第十冊  317頁

經商的人為了獲利,讀書的人為了明理,修
行的人為了證道,參禪的人為了開悟。

所謂﹁開悟﹂,就是要明白自他關係,明白
因緣條件,明白時空未來,明白萬有同源。
只是世間上的人,能有多少人是真正這樣開
悟的呢?其實,小疑小悟、大疑大悟、不疑
不悟,只要我們把宇宙人生的問題,都能了
然於心,甚至把人我、自他的關係,都能處
理得平等、和諧,這就需要悟道才能成功。

悟道,就如一般說:我懂得了、我想通了、
我明白了、我知道了;只是真能明白、真能
懂得嗎?所謂﹁明白﹂、﹁懂得﹂,只是相
似的知識而已。我們要能真正開悟,必須體
會到你我一體,自他平等;空即是色,色即
是空。從真如法性上來講,有和無不是對待
的,有和無是一體的,所以煩惱即菩提,有
煩惱才能轉為菩提。

禪門的人,看到花開花謝,悟到世間無常;
見到父母打罵兒童,悟到人生是苦;看到人
我是非鬥爭,悟到等;看到諸法萬有,都無
實性,悟到苦空無常,皆有因緣。我們能夠
明白萬法皆空,空中有無限的妙有,就能開
悟!

日常生活中,有很多的問題我們要去懂得,
為什麼吃飯就會飽?為什麼喝茶能解渴?為
什麼穿衣能保暖?為什麼說好話別人就會歡
喜?你能多知道一些為什麼,你通達了、透
徹了,即刻就會有小悟,累積小悟,就會有
開悟的一天。

你看到正面,也要了解反面;你看到東邊,
也要明白西邊。你知道嚴冬的寒冷,也要知
道春意的和暖;你知道秋天的蕭颯,也要懂
得夏熱對萬物的成熟。你聞一知十,你明白
一即一切,那麼你就能脫離﹁盲人摸象﹂的
錯誤,就不會只知其一不知其二,就不致於
執迷不悟,所以迷悟之間,只在於你的當下
一念!

禪門不在於教人參禪成佛,而是要人參禪開
悟,只要你能悟道,還怕不會修行嗎?悟道
,如同睜開了智慧的眼睛,有了慧眼,當你
走向人生的大道,途中的山山水水、花花草
草,都會伴隨著你走向前程。你看到宇宙的
萬有、社會的萬象,你的心中自然就會如同
有了一面明鏡一樣,我看清了,我明白了,
我知道了;這不只是看到外相,而是看到宇
宙世間的來龍去脈、前後關係,那將是何其
美妙的開悟世界啊!

《人間福報》二○○二年十月三十一日
คนค้าขายก็เพื่อผลกำไร   คนเรียนหนังสือ
ก็เพื่อความเข้าใจเหตุและผล ผู้บำเพ็ญเพียร
ก็เพื่อการบรรลุธรรม  ผู้เจริญสมาธิก็เพื่อการ
รู้แจ้ง

การรู้แจ้ง  คือการเข้าใจถึงความสัมพันธ์
ระหว่างเราเขาเข้าใจเงื่อนไขของเหตุปัจจัย 
เข้าใจอนาคตกาล เข้าใจสรรพสิ่งมีที่มา
ร่วมกัน  เพียงแต่ว่ามนุษย์บนโลกใบนี้ จะมี
สักกี่คนที่รู้แจ้งเช่นนี้อย่างแท้จริง  

ความจริงการสงสัยเล็กน้อยตระหนักรู้เล็กน้อย 
การสงสัยมาก ตระหนักรู้มาก ไม่สงสัยไม่
ตระหนักรู้   ถ้าเราทำความเข้าใจกับปัญหาชีวิต
โลก รู้ว่าที่แท้มันเป็นเช่นนั้นเอง
แต่การจะจัดการปัญหาความสัมพันธ์ระหว่าง
เราเขา  เราท่านได้อย่างเสมอภาค สมานฉันท์   
ต้องอาศัยการรู้แจ้งจึงจะทำได้สำเร็จ

การรู้แจ้ง กล่าวเป็นภาษาชาวบ้านคือ เราเข้าใจ
แล้ว  เราคิดออกแล้ว เรารู้แล้ว  เราชัดเจนแล้ว 
แต่ว่าเข้าใจจริงหรือเปล่า ชัดเจนจริงหรือเปล่า   
ที่ว่า "เข้าใจ" "ชัดเจน" นั้นเป็นเพียงความรู้ทั่วไป
เท่านั้นเอง การที่เราจะรู้แจ้งได้อย่างแท้จริงนั้น
จำเป็นต้องตระหนักรู้ว่าเราเขาเสมอภาค  
เราท่านคือส่วนเดียวกัน ความว่างคือรูป  รูปคือ
ความว่าง ถ้ากล่าวในด้านของตถาคตธรรมแล้ว
ความมีและความไม่มี ไม่ใช่เป็นซึ่งตรงกันข้าม
กัน แต่เป็นส่วนเดียวกัน

