมา แต่ว่า ชางประหลาดแท้ในมือของทารก
น้อยนั้น เมื่อนำเหรียญทองออก มันก็จะเกิดขึ้นมาอีก ไม่ว่าจะเอาออกเท่าไรก็เอาออกไม่หมด 
ภายหลังมารดาก็รู้ว่าเป็นผลวาสนาตอบสนอง จึงตั้งชื่อทารกน้อยนั้นว่า วัชรสิน รูปร่างหน้าตาของ
วัชรสินงดงามยิ่งนัก นิสัยมีเมตตาอ่อนโยน ทุกคนต่างชื่นชอบเขา 
วัชรสินถือกำเนิดในขณะที่พระพุทธองค์ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ ได้ยินว่ามีพระพุทธองค์ผู้ทรง
รู้ตื่นรู้แจ้งเป็นพระอาจารย์แห่งมนุษย์โลกและเทวโลก สามารถช่วยเวไนย์ขจัดความทุกข์ทั้งปวง 
หลังจากที่เขาเติบใหญ่ จึงวอนขออนุญาตบิดามารดาให้เขาออกบวชติดตามพระพุทธองค์ เมื่อได้
รับความเห็นชอบจากบิดามารดาแล้ว วัชรสินจึงเดินทางไปยังที่ประทับของพระพุทธองค์ตามลำพัง
ผู้เดียว เมื่อวัชรสินปลงผมสวมจีวร ในขณะที่กำลังรับศีล จะต้องถวายความเคารพต่อเหล่าศิษย์พี่
ทั้งหลาย วัชรสินถวายความเคารพต่อหน้าศิษย์พี่ทีละคน สองมือแนบลงกับพื้น ก็จะมีเหรียญทอง
หล่นลงมาบนพื้นมากมาย เมื่อพิธีรับศีลเสร็จสิ้น ก็วิริยะบำเพ็ญธรรม ไม่นานนักวัชรสินบรรลุมรรค
อรหันต์
วันหนึ่ง พระอานนท์ทูลถามพระพุทธองค์ว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ภิกษุวัชรสิน ในอดีตได้
สร้างเหตุแห่งวาสนาเช่นไร มาชาตินี้ถึงกำเหรียญทองมาถือกำเนิด ซึ่งเหรียญทองนี้ออกมาให้ใช้
อย่างไม่มีที่สิ้นสุด? ทั้งยังได้พบพระองค์ ออกบวชไม่นานก็บรรลุมรรคผล? กราบทูลถามพระองค์
ทรงเมตตาไขความกระจ่างด้วยเถิด!” พระพุทธองค์ทรงเล่าถึงต้นเหตุผลกรรมต่อหน้ามหาชนว่า
“ย้อนเวลาจากปัจจุบันกลับสู่อดีตนานเก้าสิบเอ็ดกัปป์ มีพระวิปัสสีพุทธเจ้าทรงเทศนาสอนสั่งอยู่
ในโลก ซึ่งเหตุการณ์เฉกเช่นเดียวกับในปัจจุบัน พระวิปัสสีพุทธเจ้าทรงนำเหล่าสาวกออกธุดงค์ 
ทุกแห่งที่พระองค์และเหล่าพระภิกษุเดินทางไปถึง ล้วนมีผู้ศรัทธาตระเตรียมภัตตาหารมาถวาย 
ในขณะนั้น มีคนยากจนคนหนึ่ง มีความปรารถนาจะถวายปัจจัยแด่พระองค์บ้าง จึงเข้าป่าไป
ตัดฟืนนำไปขายได้เงินมาสองเหรียญ และเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยความปิติ ซึ่งตนเองต้องเหน็ดเหนื่อย
เพื่อแลกเงินมาสองเหรียญ มอบถวายแต่พระองค์และเหล่าภิกษุ จิตใจของคนยากจนนี้ ทำไปด้วย
ความบริสุทธิ์ใน ทำเรื่องที่ไม่ธรรมดา สามารถนำเหรียญเงินสองเหรียญที่ตัดตัวนี้มอบถวายแด่
พระองค์ และเหล่าภิกษุจนหมด เมื่อเวลาผ่านไปเก้าสิบเอ็ดกัปป์ จนถึงบัดนี้ ในมือจึงกำเหรียญเงิน
ซึ่งใช้ไม่มีวันหมด คนยากจนคนนั้นก็คือภิกษุวัชรสินในปัจจุบัน”
เมล็ดพันธุ์เพียงหนึ่งเม็ดสามารถออกผลมากมายมหาศาล แม้ว่าจะเป็นการบริจาคถวายเพียง
แค่สองเหรียญทอง ก็ก่อให้เกิดผลเก็บเกี่ยวได้ไม่มีที่สิ้นสุด การบริจาคถวายนั้น แท้ที่จริงเป็น
หลักธรรมแห่งความมั่งมีของพวกเรา...