ในอดีตนานมาแล้ว มีผู้บำเพ็ญธรรมคนหนึ่งชื่อว่า นิตยา เนื่องจากเขามีความขยันหมั่นเพียร
ในการบำเพ็ญธรรมมีคุณธรรมสูงส่ง ดังนั้นผู้คนจึงมักจะเรียกว่าพระโพธิสัตว์นิตยา

    พระโพธิสัตว์นิตยาเมื่อเริ่มออกบวช เพื่อต้องการเสาะหาอาจารย์ที่มีชื่อเสียง เขาไม่หวั่นกลัว
ความยากลำบากข้ามน้ำข้ามทะเล ไม่หวั่นกลัวภัยอันตราย มีจิตใจมุ่งเสาะหาธรรม โดยตั้งใจว่า
หากไม่บรรลุเป้าหมายก็จะไม่เลิกล้มความตั้งใจ แต่ว่าเดินทางไปทั่วใต้หล้า ก็หากัลยาณมิตรไม่พบ
สักคน วันหนึ่ง เขานั่งพักผ่อนใต้ร่มเงาไม้ ก็เห็นคนคนหนึ่งเดินลงมาจากกลางอากาศในทันใด
ทั้งยังพูดกับเขาว่า
     “ท่านผู้บำเพ็ญธรรมท่านนี้ จิตใจกระตือรือร้นในการเสาะแสวงหาธรรมของท่าน จิตใจที่อดทน
เอาชนะความทุกข์ยากนี้ทำให้ผู้คนเลื่อมใสยิ่งนัก บัดนี้เราขอบอกท่านว่า เดินไปตามทางทิศตะวัน
ออก ท่านก็สามารถที่จะได้รับธรรมอันสูงส่ง ได้รับปัญญาอันล้ำค่าที่สุด นิตยาได้ยินเช่นนั้น ก็รีบ
ถามว่า
     “ขอถามท่านผู้มีมหาบารมี เดินไปตามทางทิศตะวันออก ไม่ทราบว่าจะต้องเดินไปถึงสถานที่
แห่งใด? จึงจะพบกัลยาณมิตรที่จะมาเป็นอาจารย์เรา”
ในขณะนี้คนที่มาพูดว่า
     “ห่างจากที่นี่ไปไกลมาก มีเมืองสังฆสุคนธ์ ท่านจงไปที่นั่น สามารถแสวงหาพุทธธรรมอันสูงส่ง
ได้จากพระโพธิสัตว์ธรโมทคต ทัศนียภาพของเมืองสังฆสุคนธ์เป็นสวนรื่นรมย์ พระโพธิสัตว์
ธรโมทคตเป็นผู้ศึกษาถึงปรัชญาโดยเฉพาะ ซึ่งจะเป็นผู้ที่ท่านสมควรยิ่งที่จะไปขอศึกษาด้วย”

     เมื่อทราบเช่นนี้ นิตยาดีใจเป็นยิ่งนัก จึงรีบเก็บข้าวของเดินทางไปยังทิศตะวันออก ด้วยความ
ยินดีสุขใจ ทำให้เขาลืมความยากลำบากของระยะทางที่ยาวไกลไป

     นิตยาเดินทั้งวันทั้งคืนไม่ยอมหยุด เขายังนึกไปว่าถ้ามีปีกงอกขึ้นมาที่หัวไหล่ บินประเดี๋ยวเดียว
ก็มาถึงเมืองสังฆสุคนธ์แล้ว วันนี้เขามาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า การจะไป
กราบไหว้พระอาจารย์ ควรจะต้องมีของขวัญติดไม้ติดมือไปไหว้อาจารย์ แต่ว่าจะเอาของอะไรไป
ดีหล่ะ? นอกจากชุดจีวรเก่า ๆ พัง ๆ ตัวนี้แล้ว ก็ไม่มีอะไรเลย สุดท้ายนิตยาก็คิดออกวิธีหนึ่ง เขาคิดว่า
กล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ สามารถขายได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงเขียนป้ายประกาศใบหนึ่ง ติดไว้บนตัวเขาว่า
ใครต้องการจะซื้อเนื้อคนเชิญเข้ามา มีใครต้องการเลี้ยงคนบ้าง? เวลาช่วงเช้าผ่านไป ยังไม่มีใครมา
ซื้อเนื้อของเขา ทุกคนมีแต่มองเขาด้วยสายตาแปลกประหลาด ไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปใกล้ อาจจะ
เป็นเพราะจิตใจกระตือรือร้นเสาะหาธรรมของเขาสะเทือนฟ้าดิน ท้าวสักกะจึงคิดจะมาทดสอบจิตใจ
ของเขา จึงแปลงกายเป็นคนชราเดินมาที่เบื้องหน้าของนิตยา เขาพูดว่า
     “เฮ้ย! เพื่อนเอ้ย ทำไมท่านจึงต้องขายเนื้อคนด้วย? ชีวิตเป็นสิ่งล้ำค่า ส่วนสังขารเป็นที่พักพิง
ของชีวิตแล้วจะทำลายชีวิตอันล้ำค่าของท่านเองได้อย่างไรกัน?”
     “ชีวิตข้าอาภัพอับวาสนา ไม่มีทรัพย์สินมีค่าใด ๆ” นิตยาร้องไห้พูดว่า
     “ครั้งนี้คิดจะไปเสาะแสวงหาธรรมที่เมืองสังฆสุคนธ์ ไปกราบไหว้พระโพธิสัตว์ธรโมทคต แต่ว่า
ข้าไม่มีเงินทองจะเอาไปซื้อของไปกราบไหว้ ดังนั้นจึงมาขายเนื้อคนตรงนี้ แต่ว่าไม่มีใครมาซื้อเลย”
เมื่อคนชราได้ยินคำพูดของนิตยา จึงพูดอย่างเห็นอกเห็นใจว่า
     “ได้! ถ้าเช่นนั้น ข้าขอซื้อเนื้อคนหนึ่งกิโลกรัม แต่ว่าท่านไม่กลัวเจ็บหรือ?”
     “ขอบคุณ ขอบคุณ ท่านทำให้ข้าสมหวัง ช่วยขจัดความทุกข์ยากแก่ข้า ราคาไม่เกี่ยงแล้วแต่ท่าน
จะให้”

