เวไนย์มีรากญาณและนิสัยดีเลวต่าง ๆ นานา ส่วนพุทธธรรมก็มีการสอนสั่งที่แตกต่างหลายวิธี
หากกำหนดยึดถือวิธีการตายตัวมารักษาาโรคที่มีการเปลี่ยนแปลง ก็ยากที่จะได้ผล
     มีเวไนย์พวกหนึ่งที่มีรากญาณแข็งกระด้าง ดูจากลักษณะภายนอกเหมือนกับว่าเป็นคนโปรดยาก
หากได้พบผู้กระจ่าง มหากัลยาณมิตร รู้ว่ามีรากแห่งกุศลซ่อนเร้นอยู่ ก็ลองใช้วิธีการแข็งกระด้าง
มาพลิกแพลงสอนสั่ง ก็จะทำให้มิจฉากลายเป็นสัมมาและได้รับแก่นแท้แห่งพุทธธรรม
     ในอดีตขณะที่พระพุทธองค์ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่นั้น ในเมืองสาวัตถีมีคนเขลาคนหนึ่งนามว่า
อนุ ไม่ประกอบสัมมาอาชีพ ได้แต่ปล้นชิงสิ่งของของผู้อื่นมาดำรงชีพตน ในขณะนั้นมีพระภิกษุ
รูปหนึ่ง มักจะนั่งสมาธิอยู่ในป่า
     วันหนึ่ง ขณะที่ออกบิณฑบาต เขาจึงถือบาตรเข้าเมืองไปบิณฑบาต ในตอนนั้นมีเศรษฐีเห็น
พระภิกษุรูปนี้มีลักษณะสง่างามน่าเกรงขาม ก็บังเกิดความเคารพศรัทธา จึงเข้าไปในบ้านหยิบผ้า
สักหลาดมาบริจาคแก่พระภิกษุรูปนี้ หลังจากที่พระภิกษุรับการบริจาคแล้ว ในระหว่างทางกลับไปที่ป่า ก็ได้พบกับโจรคนนี้ โจรอนุนี้เห็นพระภิกษุถือผ้าสักหลาดผืนหนึ่ง ก็คิดจะปล้นชิงเอามา พระภิกษุก็
ไม่มีใจโลภ จึงยกผ้าผืนนั้นให้เขาไป
     วันรุ่งขึ้น ขณะที่ออกบิณฑบาต เขาจึงถือบาตรเข้าเมืองไปบิณฑบาต ในตอนนั้นมีเศรษฐีเห็น
พระภิกษุรูปนี้มีลักษณะสง่างามน่าเกรงขาม ก็บังเกิดความเคารพศรัทธา จึงเข้าไปในบ้านหยิบผ้า
สักหลาดมาบริจาคแก่พระภิกษุรูปนี้ หลังจากที่พระภิกษุรับการบริจาคแล้ว ในระหว่างทางกลับไปที่ป่า 
ก็ได้พบกับโจรคนนี้ โจรอนุนี้เห็นพระภิกษุถือผ้าสักหลาดผืนหนึ่ง ก็คิดจะปล้นชิงเอามา พระภิกษุ
ก็ไม่มีใจโลภ จึงยกผ้าผืนนั้นให้เขาไป
     วันรุ่งขึ้น อนุก็มาอีก จะมาเอาจีวร พระภิกษุก็เอาจีวรที่ตนสวมให้เขาไปตัวหนึ่ง วันที่สาม ขณะที่
พระภิกษุกำลังจะออกไปบิณฑบาต อนุก็กลับมาจะเอาบาตรอีก พระภิกษุก็บ่นพึมพำว่า
     "มีแค่บาตรใบเดียว เอาไว้ใช้บิณฑบาตเพื่อการดำรงชีวิต เจ้าโจรนี้ไม่รู้จักพอ วันนี้จะวางแผน
โปรดเขาให้หันมายึดพระรัตนตรัยเป็นสรณะ จะได้ให้เขาไม่ต้องมาอีก"
หลังจากที่เขาคิดเช่นนี้ จึงพูดกับโจรว่า
     “รอข้าประเดี๋ยว จะให้บาตรแก่เจ้า” โจรได้ยินคำพูดนี้ก็นั่งรอ
พระภิกษุจึงเลือกหญ้าคาเอามาทำเป็นเชือก จัดวางทุกอย่างไว้เรียบร้อย จึงพูดกับโจรว่า
     “วันนี้ข้าเหนื่อยมาก ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ ท่านจงเอามือยื่นเข้ามาทางหน้าต่างเพื่อรับบาตร
ข้าไป” เมื่อโจรได้ยินคำพูดเช่นนี้จึงยื่นมือเข้าไปทางหน้าต่าง พระภิกษุจึงผูกมือโจรและห้อยไว้กับเสา พระภิกษุออกมา ถือไม้กระบองออกมาตี ตีทีหนึ่งท่องว่า
ยึดถือพระพุทธเป็นสรณะ โจรยิ่งเจ็บเป็นเท่าตัวจึงด่าว่าอีก     จากนั้นพระภิกษุก็ตีครั้งที่สามและท่องว่ายึดถือพระสงฆ์เป็นสรณะ คราวนี้โจรเจ็บจนหมดสติไป
นานกว่าจะฟื้นขึ้นมา ถึงตอนนี้ โจรก็คิดได้ว่า 
     “วันนี้ตีข้าเจ็บไปถึงกระดูก เจ็บจนพูดไม่ออก หากไม่ยอมศิโรราบ ถูกตีครั้งที่สี่นี้จะต้องตายแน่ๆ “ 
เมื่อมีความคิดเช่นนี้ จึงอ้อนวอนขอชีวิต ดังนั้นพระภิกษุจึงปล่อยโจร และพาเขาไปยังที่ประทับ
ของพระพุทธองค์ โจรร้องเสียงดังว่า
     “วันนี้พระพุทธองค์ช่างเปี่ยมด้วยพระเมตตา บัญชาให้พระภิกษุมอบไตรสรณคมณ์แก่ข้า รอดพ้น
จากความตาย หากได้รับสรณะที่สี่ ชีวิตนี้ก็จะหาไม่”
     ในขณะนี้ พระพุทธองค์ก็ทรงรู้ว่าโจรคนนี้ยอมศิโรราบแล้ว จึงเทศนาธรรมให้ฟัง ทำให้เขาเกิดความเข้าใจและโปรดให้เขามาบำเพ็ญธรรม