ครั้งหนึ่ง พระพุทธองค์ทรงนำพาเหล่าพระภิกษุเดินทางจากเชตวันวิหารไปยังแคว้นมคธ 
ระหว่างทางผ่านป่าทึบแห่งหนึ่ง ป่าทึบแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของนกแก้วนับหมื่น ๆ ตัว ในฝูงนกแก้วนั้น
มีจ้าวแห่งนกแก้วที่มีความเมตตากรุณามาก มันมองเห็นพระพุทธองค์และเหล่าพระภิกษุที่งาม สง่า
เดินมาแต่ไกล และเมื่อผ่านเข้ามาในเขตป่าของมัน มันรีบกางปีกบินไปยังเบื้องหน้าพระพุทธองค์ 
พร้อมกับพูดภาษามนุษย์ว่า
        “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า! ข้าอาศัยอยู่ในเขตป่าไม่ไกลจากนี้นัก บัดนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว 
หวังว่า พระองค์จะเมตตาข้าให้นำพาเหล่าพระภิกษุไปค้างแรมในป่าของข้า เพื่อให้ข้าได้สร้างเหตุ
แห่งกุศลกรรมบ้าง”

ด้วยเหตุนี้ เมื่อจ้าวแห่งนกแก้วทราบว่าพระพุทธองค์ทรงอนุญาต จึงรีบบินกลับเข้าไปในป่า เรียก
พวกพ้องมารวมกันแล้วพูดว่า
        “พระพุทธองค์ผู้ทรงบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ จะมาถึงถิ่นของพวกเราพวกเราควรจะออกไป
ต้อนรับ”

        เมื่อพูดจบ ฝูงนกแก้วก็ติดตามเจ้านกแก้วออกไปต้อนรับ เมื่อพวกมันมองเห็นพระพุทธองค์
และเหล่าพระภิกษุมาถึง พวกมันพากันส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวชื่นชมสรรเสริญในความสง่างามและ
ความเมตตาของพระองค์ดวงจันทราส่องแสงสีเงินอยู่ท่ามกลางป่าทึบ สาดแสงลงสู่พระพักตร์
พระพุทธองค์และใบหน้าของพระภิกษุทั้งหลาย ยิ่งเพิ่มความสง่างามน่าเกรงขาม พวกเขากำลัง
เข้าฌานสมาบัติอยู่ใต้ต้นไม้
        จ้าวนกแก้วเห็นพระพุทธองค์และเหล่าพระภิกษุอยู่ในอาการสงบนิ่ง จึงบังเกิดความปิติยิ่งนัก 
จึงบินอยู่รอบ ๆ พระพุทธองค์และเหล่าพระภิกษุ ทั้งยังตรวจตราไปทั่วทุกทิศ ด้วยเกรงว่าเสือสิงห์
สัตว์ร้ายจะเข้ามาทำร้ายพระพุทธองค์ แม้นว่าจ้าวแห่งนกแก้วจะไม่ได้พักผ่อนตลอดคืน แต่ก็ไม่รู้สึก
เหนื่อยล้าเลยสักนิด
        วันที่สอง ในตอนเช้าตรู่ พระพุทธองค์ก็เดินทางออกจากป่าเพื่อไปยังกรุงราชคฤห์ ฝูงนกแก้ว
คอยบินคุ้มครองไปส่ง ด้วยความอาลัยอาวรณ์ไม่ยอมกลับไป การเดินทางเช่นนี้ช่างยิ่งใหญ่เสียจริง
ในขณะนั้น จ้าวแห่งนกแก้ว บินไปยังกรุงราชคฤห์ก่อนเพื่อกราบทูลต่อพระเจ้าพิมพิสารว่า
        “องค์มหาราช! พระพุทธองค์และเหล่าพระภิกษุกำลังจะมาถึงที่นี่ หวังว่าพระองค์จะทรงรีบ
ตระเตรียมภัตตาหารเพื่อถวายแด่พระพุทธองค์และเหล่าพระภิกษุ พร้อมกับรีบเสด็จไปยังประตู
เมืองเพื่อคอยต้อนรับ”

พระเจ้าพิมพิสารได้ยินเช่นนั้นก็กล่าวขอบคุณจ้าวแห่งนก และรีบบัญชาให้ตระเตรียมภัตตาหาร 
ในขณะเดียวกัน ก็เสด็จพร้อมด้วยเหล้าขุนนาง ถือธงปลายแหลม ดอกไม้ และเครื่องดนตรีมาคอย
ต้อนรับพระพุทธองค์ที่หน้าประตูเมือง การต้อนรับพระพุทธองค์อย่างคาดไม่ถึงครานี้ ทำให้
พระพุทธองค์ทรงตรัสถามว่า
        “องค์มหาราช! ท่านทรงทราบได้อย่างไรว่าเราจะมาถึง ณ บัดนี้?”
        “นกแก้วบอกแก่เรา มิฉะนั้นเราคงต้อนรับไม่ดีแน่”

ในคืนวันนั้น จ้าวแห่งนกแก้วตายอย่างสงบโดยไร้โรคภัยใด ๆ ด้วยบุญกุศลที่สร้างไว้จึงไปสู่สวรรค์
ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทดแทนพระคุณของพระพุทธองค์ จึงลงมาจากสวรรค์ นำดอกไม้มากมายมาถวาย
พระพุทธองค์ พระพุทธองค์ทรงดีใจมากและเทศนาอริยสัจสี่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ให้ฟังจ้าวแห่ง
นกแก้วสดับธรรมแล้ว บังเกิดความปิติ ส่งผลให้ได้รับอรหันต์มรรค...