ขณะที่พระราหุลยังเป็นสามเณรอยู่นั้น มักจะชอบพูดจาโกหกล้อเล่นอยู่เสมอ ดังนั้นคำพูด
ของเขาจึงไม่มีใครเชื่อถือ ในตอนนั้น พระพุทธองค์ทรงคิดจะดัดนิสัยพระราหุล จึงเรียกให้เขา
ไปยังหุบเขาลึกที่ไม่มีผู้คนบำเพ็ญโดยการไม่พูดจา นั่งนิ่งสงบอยู่ในหุบเขาลึก ทุกวันพระราหลุ
จะได้ยินเสียงแต่ลมพัดกระทบต้นสน เพียงของใบไผ่ที่สั่นไหว จิตใจก็สบายบริสุทธิ์ขึ้น จึงไม่กล้า
พูดโกหกอีก

      วันหนึ่งพระพุทธองค์ทรงไปพบพระราหุล เมื่อพระราหุลเห็นพระพุทธองค์ ก็ดีใจมาก ก็รีบไปนำ
น้ำมากะละมังหนึ่ง ให้พระพุทธองค์ทรงชำระล้างพระบาท เมื่อพระพุทธองค์ทรงชำระล้างเสร็จแล้ว
ก็ทรงตรัสว่า
      “ขอขอบใจท่าน ราหุล เราขอถามท่านว่า น้ำล้างเท้าเมื่อสักครู่ สามารถนำมาล้างปากได้
หรือไม่?”
     “ไม่ได้! ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า น้ำที่ทรงใช้ล้างพระบาทแล้วนั้นสกปรก จะนำมาล้างปากได้
อย่างไร? หากพระองค์ต้องการจะล้างพระโอษฐ์ ข้าจะไปนำมาถวายใหม่”
     “ราหุล น้ำสกปรกในกะละมังนี้ไม่สามารถนำมาล้างปากได้ แต่ว่าก็มีคนมากมาย คิดว่าน้ำที่อยู่ใน
ภาชนะก็เอามาดื่มได้ หากต้องการล้างปากให้สะอาด จะต้องเปลี่ยนน้ำจึงจะล้างสะอาดได้ ซึ่งไม่
เกี่ยวกับตัวภาชนะ ราหุล ท่านจะต้องเลี้ยงใจให้เที่ยงตรงก่อน

     เมื่อใจเที่ยงตรงแล้วก็จะเป็นกุศลธรรมวาจาสัตย์โดยไม่เสแสร้ง การเทศนาธรรมจะต้องออกมา
จิตใจที่แท้จริง ท่านจะต้องหล่อเลี้ยงใจให้เที่ยงตรงก่อน วาจาคำพูดของท่านจึงจะสามารถ
เปลี่ยนแปลง”
     พระราหุลฟังพระพุทธองค์แล้ว ก็เข้าใจความหมายที่แท้จริงของพระพุทธองค์ นับแต่นั้นมาก็
ไม่พูดปดอีก เขามีความเพียรบำเพ็ญอย่างจริงจัง ไม่นานเขาก็รู้แจ้ง...