พระโมคคัลลานะใช้ทิพยจักษุสามารถรู้ต้นเหตุผลกรรมบาปเวรของภูตผีทั้งหลาย วันหนึ่งเขา
คิดถึงมารดาที่เสียไปแล้วขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาใช้อภิญญาจนเห็นมารดาที่เสียไปแล้ว ตกสู่ภูมิ
เปรตรับทุกข์อยู่ มีคอหอยเล็กบางเหมือนกับเข็ม หนังหุ้มกระดูก เมื่อพระโมคคัลลานะเห็นเช่นนั้น 
ก็รู้สึกเสียใจยิ่งนัก บังเกิดกตัญญุตาจิต เขาจึงรีบนำบาตรใส่อาหารมากมาย อาศัยอภิญญามุ่งไป
หามารดา แต่ว่ามารดาของเขาหยิบอาหารยังไม่ทันใส่ปาก อาหารในมือก็กลายเป็นถ่านไฟ ไม่สามารถกินได้ พระโมคคัลลานะ เศร้าเสียใจร้องไห้ที่ตนเองไร้ความสามารถ เขาสามารถรู้ถึง
ต้นเหตุผลกรรมของเหล่าภูตผี แต่ไม่อาจรู้ว่ามารดาได้สร้างบาปกรรมอันใดจึงต้องมารับทุกข์เช่นนี้  
เขานำพาจิตใจที่หนักอึ้งรีบไปขอคำชี้แนะจากพระพุทธองค์ พระโมคคัลลานะทูลรายงานว่า
     “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า วันนี้ศิษย์ใช้อภิญญามองเห็นของข้าในชาตินี้ ตกลงสู่ภูมิเปรตรับทุกข์ 
หยิบอาหารขึ้นมาเป็นไฟ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุปัจจัยอันใด? อภิญญาของศิษย์ สามารถสอดส่อง
เห็นต้นเหตุผลกรรมของเหล่าภูตผีได้ แต่ไฉนจึงไม่สามารถล่วงรู้เหตุปัจจัยของมารดาในชาตินี้ได้? 
วอนขอพระพุทธองค์ทรงเมตตาชี้แนะด้วย”
พระพักตร์ของพระพุทธองค์ที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงตรัสตอบว่า
     “โมคคัลลานะ เนื่องจากว่ามารดาของท่านขณะที่มีชีวิตอยู่ประนามพุทธะใส่ร้ายพระสงฆ์ ไม่เชื่อ
ในต้นเหตุผลกรรม สัทธรรม โลภ โกรธ มิจฉาทิฐิ หลอกลวงเวไนย์ ดังนั้นจึงได้รับความทุกข์เช่นนี้ 
เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างมารดากับบุตร ความใกล้ชิดผูกพันนี้ปิดบังอภิญญา ดังนั้นจึงไม่
อาจรู้บาปกรรมของมารดาได้”
     “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า มีสัทธรรมแยบยลอันใดบ้างที่สามารถทำให้มารดาศิษย์พ้นจาก
ความทุกข์ในภูมิเปรตบ้าง?” พระโมคคัลลานะวอนขอร้องต่อพระพุทธองค์
     “โมคคัลลานะ มารดาของท่านมีปมบาปหนักหนา ซึ่งด้วยกำลังของท่านเพียงผู้เดียวไม่สามารถ
ช่วยได้ แม้ว่ากตัญญุตาจิตของท่านสะเทือนฟ้าดิน แต่เหล่าเทวาในใต้หล้านี้ ก็ไม่สามารถที่จะ
ช่วยคนที่ประนามพระรัตนตรัยจนได้รับทุกข์ตกต่ำเช่นนี้ได้ บัดนี้ท่านมีเพียงอาศัยพุทธานุภาพของ
เหล่าสงฆ์ จึงสามารถทำให้มารดาของท่านพ้นจากทุกข์ในภูมิเปรตได้”
ทุกปีในเดือนเจ็ดวันที่สิบห้า เป็นวันที่เหล่าภิกษุสงฆ์ออกพรรษา ดังนั้นในวันนี้บุตรหญิงชาย ควรจะ
จัดเตรียมอาหารรสเลิศ ผลไม้ใหม่สด แทนบุพการีในเจ็ดชาติรวมถึงชาติปัจจุบันด้วย เพื่อถวายแก่
พระภิกษุสงฆ์ผู้เปี่ยมบารมีทั้งหลายเพราะว่าวันที่สิบห้าค่ำเดือนเจ็ดเป็นวันปวารณา พระอริยสงฆ์
ทั้งหลายที่อยู่ตามป่าเขาริมน้ำเข้าฌาน หรือผู้ที่ได้รับจตุอรหันต์มรรค หรือผู้ดำเนินอยู่ใต้ต้นไม้ 
หรือผู้ที่มีอภิญญาหกและกำลังสอนสั่งอย่างเสรี ตลอดจนพระโพธิสัตว์ทั่วทศทิศมหาบุรุษทั้งหลาย ล้วนมารับอาหารด้วย พระอริยสงฆ์ล้วนถือศีลบริสุทธิ์ บุญกุศลนั้นยิ่งใหญ่ดั่งมหาสมุทร ไม่อาจะ
ประมาณได้ หากสามารถถวายแก่คณะสงฆ์ที่ปวารณาได้ บุพการีในชาตินี้ ญาติทั้งหกก็สามารถ
พ้นจากความทุกข์แห่งทุคติสามได้รับการหลุดพ้น การอยู่การกินเป็นไปโดยธรรมชาติ หากบิดามารดายังแข็งแรงอยู่ ก็มีความสุขวาสนาร้อยปี เรื่องราวต่าง ๆ ก็จะดำเนินอย่างราบรื่น 
นี่ก็คือสัทธรรมแยบยลแห่งการฉุดช่วยอย่างแท้จริง”