ดังนั้น  ความทุกข์ก็คือโพธิ เมื่อมีความทุกข์ จึง
จะสามารถเปลี่ยนเป็นโพธิได้ คนในนิกายเซน 
มองเห็นดอกไม้บานแล้วร่วงโรย จึงรู้แจ้งถึง
ความไม่เที่ยงของโลก  เห็นพ่อแม่ดุตีลูก รู้แจ้ง
ถึงชีวิตคือความทุกข์   เห็นคนเราต่อสู้ขัดแย้ง
ความผิดถูกจึงรู้แจ้งถึงความเสมอภาค เห็นธรรม
ทั้งปวงล้วนไม่คงทน จึงรู้แจ้งถึงความเป็น
อนิจจัง ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามเหตุปัจจัย

ถ้าเราสามารถเข้าใจได้ว่าธรรมทั้งปวงล้วน
ว่างเปล่า ในความว่างนั้นมีความวิเศษอันสุด
ประมาณอยู่ เช่นนี้แล้วเราจึงจะบรรลุถึงความ
รู้แจ้ง ในการดำเนินชีวิตประจำวัน มีปัญหา
มากมายที่เราต้องไปเข้าใจ เช่นว่า ทำไมกินข้าว
แล้วจึงอิ่ม ทำไมดื่มน้ำชาช่วยแก้กระหายได้ 
ทำไมเสื้อผ้าช่วยให้อบอุ่นได้ ทำไมพูดจา
ไพเราะคนจึงชอบฟัง

ถ้าคุณสามารถรู้ปัญหามากอีกหน่อย คุณเข้าถึง
อย่างรู้แจ้งแทงตลอด นับว่าคุณเริ่มมีการ
ตระหนักรู้ เริ่มสั่งสมการรู้แจ้ง และจะสามารถ
บรรลุถึงการรู้แจ้งในที่สุด

คุณเห็นด้านตรง  แต่ก็ต้องรู้ด้านตรงกันข้าม
ด้วย คุณเห็นด้านตะวันออกแต่ต้องเข้าใจด้าน
ตะวันตกด้วย  คุณรู้ถึงความหนาวเหน็บของ
ฤดูหนาว แต่ก็ต้องรู้จักความอบอุ่นของฤดู
ใบไม้ผลิด้วย คุณรู้ถึงสายลมในฤดูใบไม้ร่วง 
แต่ก็ต้องรู้จักความสมบูรณ์ของสรรพสิ่งใน
ฤดูร้อน  คุณฟังหนึ่งเกิดสิบ คุณรู้หนึ่งเท่ากับ
รู้ทุกสิ่ง คุณก็จะหลุดพ้น จากสภาพของความ
ไม่รู้เหมือน "คนตาบอด คลำช้าง"ไม่ต้องตก
อยู่ในสภาพรูหนึ่งไม่รู้สอง ไม่ตกอยู่ในสภาพ
มืดบอด ดังนั้นอวิชชากับการรู้แจ้ง  จึงอยู่ที่
ชั่วขณะจิตของท่านเท่านั้น

นิกายเซนไม่ได้สอนคนให้นั่งสมาธิเพื่อบรรลุ
พุทธะแต่สอนให้คนนั่งสมาธิเพื่อการรู้แจ้ง 
ถ้าคุณรู้แจ้งแล้วไม่ต้องกลัวว่าจะนั่งสมาธิ
ไม่เป็น

การรู้แจ้ง  เหมือนการเปิดดวงตาแห่งปัญญา  
เมื่อมีดวงตาแห่งปัญญา เวลาที่คุณเดินเข้าไป
สู่เส้นทางชีวิต ภูเขาลำธาร ดอกไม้ใบหญ้า
ระหว่างทางจะเป็นเพื่อน คุณมุ่งไปข้างหน้า คุณเห็นสรรพสิ่งในโลกเห็นทุกชีวิตในสังคม   
ในใจคุณจะเหมือนมีกระจกเงาบานหนึ่ง ทำให้
คุณเห็นแจ้ง  เห็นชัดเจน  มีความเข้าใจ มันไม่
เพียงแต่เห็นภาพภายนอกเท่านั้น  แต่เห็นถึง
ที่มาที่ไปของจักรวาล ความสัมพันธ์ของ
ต้นสายปลายเหตุมันช่างเป็นโลกแห่งการรู้แจ้ง
ที่วิเศษอะไรปานนั้น