第四冊  229頁

西方有一個畫家,想要畫一幅耶穌的畫像,
於是在全世界許以重金,希望找一個莊嚴、
聖潔,貌似耶穌的人當模特兒,經過一番努
力,終於完成畫作。

數年後,有人說,雖然耶穌的畫像如此聖
潔,如果能再畫一幅魔鬼的畫像來對照比
較,更能強烈的對比善惡。畫家於是又再四
處尋找一個面貌醜陋的壞人。後來聽說在某
監獄裡有一個暴徒,殺盜淫妄,無惡不作,
面目猙獰,好似魔鬼。畫家經與獄方協商,
獲准讓這個犯人當作模特兒。在作畫的過程
中,畫家覺得此人似乎十分面善,相談之下
得知,原來當年畫耶穌像的模特兒正是此
人。因為當時獲得一筆優渥的獎金,從此生
活糜爛,揮霍無度,狂放任性,終致鋃鐺入
獄。畫家聽後,除了替囚犯感到惋惜以外,
也深深的慨歎,原來聖者與魔鬼都是人所扮
演的啊!

在佛教也有一個類似的故事。舍利弗尊者見
過一位久未謀面的朋友,發現老友面現兇
相,驚問何故?朋友說,最近正在雕刻一尊
羅剎鬼面。舍利弗告之:因雕刻魔鬼,長期
觀想羅剎猙獰面孔,因此現出醜陋之相;
若能改雕佛像,心中充滿慈悲祥和,自能令
人身心莊嚴,豈不更好?朋友聞後,果真改
雕佛像,數年後,心地一改,面相一變而成
慈悲相好,人皆樂於親近。

所謂﹁誠於衷,形於外﹂,一切都是唯識所
變、唯心所現。︽大乘起信論︾的﹁一心開
二門﹂;﹁心真如門﹂即佛性,﹁心生滅門
﹂即凡夫也。

是佛還是凡夫,都存於一心;心中有天堂的
聖者,心中也有地獄的魔鬼。吾人每天在天
堂地獄中不知來回多少次?在魔鬼、聖者中
也不知升沉凡幾?吾人的心中具足十法界;
在十法界中,人是升沉的樞紐,因為人之上
有佛、菩薩、緣覺、聲聞;人之下有地獄、
餓鬼、畜生。

我們立身世間,能以佛心待人,則世界也會
跟著我們轉成佛界;我們若以魔鬼的心處
世,世間也會成為魔界。佛魔存乎一心,
你要做佛呢?還是做魔呢?可不慎哉!


《人間福報》二○○一年三月十六


มีจิตรกรชาวตะวันตกคนหนึ่ง   อยากจะวาดรูป
พระเยซูคริสต์ จึงยินดีจ่ายค่าตัวในราคาสูงเพื่อ
ให้ได้นายแบบที่มีบุคลิกสง่าง่าม น่าเลื่อมใส  
ลักษณะคล้ายพระเยซูคริสต์   จากความพยายาม
เสาะแสวงหา ในที่สุดก็ได้วาดรูปจนสำเร็จ
สมประสงค์
       
หลายปีผ่านไป   มีคนบอกว่า  แม้ว่าภาพพระเยซู
คริสต์จะดูศักดิ์สิทธิ์ แต่ถ้ามีภาพมารมา
เปรียบเทียบ จะยิ่งสื่อให้เห็นชัดระหว่างความดี
และความชั่ว