     หลังจากที่พระโมคคัลลานะได้ยินพระพุทธองค์ทรงตรัสเช่นนั้น ก็น้อมปฏิบัติด้วยความยินดียิ่ง 
หลังจากได้ถวายอาหารแก่หมู่สงฆ์ในวันปวารณาแล้ว ในวันนั้นมารดาก็พ้นจากความทุกข์ในภูมิเปรต
พระโมคคัลลานะรู้ว่ามารดาได้หลุดพ้นจากภูมิเปรตแล้ว เขาสำนึกขอบคุณพระพุทธองค์เป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังกล่าวสรรเสริญบุญกุศลแห่งพระรัตนตรัย ทั้งยังตักเตือนชาวโลกในดำเนินธรรมในเทศกาล
อุลลมพน ถวายปัจจัยแด่พระพุทธะและพระภิกษุสงฆ์ เพื่อทดแทนคุณของบุพการีที่เลี้ยงดูมา

     การตักเตือนให้ดำเนินในเทศกาลอุลลมพนนี้เป็นความตั้งใจของพระโมคคัลลานะที่จะยัง
ประโยชน์สุขแก่ผู้คน ปัจจุบันเมื่อถึงวันที่ ๑๕ เดือน ๗ เทศกาลอุลลมพนก็กลายเป็นวันกราบไหว้
เซ่นสรวงภูตผีเทวดา ช่างคลาดเคลื่อนผิดต่อความตั้งใจเมตตาของพระพุทธองค์และพระ
โมคคัลลานะเสียจริง ผีแม่ลูก ขณะที่พระพุทธองค์ทรงเทศนาธรรมที่เมืองตุรสรนั้น ในเมืองนี้มีสตรี
นางหนึ่ง นางให้กำเนิดบุตรมากมาย และนางก็รักบุตรของนางยิ่งนัก แต่ว่านางก็ชอบขโมยลูก
คนอื่นมากินเป็นอาหาร พ่อแม่ ทั้งหลายในเมืองตุรสรนั้นต่างวิตกกังวล กลัวว่าจะสูญเสียลูก
ของตนไป

     เหล่าพระภิกษุนำเอาเรื่องที่พบเจอในตลาดนี้มากราบทูลต่อพระพุทธองค์ พระพุทธองค์ก็ทรง
ล่วงรู้ว่าสตรีนางนี้มิใช่หญิงธรรมดา พระพุทธองค์ทรงรู้ว่าในเมืองนี้มีผีแม่ลูกอยู่ ชอบขโมยลูก
คนอื่นกินเป็นอาหาร ซึ่งมิใช่เพียงแค่กล่าวไม่กี่ประโยคแล้วนาจะยอมกลับตัวกลับใจ พระพุทธองค์
จึงทรงเรียกให้พระภิกษุรูปหนึ่งฉวยโอกาสในขณะที่ผีแม่ลูกนี้ไม่อยู่บ้าน ไปนำตัวปิณกลบุตร
คนเล็กสุดและเป็นที่รักยิ่งของนางมายังวิหาร

     ด้วยเหตุนี้ ผีแม่ลูกเมื่อกลับมาถึงบ้านก็ไม่เห็นบุตรคนเล็ก ก็ร้องไห้ไม่หยุด เหมือนกับเป็นคนบ้า
อยู่หลายวัน ไม่ยอมกินอาหาร วันหนึ่งพระพุทธองค์ก็ทรงหาโอกาสไปพบนางและทรงถามว่า
     “ทำไมท่านจึงร้องไห้เสียใจเช่นนี้เล่า?”
ผีแม่ลูกนี้เมื่อเห็นพระพุทธองค์ก็หยุดร้องไห้ เช็ดน้ำตาแล้วพูดว่า
     “เพราะว่าขณะที่ข้าไม่อยู่บ้านนั้น บุตรคนเล็กที่ข้ารักที่สุดถูกขโมยไป”
     “คนอื่นขโมยบุตรของท่านไป ท่านไม่อยู่บ้านเฝ้าดูให้ดี ท่านไปไหนเสียหล่ะ? ท่านออกไป
ทำอะไร?”

