ขณะที่พระพุทธองค์ทรงเทศนาธรรมที่เมืองตุรสรนั้น ในเมืองนี้มีสตรีนางหนึ่ง นางให้กำเนิดบุตร
มากมาย และนางก็รักบุตรของนางยิ่งนัก แต่ว่านางก็ชอบขโมยลูกคนอื่นมากินเป็นอาหารพ่อแม่
ทั้งหลายในเมืองตุรสรนั้นต่างวิตกกังวล กลัวว่าจะสูญเสียลูกของตนไป
      เหล่าพระภิกษุนำเอาเรื่องที่พบเจอในตลาดนี้มากราบทูลต่อพระพุทธองค์ พระพุทธองค์ก็ทรง
ล่วงรู้ว่าสตรีนางนี้มิใช่หญิงธรรมดา พระพุทธองค์ทรงรู้ว่าในเมืองนี้มีผีแม่ลูกอยู่ ชอบขโมยลูกคนอื่น
กินเป็นอาหาร ซึ่งมิใช่เพียงแค่กล่าวไม่กี่ประโยคแล้วนาจะยอมกลับตัวกลับใจ พระพุทธองค์จึงทรง
เรียกให้พระภิกษุรูปหนึ่งฉวยโอกาสในขณะที่ผีแม่ลูกนี้ไม่อยู่บ้าน ไปนำตัวปิณกลบุตรคนเล็กสุด
และเป็นที่รักยิ่งของนางมายังวิหาร

      ด้วยเหตุนี้ ผีแม่ลูกเมื่อกลับมาถึงบ้านก็ไม่เห็นบุตรคนเล็ก ก็ร้องไห้ไม่หยุด เหมือนกับเป็นคนบ้า
อยู่หลายวัน ไม่ยอมกินอาหาร วันหนึ่งพระพุทธองค์ก็ทรงหาโอกาสไปพบนางและทรงถามว่า
      “ทำไมท่านจึงร้องไห้เสียใจเช่นนี้เล่า?”
ผีแม่ลูกนี้เมื่อเห็นพระพุทธองค์ก็หยุดร้องไห้ เช็ดน้ำตาแล้วพูดว่า
      “เพราะว่าขณะที่ข้าไม่อยู่บ้านนั้น บุตรคนเล็กที่ข้ารักที่สุดถูกขโมยไป”
      “คนอื่นขโมยบุตรของท่านไป ท่านไม่อยู่บ้านเฝ้าดูให้ดี ท่านไปไหนเสียหล่ะ? ท่านออกไป
ทำอะไร?”
เมื่อพระพุทธองค์ทรงถามเช่นนี้ ผีแม่ลูกนี้หัวใจเต้นตุบตับขึ้นมา เพราะว่าในขณะที่บุตรของนาง
หายไป ก็เป็นเวลาเดียวกับที่นางไปขโมยบุตรของคนอื่น นี่ย่อมเป็นผลกรรมตอบสนอง
      เมื่อผีแม่ลูกนี้ได้ยินพระพุทธองค์ทรงตรัสเช่นนี้ จึงได้รู้ถึงความโหดร้ายทารุณและความผิดพลาด
ของตน จึงบังเกิดใจสำนึกผิดคิดแก้ไขขึ้นมา นางจึงรีบก้มลงกราบพระพุทธองค์ พระพุทธองค์
จึงทรงถามว่า
      “ท่านรักบุตรของท่านหรือไม่?”
      “บุตรปิณกลเป็นลูกที่ข้ารักที่สุด เขาไม่เคยออกห่างจากข้าเลยสักนิด ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรข้าก็
ไม่สามารถขาดเขาได้ ขาดเขาแล้ว ข้าก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้”
พระพุทธองค์จึงอาศัยโอกาสนี้ชี้แนะนางว่า
      “ในเมื่อท่านรักบุตรของท่านยิ่งนัก คนอื่นก็ย่อมที่จะรักบุตรของตนเองเช่นกัน เมื่อท่านสูญเสีย
บุตรอันเป็นที่รักไปท่านย่อมจะเสียใจ แต่ว่า ท่านขโมยบุตรหลานของคนอื่นมากิน คนอื่นก็ย่อม
ร้องไห้เฉกเช่นเดียวกับท่าน บัดนี้ท่านหวังว่าจะหาบุตรของท่านพบไหม?”
      “หากว่าใครสามารถนำปิณกลกลับมาให้ข้าได้ จะให้ข้าทำอะไรก็ยอมทั้งนั้น”
พระพุทธองค์ทรงรู้ว่าผีแม่ลูกกลับตัวกลับใจแล้ว จึงทรงตรัสว่า
      “เราสามารถช่วยท่านหาบุตรจนพบได้ ท่านจะสำนึกหรือไม่ว่าเมื่อก่อนที่ท่านไปขโมยบุตรหลาน
คนอื่นมากินนั้นเป็นการกระทำที่ผิดบาป?”
      “ข้าสำนึกแล้ว ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ขอพระองค์เมตตาชี้แนะด้วย ข้าจะปฏิบัติตามคำชี้แนะ
ของท่านทุกอย่าง”
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
      “นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้อที่หนึ่ง ท่านจะต้องไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ข้อที่สอง ท่านจะต้องไม่
ลักขโมยทรัพย์สินของผู้อื่น ข้อที่สาม ท่านจะต้องไม่ประพฤติผิดในกาม ข้อที่สี่ ท่านจะต้องไม่
พูดปดหลอกลวงผู้อื่น ข้อที่ห้า ท่านจะต้องไม่ดื่มสุราเมรัยทั้งยังต้องใช้จิตใจของคนที่เป็นแม่ที่มี
ความเมตตา ดูแลเด็กทั้งหลายในใต้หล้าด้วย”
      “ข้าไม่กินเด็กแล้ว ต่อไปข้าจะกินอะไร?” ผีแม่ลูกถาม
      “เราจะเรียกสาวกของเรา นับแต่นี้ไปก่อนที่จะรับการถวายปัจจัย จะบริจาคอาหารให้แก่ท่านก่อน”
ผีแม่ลูกนี้ดีใจยิ่งนัก  จึงยอมรับในคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ พระพุทธองค์จึงทรงคืนปิณกล
ให้แก่นาง นางดีใจยิ่งนัก นางตั้งสัตย์ว่า จะดูแลปกป้องเด็กทั้งหลายในใต้หล้านี้

      วันนี้ผู้ออกบวชทั้งหลายก่อนที่จะฉันอาหาร จะต้องแผ่เมตตา เพื่อบริจาคให้แก่ผีแม่ลูกนี้