วันหนึ่ง ขณะที่พระพุทธองค์ทรงเดินเล่นอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง ก็บังเอิญได้พบกับพระภิกษุรูปหนึ่ง
นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่กำลังมุ่งมั่นที่จะฝึกอภิญญา พระพุทธองค์ทรงแย้มสรวล ทรงดำเนินเข้าไปถามว่า
     “ท่านพยายามบำเพ็ญเช่นนี้ อยากได้รับอะไรบ้าง?”
พระภิกษุลืมตาขึ้นมองเห็นพระพุทธองค์จึงรีบลุกขึ้นถวายความเคารพแล้วพูดว่า
     “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า จุดมุ่งหมายในการบำเพ็ญของข้าก็คืออยากมีอภิญญา ส่วนในเรื่อง
วิถีแห่งการบริจาค การรักษาศีลนั้น ข้าไม่ยอมเรียน และก็ไม่อยากเรียนด้วย”
     “นั่นอันตรายมากยิ่งนัก การรักษาศีล การบริจาคเป็นพื้นฐานของการศึกษาธรรม เรื่องอภิญญา
การแปลงกายนั้นเป็นปัญหาที่อยู่ส่นปลายแล้ว บุญกุศลจากการบริจาคและการรักษาศีล ก็จะทำให้
ได้รับอภิญญา เมื่อไม่มีรากจะมีปลายกิ่งได้อย่างไร ท่านนี้กลับตาลปัตรกันแล้ว”
     “เพราะเหตุใด? ขอพระองค์โปรดชี้แนะด้วย”
พระพุทธองค์ทรงประทับนั่งลงใต้ต้นไม้ ทรงชี้แนะว่า
     “เราจะเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้ท่านฟัง ท่านก็จะรู้ว่ารากฐานของพระพุทธศาสนาอยู่ที่ไหน”
ข้างล่างนี้เป็นนิทานที่พระพุทธองค์ทรงเล่าให้ฟัง

     ในอดีต มีเศรษฐีคนหนึ่ง มีนิสัยชอบปลูกต้นไม้ดอกไม้มาก ด้วยเหตุนี้ ภายในสวนของเขา ปลูก
ไม้ผลไว้หลายร้อยต้น เศรษฐีก็ขยันรดน้ำ ถอนหญ้าทุกวัน รักมันดุจดั่งมณีรัตนะ เขามองเห็นต้นไม้
เหล่านั้นโตวันโตคืนเป็นต้นไม้ใหญ่ เขารู้สึกดีใจจนบอกไม่ถูก

     ฤดูใบไม้ผลแห่งการเพาะหว่านผ่านไป ฤดูใบไม้ร่วงแห่งการเก็บเกี่ยวมาถึง เศรษฐีดีใจยิ้มแย้ม
แจ่มใสเดินตรวจตรามองดูต้นไม้ทีละต้น ทันใดนั้น เขาก็พบว่าต้นไม้ใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ต้นหนึ่ง
ออกผลไม่เหมือนต้นอื่น ทั้งสวยทั้งใหญ่ ทั้งหวาน เศรษฐีรักมันดั่งมณีรัตนะ จึงสั่งคนในบ้านว่า
     “ผลของต้นไม้นี้ ห้ามผู้ใดมาเด็ดเป็นอันขาด คนที่ไม่เชื่อฟัง จะถูกตีหนึ่งร้อยที”
แน่นอน จะมีใครกล้ามาเก็บกันเล่า? แต่เศรษฐีก็ไม่ไว้วางใจ คิดว่า

     เมื่อคิดเช่นนั้น ก็ดีใจมาก รีบไปกราบทูลองค์ราชันย์ ดังนั้นองค์ราชันย์จึงส่งทูตมาเก็บผลไม้
ยังบ้านของเขา แต่ว่ากิ่งไม้สูงใหญ่ คนในบ้านของท่านเศรษฐีต้องปีนขึ้นไปบนต้น ไม่ทันระวังก็
ตกลงมาจนหัวแตกเลือดออก เศรษฐีเห็นเช่นนั้นก็โกรธมา จึงดุด่าว่า
     “เจ้าคนไม่มีประโยชน์ เอาแต่กินข้าวไม่ทำงานทำการ เก็บไปครึ่งวัน เก็บได้แค่ไม่กี่ลูก แล้วยัง
ตกลงมาบาดเจ็บอีก ช่างไม่ได้ความเสียจริง”

     เศรษฐีมองดูที่ต้นไม้ใหญ่นั้นด้วยความระอาสักครู่ ทันใดนั้นก็คิดวิธีการได้ ซึ่งเขาคิดว่าเป็น
วิธีการที่ดีที่สุดจึงตะโกนเสียงดังว่า
     “ใครก็ได้เอาขวานมาที”
คนในบ้านก็ขานรับ รีบเอาขวานที่คมเล่มหนึ่งมาให้ เศรษฐีคิดว่าตนเองฉลาด จึงพันจึงสับต้นไม้
จนล้มลงมา ทั้งยังพูดด้วยความดีใจว่า
     “เก็บแบบนี้ มิใช่สะดวกกว่าหรือ? ข้าต้องการแค่เพียงผลไม้ที่อร่อยนี้เท่านั้น”
พูดแล้วก็ก้มตัวลงไปเก็บผลไม้ แต่ผลไม้บนต้นนั้น ในขณะที่ต้นไม้ล้มลงบนพื้นนั้นมันทับผลไม้
จนเละไปหมด เศรษฐีผิดหวังมาก จึงเรียกให้คนเอาต้นไม้ที่โค่นลงมาแล้วนั้นมาปลูกใหม่

     จากนั้นไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถเอาลำต้นกับรากมาต่อกันได้ ต้นไม้ต้นนี้ก็แห้งเหี่ยวตาย 
ไม่เติบโตออกผลออกดอกอีกแล้ว เมื่อพระภิกษุฟังแล้วเหมือนกับได้รู้ตื่น นับแต่นั้นมาก็ไม่กล้าคิด
ฟุ้งซ่านแสวงหาอภิญญาอีกแล้ว จากนั้นก็รักษาศีล ซึ่งเป็นรากฐานของการบำเพ็ญธรรม...