     เมื่อพระพุทธองค์ทรงถามเช่นนี้ ผีแม่ลูกนี้หัวใจเต้นตุบตับขึ้นมา เพราะว่าในขณะที่บุตรของนาง
หายไป ก็เป็นเวลาเดียวกับที่นางไปขโมยบุตรของคนอื่น นี่ย่อมเป็นผลกรรมตอบสนอง เมื่อผีแม่ลูก
นี้ได้ยินพระพุทธองค์ทรงตรัสเช่นนี้ จึงได้รู้ถึงความโหดร้ายทารุณและความผิดพลาดของตน จึง
บังเกิดใจสำนึกผิดคิดแก้ไขขึ้นมา นางจึงรีบก้มลงกราบพระพุทธองค์ พระพุทธองค์จึงทรงถามว่า
     “ท่านรักบุตรของท่านหรือไม่?”
     “บุตรปิณกลเป็นลูกที่ข้ารักที่สุด เขาไม่เคยออกห่างจากข้าเลยสักนิด ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร
ข้าก็ไม่สามารถขาดเขาได้ ขาดเขาแล้ว ข้าก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้”
พระพุทธองค์จึงอาศัยโอกาสนี้ชี้แนะนางว่า
     “ในเมื่อท่านรักบุตรของท่านยิ่งนัก คนอื่นก็ย่อมที่จะรักบุตรของตนเองเช่นกัน เมื่อท่านสูญเสีย
บุตรอันเป็นที่รักไปท่านย่อมจะเสียใจ แต่ว่า ท่านขโมยบุตรหลานของคนอื่นมากิน คนอื่นก็ย่อม
ร้องไห้เฉกเช่นเดียวกับท่าน บัดนี้ท่านหวังว่าจะหาบุตรของท่านพบไหม?”
     “หากว่าใครสามารถนำปิณกลกลับมาให้ข้าได้ จะให้ข้าทำอะไรก็ยอมทั้งนั้น”
พระพุทธองค์ทรงรู้ว่าผีแม่ลูกกลับตัวกลับใจแล้ว จึงทรงตรัสว่า
     “เราสามารถช่วยท่านหาบุตรจนพบได้ ท่านจะสำนึกหรือไม่ว่าเมื่อก่อนที่ท่านไปขโมยบุตรหลาน
คนอื่นมากินนั้นเป็นการกระทำที่ผิดบาป?”
     “ข้าสำนึกแล้ว ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ขอพระองค์เมตตาชี้แนะด้วย ข้าจะปฏิบัติตามคำชี้แนะ
ของท่านทุกอย่าง”
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
     “นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้อที่หนึ่ง ท่านจะต้องไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ข้อที่สอง ท่านจะต้องไม่ลัก
ขโมยทรัพย์สินของผู้อื่น ข้อที่สาม ท่านจะต้องไม่ประพฤติผิดในกาม ข้อที่สี่ ท่านจะต้องไม่พูดปด
หลอกลวงผู้อื่น ข้อที่ห้า ท่านจะต้องไม่ดื่มสุราเมรัยทั้งยังต้องใช้จิตใจของคนที่เป็นแม่ที่มีความ
เมตตา ดูแลเด็กทั้งหลายในใต้หล้าด้วย”
     “ข้าไม่กินเด็กแล้ว ต่อไปข้าจะกินอะไร?” ผีแม่ลูกถาม
     “เราจะเรียกสาวกของเรา นับแต่นี้ไปก่อนที่จะรับการถวายปัจจัย จะบริจาคอาหารให้แก่ท่านก่อน”
ผีแม่ลูกนี้ดีใจยิ่งนัก  จึงยอมรับในคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ พระพุทธองค์จึงทรงคืนปิณกลให้แก่
นาง นางดีใจยิ่งนัก นางตั้งสัตย์ว่า จะดูแลปกป้องเด็กทั้งหลายในใต้หล้านี้

     วันนี้ผู้ออกบวชทั้งหลายก่อนที่จะฉันอาหาร จะต้องแผ่เมตตา เพื่อบริจาคให้แก่ผีแม่ลูกนี้.