ในเมืองสาวัตถีมีหญิงคนหนึ่งชื่อ อมลธรรม ทุกวันตอนเช้านางจะกวาดพื้นตามถนนต่าง ๆ นางจะ
ทำความสะอาดท่อระบายน้ำและถนนหนทาง นางไม่สนใจเสื้อผ้าอาภรณ์ที่นางสวมใส่อยู่ ดังนั้น
จึงมีลักษณะสกปรกมาก คนในเมืองพบเจอนางก็เดินหนี ไม่กล้าเข้าใกล้นาง พวกเขาลืมไปว่าหญิง
อมลธรรมนี้ใช้แรงกายบริการแก่มหาชนอยู่ พวกเขากลับหัวเราะเยาะนางว่าเป็นหญิงสกปรก
บางคนเห็นนางถ้าไม่เดินปิดจมูกผ่านไปก็ถมน้ำลายใส่นาง
     พระพุทธองค์ทรงสงสารนางอมลธรรมยิ่งนัก จึงทรงเรียกนางมาพบที่เขาคิชกูฏเพื่อเทศนาธรรม
ให้นางฟัง คนในเมืองได้ยินว่าพระพุทธองค์ทรงพูดคุยกับหญิงสกปรกนี้ จึงวิ่งไปดูที่เขาคิชกูฏ
ในขณะที่นางกำลังซักล้างเสื้อผ้าอยู่บนก้อนหินริมแม่น้ำ ลักษณะของนางที่อยู่ตรงก้อนหินนั้น
เหมือนกับว่า มีแสงประหลาดอัศจรรย์เปล่งประกายออกมา คนในเมืองเดินผ่านมาที่แม่น้ำ พวกเขา
คิดว่าคงจะเป็นสาวงามบ้านใดกำลังซักผ้า พวกเขาไปถึงบนยอดเขาและถามพระพุทธองค์ด้วยท่าที
หยิ่งยโสว่า
     “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์มักจะตรัสในคำพูดอันบริสุทธิ์ แล้วทำไมวันนี้พระองค์ จึงทรง
ตรัสกับหญิงสกปรกที่คนทั้งเมืองพากันรังเกียจเล่า? ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์มิรู้สึกว่าเป็น
การเสื่อมเสียงพระเกียรติพระองค์หรือ?”
     “พวกท่านในขณะมายังที่นี่ ระหว่างทางมิได้เห็นหญิงผู้หนึ่งซักผ้าอยู่ริมแม่น้ำหรือ?” พระพุทธองค์ทรงตรัสถาม
     “เห็นสิ! หญิงผู้นั้นเหมือนกับว่ามีแสงเปล่งประกาย” พวกเขาตอบเป็นเสียงเดียวกัน
     “หญิงผู้นั้นก็คือหญิงสกปรกที่พวกท่านกล่าวถึง หญิงผู้นั้นเป็นผู้ที่ทำความสะอาดในเมืองให้แก่
มหาชนทั้งหลายนางรักษาความสะอาดให้พวกท่าน พวกท่านกลับรังเกียจที่นางสกปรก ที่บ้านของ
พวกท่านมีทรัพย์สินสมบัติมากมาย แต่ว่าพวกท่านเคยเห็นหญิงที่มีรัศมีเปล่งประกายหรือไม่?”
คนที่จะมายับยั้งพระพุทธองค์ กลับถูกพระองค์ชี้แนะสอนสั่ง พระพุทธองค์ยังทรงตรัสอีกว่า                      “ความสะอาดนั้นมิใช่อยู่ที่ร่างกายเท่านั้น จะต้องมีใจบริสุทธิ์ด้วย นางคอยทำความสะอาดกวาด
สิ่งสกปรกให้พวกท่านทุกวัน จิตใจของนางนั้นบริสุทธิ์อยู่แล้ว พวกท่านรังเกียจที่นางสกปรก ดังนั้น
จิตใจของพวกท่านยังไม่บริสุทธิ์มีแต่เพียงเปลือกนอน จะสูงส่งได้อย่างไร”...