ในอดีต ครั้งสมัยที่พระพุทธองค์ทรงชื่นชอบกับการบำเพ็ญนั้น พระองค์ทรงเป็นสาวกพราหมณ์
ที่เป็นคนวันหนุ่มอนาคตไกล ในสมัยที่พระองค์ยังทรงพระเยาว์นั้น ได้รับการเรียนรู้วิชาทั้ง ๑๘ 
อย่าง และเรียนรู้ศิลปะพราหมณ์ในตอนนั้น คนมากมายพากันยกย่องสรรเสริญพระองค์ว่าเป็นเด็ก
เทวดา 

วันเวลาผ่านไป ความรู้ของพระองค์เพิ่มพูนขึ้น และทรงเติบโตขึ้นตามวัย คำสอนของพราหมณ์
นั้นยังไม่เพียงพอที่จะเคารพยึดถือได้หมด เมื่อพระองค์ทรงคาดหวังที่จะมีปัญญาสูงขึ้น พระองค์
ทรงตั้งใจศึกษาธรรมเพื่อต้องการหลุดพ้นจากการเกิดดับ

เมื่อพระองค์ทรงรู้สึกว่าโลกนี้ ล้วนอนิจจัง ชีวิตคนนั้นสั้นนัก จึงมุ่งมั่นสละทิ้งซึ่งครอบครัว 
ปลดปล่อยความรักปรารถนา ละทิ้งทรัพย์สินความมั่งคั่ง เดินทางเข้าไปในป่า ใช้ชีวิตบำเพ็ญธรรม
อย่างเงียบสงบ ผู้ที่มีนิสัยเมตตาอ่อนโยนดั่งเช่นพระองค์ แม้จะบำเพ็ญอยู่ในป่า แต่ก็ไม่อ้างว้าง 
สัตว์เดรัจฉานมากมายในป่าล้วนเป็นสหายที่ดีของพระองค์ พวกเขาอยู่ร่วมกัน บางครั้งบำเพ็ญ
ขัดเกลา บางทีหยอกล้อกัน ผู้ร่วมนิกายหลายคนในอดีต เนื่องจากทรงเลื่อมใสในคุณธรรม และ
ปัญญาอันสูงส่งของพระองค์ จึงพากันละทิ้งนิกายนอกรีต หันมายึดถือพุทธศาสนาเป็นสรณะ 
เดินทางเข้าป่าไปศึกษาปัญญาฌาน

วันหนึ่งพระองค์นำพานักศึกษาคนหนึ่ง ประพาสไปตามทางเขาอันคดเคี้ยว ต้นไม้ใบหญ้าที่นี่ 
ช่างคุ้นเคยนักหมู่พฤกษามาลีนา ๆ พันธุ์ให้ทั้งกลิ่นหอมหวนและความสวยงาม เมื่อหยุดอยู่ท่ามกลาง
บรรยากาศเช่นนี้เหมือนกับได้ล่องลอยดุจเทวดา

ทันใดนั้น พระองค์ทรงทอดพระเนตรไปยังเนินเขาเบื้องล่างทรงเห็นเสือผอมแห้งแรงน้อยตัวหนึ่ง
ร่างกายมันดูอ่อนล้า นัยตาโปน ส่งเสียงร้อยโหยหวนด้วยความหิว ทำให้คนรู้สึกถึงความตายขึ้นมา 
ข้างกายของเสือนั้นมีลูกเสือเพิ่งคลอดได้ไม่นานยืนพิงมันอยู่ เสือนันหิวโหยจนสุดจะทนไหวแล้ว 
มันลอบมองไปยังลูกเสือข้างกายอยู่บ่อยครั้ง น้ำลายมันไหลย้อย จ้องมองลูกเสืออย่างกับศัตรู

เมื่อเห็นภาพอันน่าเวทนานี้ พระองค์ทรงบังเกิดมหากรุณาจิต พระองค์ทรงเรียกนักศึกษานั้นแล้วชี้
ไปที่เสือ พระองค์ทรงตรัสขึ้นมาว่า
“เวไนย์ที่น่าสงสาร ต้องทนทุกข์กับความหิวโหย ความหิวโหยกำลังบีบให้มันทำผิดในความรัก
ระหว่างแม่และลูก มันคิดจะกลืนกินลูกของมันเอง ช่างเป็นความโหดร้ายเสียจริง ท่านจงรีบไปหา
อาหารมาเร็วเพื่อช่วยชีวิตพวกมัน”

