ในอดีต มีบุตรชายในครอบครัวเศรษฐีคนหนึ่ง จะออกไปหาไข่มุกในทะเลกับพ่อค้าอื่น ๆ มากมาย 
บุตรชายเศรษฐีคนนี้ ก็อ่านหนังสือเกี่ยวกับวิธีการขับเรือมากมาย และจดจำได้อย่างแม่นยำ 
ด้วยเหตุนี้เขาจึงพูดกับผู้คนว่า
    “สภาพของการออกทะเลนั้น ข้ารู้หมด เป็นต้นว่าพบเจอหินโสโครก หรือพบเจอกระแสน้ำไหล
ย้อนกลับ ก็จะเป็นอันตรายยิ่งนัก แต่หากจับหางเสือเรือเอาไว้ให้ดี เล็งทิศทางถูกต้อง ก็สามารถ
แก้ไขได้ทันเวลา ไม่ต้องลนลานหรือตื่นกลัว ก็จะไม่มีเรื่องราวใด ๆ เกิดขึ้น วิธีการต่าง ๆ ได้เขียนไว้
อย่างละเอียดในหนังสือ บัดนี้ข้าสามารถท่องออกมาได้ ไม่ลืมเลือนเลยสักนิด”

    ผู้คนได้ยินเช่นนั้น ก็เชื่อในตัวเขามาก ดังนั้น เรือของพวกเขาจึงออกทะเลไป ในขณะนี้ เดิมที
บนเรือมีคนคุมหางเสือคนหนึ่ง แต่ว่าโชคไม่ดี เมื่อเรือมาถึงกลางทะเล คนคุมหางเสือเรือเกิดเป็น
ไข้ตายไป ด้วยเหตุนี้บุตรชายเศรษฐี ก็มาทำหน้าที่คุมหางเสือเรือแทนถึงตอนนี้ เรือที่อยู่กลาง
ทะเลก็ประสบกับกระแสน้ำที่เชี่ยวราก ทำให้เรือหมุนเคว้งอยู่ในกระแสน้ำวน ไม่สามารถแล่นต่อไป
ได้ ทุกคนหวาดกลัวเป็นอันมาก จึงหันมามองเขาด้วยแววตาอ้อนวอน แต่ว่า ผู้คนก็ได้ยินเขาท่อง
พึมพำไม่หยุดว่า
    “ควรจะจับไว้เช่นนี้ ปรับเปลี่ยนทิศทางแบบนี้ จึงจะมั่นคงไม่โคลงเคลง”
แต่ว่า เขาได้แต่พูดทำไม่ได้ จะขับเคลื่อนอย่างไรให้หลุดพ้นกระแสน้ำวน เขาไม่สามารถควบคุม
อะไรได้เลย สุดท้าย หลังจากที่เรือหมุนเคว้งหลายตลบก็จมลงสู่ทะเล ทำให้คนในเรือทั้งหมด
จมน้ำตาย

    มีคนบางคนรู้แต่เพียงรูปอักษรแห่งพุทธธรรมเท่านั้น แต่ไม่เข้าใจความหมายและการบำเพ็ญ
ปฏิบัติ รู้แต่เพียงเปลือกนอก ก็ทำเป็นอวดฉลาด และหยิบยกอักษรในหนังสือนั้นมาสอนผู้คนจน
วุ่นวาย สุดท้ายไม่เพียงแต่ทำร้ายตนเอง ยังทำร้ายผู้อื่นด้วย.