เมื่อพระศากยมุนีพุทธเจ้าประทับอยู่บนวัชรอาสน์ใต้ต้นโพธิ และบรรลุอริยมรรคแล้ว จึงออก
เทศนาธรรมไปทั่ว ปกโปรดเวไนย์ผู้มีบุญทั้งหลาย ขณะที่พระพุทธองค์เสด็จไปยังเชตวันวรวิหาร
ในเมืองสาวัตถีเพื่อแสดงธรรมนั้น ในเมืองสาวัตถี มีเศรษฐีคนหนึ่งนามว่า ปุลิ ภรรยาของเขา
ก็เป็นบุตรสาวของครอบครัวที่มั่งมีและมีชื่อเสียง หลังจากแต่งงานกันแล้ว สองสามีภรรยาก็รักใคร่
เคารพซึ่งกันและกัน ต่อมาไม่นานนัก พวกเขาได้ให้กำเนิดลูกสาวคนหนึ่ง หน้าตาสวยงาม 

       เมื่อโตขึ้นก็เป็นเด็กเรียบร้อยมีความกตัญญู มีความเป็นกุลสตรีเพียบพร้อม ด้วยเหตุนี้จึง
ได้รับความชื่นชมยกย่องจากทุกคน แต่ที่น่าแปลกคือไม่รู้ว่าอดีตชาติได้สร้างเหตุแห่งวาสนา
เช่นไร 

        ขณะที่นางถือกำเนิดมานั้น บนศีรษะของนางมีสร้อยมุกสองประกายงามสวย เมื่อบิดามารดา
เห็นก็ดีใจมาก จึงไปเชิญโหรพราหมณ์มาท่านหนึ่งเพื่อทำนายลักษณะให้บุตรสาว โหรพราหมณ์
มองดูเด็กผู้หญิงคนนี้ แล้วถามบิดามารดาว่า
       “เมื่อเด็กคนนี้คลอดออกมา มีอะไรที่ผิดแผกแตกต่างไปหรือไม่?”
       “ที่ผิดแผกแตกต่างไม่มี แต่มีสร้อยมุกบนศีรษะของหล่อนนั้น เกิดมาก็มีแล้ว” 
มารดาพูดกับโหรพราหมณ์แล้วชี้ไปยังบุตรสาว ถึงตอนนี้โหรพราหมณ์ก็มองดูที่ศีรษะของ
เด็กน้อย พูดกับสองสามีภรรยาเศรษฐีว่า
       “ผลวาสนาของเด็กน้อยนี้มากมายยิ่งใหญ่ อนาคตหากแต่งงาน ก็จะเป็นสตรีผู้เพียบพร้อม
ไปด้วยบุญวาสนาที่สุด หากออกบวชศึกษาธรรมแล้วไซร้ ก็จะประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่”

        คำพูดของโหราพราหมณ์ทำให้บิดามารดาของหล่อนดีใจมาก จึงตั้งชื่อบุตรสาวว่าสร้อยมุก
เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผ่านไปทีละปี ๆ สร้อยมุกก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หากที่บ้านมีแขก
มาเยี่ยมเยือน นางก็จะไปสังสรรค์แทนบิดา รู้หลบหลีกเป็นอย่างดี มีจิตใจกว้างขวาง ทุกคนต่าง
ชื่นชมในไหวพริบของนาง

       ครั้งหนึ่ง มีแขกสตรีมาเยือน แขกผู้นี้ไม่มีความละอายเลย เขาเรียกให้สร้อยมุกนั้นตัดสร้อย
บนศีรษะลงมาให้ สร้อยมุกที่ได้สดับฟังพระธรรมตั้งแต่ยังเล็ก นางเข้าใจคำว่าเมตตาดี รู้จักบริจาค 
รู้จักความปิติที่เกิดจากการให้ นางไม่หวงหรือเสียดายสร้อยมุกนั้นเลย จึงตัดแล้วส่งให้แขกผู้มา
เยือน แต่ว่านางเป็นผู้มีบุญวาสนาที่ยิ่งใหญ่ แม้ว่าจะตัดสร้อยส่งให้คนอื่นไปแล้ว สร้อยมุกใหม่ก็
เกิดขึ้นมาทันที ดังนั้น บนศีรษะของนางจึงมีสร้อยมุกส่องประกายตลอดไป