เมื่อนักศึกษาเดินออกไปแล้ว พระองค์ยังคงยืนครุ่นคิดลังเลอยู่ พระองค์ทรงคิดว่า
“เราควรจะกล้าทำในเรื่องที่ถูกศีลธรรม เห็นคนตกทุกข์ได้ยากแล้วไม่ช่วยเหลือ จิตใจของ
ผู้บำเพ็ญธรรมอยู่ที่ใดกันเล่า? บัดนี้ เราสามารถนำเอาสังขารที่ไม่เที่ยงแท้จีรัง โดดลงไปจาก
หน้าผานี้เพื่อให้ เสือโหยตัวนั้นได้อิ่มสักมือ และลูกเสือก็จะอยู่รอดปลอดภัยด้วย ตัวอย่าง
ของเรานี้จะเป็นกำลังใจแก่ผู้คนให้พวกเขารักและเห็นอกเห็นใจในชีวิตของสัตว์เดรัจฉานด้วย”

พระองค์ผู้ซึ่งเป็นผู้บำเพ็ญวัยหนุ่มมีความตั้งใจมั่นที่จะสละตนเองเพื่อเลี้ยงเสือโหย เมื่อตัดสินใจ
แล้วก็กระโดดกลิ้งตัวลงไปจากหน้าผาโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัวใด ๆ หนามแหลม และหินที่คมบาด
จนร่างกายที่กำยำแข็งแรงเป็นแผลไปทั่ว และบังเอิญตกลงไปอยู่ข้างเสือโหยพอดี เสือโหยที่กำลัง
คิดจะเขมือบลูกของตัวเอง ทันใดนั้นมันก็เห็นข้างกายมีสังขารที่ตายไปแล้วกลิ้งลงมา มันผละออก
จากลูกเสือ แล้วเดินเข้าไปกลืนกินศพนั้นทันที

เมื่อนักศึกษานั้นกลับมา ก็ไม่พบอาจารย์ เข้าใจว่าอาจารย์คงออกไปหาอาหารมาให้เสือกิน 
แต่เมื่อเขาได้ยินเสียงเสือคำรามอยู่เนินเขาข้างล่าง และเสียงกินดังสวบ! สวบ! เขาจึงจ้องมองดู 
ก็เห็นร่างกายของอาจารย์กถูกกินไปครึ่งหนึ่งเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง ช่างเศร้าสลดใจยิ่งนัก เสือโหยนั้น
มันใช้ลิ้นเลียอุ้งตีนมันด้วยความดีใจ และเตรียมจะกินต่อ เจ้าลูกเสือมันนอนหมอบจ้องมองอยู่
ด้านหน้า เหมือนมันรอคอยความหวัง ภาพเหตุการณ์ที่น่ากลัวนี้ ทำให้เขารู้สึกหนาวขึ้นมาจับใจ 
น้ำตาของเขาไหลลงสู่พื้นดิน

แม้นว่า อาจารย์ของเขาจะถูกฝังในท้องเสือ แต่เขากลับรู้สึกถึงความหวาดกลัวและความ
น่าเวทนา ทำให้เขาเข้าใจว่าทำไมอาจารย์จะต้องเสียสละชีวิตอันมีค่านี้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงคุกเข่า
ลงด้วยความเคารพบนอบพนมมือสวดสรรเสริญว่า
“โอ้! มหาทานแห่งการสละร่างกายตนเองเลี้ยงเสือนั้น ช่างมีความเตตากรุณายิ่งนัก ผู้ที่มี
ปณิธาน ดำรงอยู่ในความเมตตากรุณา เมื่อผู้นั้นตัดสินใจเสียสละแล้ว ก็จะมิรู้สึกถึงความทุกข์ยาก
ใด ๆ บัดนี้เขาได้หลุดพ้นแล้ว ดุจดั่งพระโพธิสัตว์ผู้สูงส่ง เขาได้ดำเนินในมหาเมตตาโดยไร้ปัจจัย 
และมหากรุณา
แห่งกายร่วมเดียวกัน”

เมื่อนักศึกษาคนนี้กลับไปยังที่พัก เขาก็นำเรื่องที่อาจารย์เสียสละร่างกายตนเพื่อเลี้ยงเสือนั้น
ให้ทุกคนฟัง พวกนักศึกษาทั้งหลายจึงพากันไปยังสถานที่ ที่อาจารย์ได้เสียสละชีวิตไว้เพื่อแสดง
ความเคารพและไว้อาลัย เหล่าเทวดาต่างพากันมาล้อมรอบกองกระดูกที่เหลือนั้น และนำดอกไม้
หอมจำนวนมากมายมาแสดงความเคารพด้วย
ในชีวิตหนึ่งพระองค์ทรงเสียสละร่างกายเพื่อเลี้ยงเสือโหย ในชีวิตที่เกิดดับไม่มีที่สิ้นสุดนั้น 
ได้เสียสละชีวิตสักชาติหนึ่ง เพื่อเสริมสร้างให้บรรลุชีวิตที่ยืนยาว นั่นคืออดีตของพระพุทธองค์
ผู้ยิ่งใหญ่นั่นเอง....