     ด้วยเหตุนี้ นิตยาหยิบมีดที่คมกริบออกมา เขาอดทนต่อความเจ็บปวด เอามีดตัดเนื้อที่แขนออกมา และในขณะนี้ก็มีคนหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาจากฝูงชนแล้วถามนิตยาว่า
     “ท่านผู้บำเพ็ญธรรมท่านนี้ ใช้วิธีการที่เจ็บปวดเช่นนี้ เพื่อจะหาปัจจัยกราบไหว้พระโพธิสัตว์
ธรโมทคต ข้าขอถามท่านว่า มันจะมีประโยชน์อันใดเล่า?”
“เอ่อ! ท่านไม่รู้หรอกว่า บุญกุศลนั้นมากมายไม่อาจประมาณได้ ท่านดูสิ บนสรวงสวรรค์นั้น
ช่างงดงามรื่นรมย์เพียงใด เสียงเรียกของพระพุทธองค์ช่างชิดใกล้นัก หรือว่าท่านไม่ได้ยินเลยหรือ?”
คนหนุ่มรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก จึงพูดขึ้นว่า
     “ท่านเป็นผู้บำเพ็ญที่น่านับถือเสียจริง ทรัพย์สินเงินทองที่ท่านต้องการ ข้าสามารถยกให้ท่านได้
แต่ว่าข้ามีเรื่องจะขอร้องเรื่องหนึ่ง หวังว่าท่านจะพาข้าไปเสาะหาธรรมล้ำค่าด้วยกัน”
     “ได้สิ! ได้” นิตยาตอบ

     ถึงตอนนี้ มิใช่ว่าข้าขอบเนื้อของเจ้า ข้าเพียงแค่มาลองใจธรรมของเจ้าดู ข้ามิใช่ใครอื่น
คือท้าวสักกะนั่นเองต่อไปย่อมจะต้องคุ้มครองธรรมให้เจ้าแน่นอน”

     หลังจากที่คนชรานั้นพูดจบ ก็ใช้แขนเสื้อเช็ดที่แผลของนิตยา คนชราก็หายวับไป บาดแผลของ
นิตยาก็หายดี เขารู้สึกขอบคุณท้าวสักกะยิ่งนัก จึงตระเตรียมของขวัญถวาย และเดินทางไปยังเมือง
สังฆสุคนธ์พร้อมกับคนหนุ่มนั้น

     นิตยาอยู่ในเมืองสังฆสุคนธ์ ได้รับการชี้แนะจากพระโพธิสัตว์ธรโมทคต บวกกับการวิริยะบำเพ็ญ
ของนิตยา หลังจากนั้นเจ็ดปี นิตยาก็รู้แจ้งในหลักธรรมอันแยบยล ได้รับปัญญาแห่งปรัชญาอันสูงส่ง
และมีชีวิตอมตะไม่ตาย นับแต่นั้นว่าผู้คนต่างเรียกเขาว่าพระโพธิสัตว์นิตยา
     “ผู้มีปณิธาน ย่อมจะกระทำการสำเร็จ” คำพูดประโยคนี้เป็นจริง เพียงมีความขยันหมั่นเพียร
ดำเนินปฏิบัติไม่ว่าจะมีความยากลำบากเช่นใด ก็ย่อมประสบความสำเร็จเข้าสักวัน.