       บิดาของสร้อยมุก เป็นสหายกับเศรษฐีสุทัตต์ เศรษฐีสุทัตต์รู้ข่าวบ้านที่บ้านของสหายเก่าแก่ 
มีคุณหนูที่สวยงามฉลาดหลักแหลม จึงคิดจะไปสู่ขอให้ลูกชายครอบครัวของเขาเป็น
พุทธศาสนิกชนมีทรัพย์สิน มีอำนาจ มีชื่อเสียงเรียกได้ว่าคู่ควรกัน ดังนั้นการแต่งงานจึงผ่านไป
อย่างราบรื่น แต่ว่าคู่สามีภรรยาที่เพิ่งผ่านการสมรสนั้นทั้งคู่ ฟังพระธรรมมาตั้งแต่เด็ก เข้าใจใน
พุทธธรรม พวกเขารู้ว่าความรักเป็นบ่อเกิดของการเกิดดับ ความรักเสมือนบ่อพระเพลิง สามารถ
เผาไหม้ปัญญาและความรู้ผิดชอบชั่วดีให้มอดไหม้ไปได้ หากเป็นคนฉลาด ก็จะไม่หาทุกข์ใส่ตัว 
พวกเราสัญญากันว่าจะหลุดพ้นจากโลกีย์ ต่างเคารพรักษาข้อสัญญาซึ่งกัน        

ต่อมาก็ขออนุญาตผู้ปกครองไปปลงผมออกบำเพ็ญกับพระพุทธองค์ พวกเขาบำเพ็ญด้วย
ความหมั่นเพียร จึงบรรลุอรหันต์มรรคอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้มีพระภิกษุรูปหนึ่ง ไปยังเบื้องหน้า
ที่ประทับพระพุทธองค์ และทูลถามว่า
       “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า! สองสามีภรรยาสร้อยมุกนั้น ด้วยเหตุปัจจัยอันใด ทำให้พวกเขา
บรรลุอรหันต์มรรคอย่างรวดเร็ว ในอดีตชาติของนางได้สร้างบุญวาสนาอันใดไว้? จึงสามารถ
ถือกำเนิดในครอบครัวร่ำรวย บนศีรษะมีสร้อยมุก เมื่อตัดออกให้คนอื่นไปแล้ว สร้อยใหม่ก็งอก
ออกมาแทนที่ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้โปรดแถลงไขเหตุปัจจัยของพวกเขาให้พวกเรารู้ด้วยเถิด”

พระพุทธองค์จึงทรงตรัสแก่เหล่าภิกษุทั้งหลายอย่างอ่อนโยนว่า
       “ในอดีตชาติ ขณะที่พระกัสสปะพุทธเจ้าทรงเทศนาธรรมที่เมืองพาราณสีนั้น มีเศรษฐีท่านหนึ่ง
บังเกิดจิตโพธิสัตว์ ท่านมีชื่อว่าอาศาละ เข้าไปในเมืองสอนสั่งผู้คนให้บริจาคเพื่อสร้างเนื้อนาบุญ 
จะจัดงานถวายภัตตาหารแจแด่พระพุทธเจ้าและเหล่าสาวก ซึ่งในเมืองก็มีสตรีนางหนึ่ง ได้ยินคำพูด
เตือนสติเช่นนี้ ก็รีบถอดสร้อยมุกบนศีรษะเพื่อเป็นของถวายด้วยความยินดี พอตกดึก สามีของนาง
กลับมา เห็นสร้อยมุกบนศีรษะของนางไม่อยู่แล้ว จึงถามด้วยความประหลาดใจว่า        
        “สร้อยมุกบนศีรษะของท่านไปไหนเสียแล้ว?”
สตรีนั้นจึงตอบว่า 
        “วันนี้ เศรษฐีอาศาละ ขี่ช้างเผือกเข้ามาในเมือง เตือนสติทุกคนให้บริจาคทาน เพื่อสร้าง
เนื้อนาบุญ สามารถขจัดความทุกข์ และได้เสวยผลบุญในอนาคตชาติ เขามาขอรวบรวมกำลังคน
จะจัดเตรียมงานถวายปัจจัย และทูลเชิญพระพุทธองค์และเหล่าพระภิกษุ โอกาสเช่นนี้หายาก 
ข้าได้ยินเช่นนั้น จึงถอดสร้อยมุกออกมาบริจาคโดยไม่ลังเล”

        เมื่อสามีนางได้ยินเช่นนั้นก็ปิติยินดีมาก จึงเอามณีรัตนะอีกมากมายมาถวายเพื่อใช้ในงาน
พระพุทธองค์ทรงหยุดสักครู่หนึ่งแล้วตรัสต่อว่า 
        “เนื่องด้วยบุญกุศลแห่งการบริจาคมณีรัตนะ ทุกภพทุกชาติ จึงมีสร้อยมุกติดตัวมาตลอด 
และเหตุปัจจัยแห่งการถวายแด่พระพุทธะ ชาตินี้สองสามีภรรยาสร้อยมุก จึงสามารถได้พบ
พระพุทธเจ้าและสำเร็จเป็นพระอรหันต์ในเวลาอันรวดเร็ว”
       เมื่อเหล่าสาวกได้ยินเช่นนั้น ต่างชื่นชมสองสามีภรรยาสร้อยมุกมากที่ดำเนินเป็นสุข
ในการบริจาค....