วันหนึ่ง พระพุทธองค์ทรงอยู่ในสภาวะนิพพานที่สงบนิ่ง ในทันใดนั้น ทรงบังเกิดความคิดที่เศร้า
รันทดอย่างแปลกประหลาด พระพุทธองค์ทรงทำนายว่าพระเจ้าสุโทธนะทรงประชวร ซึ่งก็เป็น
ความจริง พระพุทธองค์ทรงรู้ถึงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต 

      ต่อมาไม่นาน พระเจ้าสุโทธนะส่งฑูตมาขอพบพระพุทธองค์ แจ้งว่าอาการพระประชวรของ
พระเจ้าสุโทธนะอยู่ในอาการหนัก หวังว่าจะได้พบพระพุทธองค์ หลังจากที่พระพุทธองค์ทรงทราบ
อาการประชวรของพระราชบิดา จึงทรงกำชับเหล่าสาวกแล้ว และทรงรีบนำพานันทะ อานนท์ ราหุล
รีบเสด็จไปยังกรุงกบิลพัสดุ์
     นันทะเข้าไปถึงพระตำหนัก แม้ว่าพระอาการประชวรของพระเจ้าสุโทธนะจะอยู่ในขั้นอันตราย 

แต่สติสัมปัชญะยังคงชัดเจน พระองค์ทรงเห็นพระพุทธองค์ทรงเสด็จมาถึง ทรงมีรอยยิ้มแฝง
ความเศร้าโศก ค่อย ๆ ยื่นพระหัตถ์ออกไป พระพุทธองค์ทรงจับพระหัตถ์ไว้อย่างเงียบ ๆ ในดวง
พระเนตรของพระพุทธองค์ มีพระอัสสุชลอยู่ภายใน

     พระนันทะ พระอานนท์ พระราหุลต่างพากันร้องไห้เสียใจ นางกำนัลในวังต่างร่ำไห้เสียงดัง 
พระเจ้าสุโทธนะผู้ซึ่งมีพระชนมายุเก้าสิบสามชันษาแล้ว ทรงแย้มยิ้มและตรัสว่า
     “พวกท่านมิต้องเสียใจเช่นนี้หรอก พระพุทธองค์ทรงตัสแล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นอนิจจัง 
บัดนี้เรารู้สึกว่าเราช่างโชคดีเหลือเกิน พระราชโอรสของเราได้บรรลุเป็นพระพุทธองค์ผู้สูงส่งใน
โลกาและเทวะ สมดังปณิธานเดิมของเขาในหลายกัลป์ที่ผ่านมา เราไม่เพียงแต่ภาคภูมิใจยิ่งนัก 
เรายังมีความสงบสุขเพราะเขาด้วย นี่เป็นวินาที่สุดท้ายที่เราจะมีชีวิตในโลก เราสามารถได้พบ
พระพุทธองค์อีกครั้ง เราก็ได้เหมือนกับพบแสงสว่างหลังความตาย”

     พระเจ้าสุโทธนะพนมกร แฝงด้วยรอยยิ้มและอำลาจากโลกนี้ไป พระสรีระของพระเจ้าสุโทธนะ 
ใช้น้ำมันหอมอาบชโลม ใช้ผ้าแพรชั้นดีพันรอบพระวรกาย หลังจากบรรจุพระศพแล้ว บนโลงศพ
ตบแต่งด้วยพลอยอัญมณี วางไว้ในพระตำหนัก ทั้งสี่ด้านมีกระโจมไข่มุกล้อมรอบ ข้ากระโจมมี
ดอกไม้สดนานาชนิดโปรยปรายไว้ พระพุทธองคืและพระนันทะทรงเฝ้าพระศพอยู่หน้าโลง 
พระอานนท์และพระราหุลเฝ้าพระศพอยู่ด้านหลังโลง

     ในระหว่างทางการเฝ้าพระศพยามวิกาล พระนันทะ ขอร้องต่อพระพุทธองค์ว่า
     “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พรุ่งนี้ขณะเคลื่อนพระศพ ขอท่านได้โปรดให้เราเป็นผู้แบบโลง
พระราชบิดา”
     พระอานนท์ พระราหุลเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ขอร้องพระพุทธองค์เช่นกัน พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
     “ดีมาก เราก็ขอมีส่วนด้วยส่วนหนึ่ง”

     พระราชพิธีศพของพระเจ้าสุโทธนะช่างงามสง่ายิ่งนัก ทั้งยังบริจาคทรัพย์สินมากมาย ช่วยเหลือ
คนยากจนประชาชนทั้งประเทศเมื่อรู้ว่าพระเจ้าสุโทธนะทรงสิ้นพระชนม์ ต่างพากันตื่นตะลึงยิ่งนัก 
ในวันที่เคลื่อนพระศพพระเจ้าสุโทธนะ ทุกคนเห็นพระพุทธองค์ผู้รู้ตื่นทรงแบกโลงศพของพระราช
บิดา เพื่อไปยังสถานที่เผาพระเพลิง พวกเขาตื้นตันใจจนร้องไห้ คุกเข่าลงกราบอยู่สองข้างทาง