จิตรกรท่านนี้จึงเที่ยวเสาะหาคนเลวที่มีใบหน้า
ขี้ริ้วขี้เหร่มาเป็นแบบ ต่อมาได้ทราบว่ามีนักโทษ
ในคุกคนหนึ่ง  ใจบาปหยาบช้า ทำชั่วได้สารพัด
อย่าง  หน้าตาดุดันเหมือนพญามารไม่ปาน 
หลังจากที่จิตรกรได้ปรึกษากับผู้คุมเรือนจำ จึง
ได้รับอนุญาตให้ใช้ตัวนักโทษนี้เป็นนายแบบ 
ในช่วงที่ทำการวาดภาพ จิตรกรรู้สึกว่านายแบบ
คนนี้หน้าตาคุ้นมาก   หลังจากได้พูดคุยสนทนา
กัน จึงได้รู้ว่าที่แท้นายแบบคนนี้กับคนที่เคยเป็น
แบบให้เขาวาดรูปพระเยซูคริสต์คือคนเดียวกัน 
เพราะหลังจากที่เป็นแบบให้เขาในคราวนั้น 
ทำให้ได้รับเงินค่าตอบแทนสูงมาก  จึงใช้เงิน
สุรุ่ยสุร่าย มีชีวิตเหลวแหลก  ในที่สุดก็ตกอับ
ติดคุกติดตาราง เมื่อจิตรกรได้ฟังแล้วนอกจาก
จะรู้สึกเสียดายอนาคตแทนเขาแล้ว ในส่วนลึก
ยังรู้สึกสะท้อนใจว่า ไม่ว่าเทพบุตรหรือพญามาร ผู้สวมบทที่แท้จริงคือมนุษย์เรานี่เอง
       
ในพระพุทธศาสนาก็มีนิทานคล้ายกันนี้เล่าว่า
คราวหนึ่งท่านพระสารีบุตรได้ไปเยี่ยมเพื่อนที่
จากกันนาน พบว่าเพื่อนท่านมีหน้าตา
เหี้ยมเกรียม   จึงถามถึงสาเหตุที่มา เพื่อน
บอกว่า ระยะนี้กำลัง แกะสลักรูปยักษ์ตนหนึ่งอยู่ พระสารีบุตรจึงบอก กับเพื่อนว่า เพราะแกะสลัก
ยักษ์มาร มองเห็นแต่ หน้ายักษ์หน้ามารที่ดุดัน   
หน้าตาตนเองจึง พลอยอัปลักษณ์ไปด้วย 
ถ้าเปลี่ยนไปแกะสลักพระพุทธรูป  ในจิตใจจะมี
แต่ความเมตตากรุณา ทำให้กายใจสุขุมเยือกเย็น
ตามไปด้วย  อย่างนี้ ไม่ดีกว่าหรือ? เมื่อเพื่อน
ท่าน ได้ยินดังนั้น   จึงเปลี่ยนไปแกะสลัก
พระพุทธรูปตามที่ว่า

หลายปีผ่านไป  จิตใจเปลี่ยน  หน้าตาก็เปลี่ยน
กลายเป็นคนที่มีใบหน้าอิ่มเอิบ  มีเมตตากรุณา
น่าชิดใกล้
       
ดังที่ว่า "จริงใจอยู่ภายใน  รูปลักษณ์อยู่
ภายนอก" ทุกอย่างเปลี่ยนเพราะจิตเปลี่ยน   
แสดงออกที่ใจ  ในทางพระท่านสอนว่า"หนึ่ง
จิตเปิดสองทวาร" "ความจริงใจดุจทวารประตู" นี่คือโพธิจิตส่วนปุถุชนคือ "จิตเกิดทวารดับ"
       
จะเป็นพุทธะหรือปุถุชน  ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่ใจในจิตใจ
มีสวรรค์ของอารยะบุคคล   แต่ในจิตใจก็มีนรก
ของยักษ์มารเช่นกัน ในวันหนึ่งๆ เราวนเวียน
อยู่กับสวรรค์นรกไม่รู้ กี่เที่ยวต่อกี่เที่ยว และใน
ท่ามกลางมารและเทพ ไม่รู้ว่าขึ้นลงกี่ครั้งต่อ
กี่ครั้ง ในจิตใจเรามีธรรมธาตุ ทั้งสิบครบ
สมบูรณ์   ในธรรมธาตุทั้งสิบนี้ มนุษย์ คือกลไก
ของการขึ้นลง   เพราะเหนือมนุษย์ ขึ้นไปคือ พระพุทธะ พระโพธิสัตว์  พระปัจเจกพุทธเจ้า   
พระสาวก  ด้านล่างมนุษย์คือนรก เปรต 
เดรัจฉาน
       
เราดำรงตนอยู่ในโลกมนุษย์  ถ้าสามารถใช้
โพธิจิตต่อคน โลกก็จะเปลี่ยนเป็นอาณาจักร
พุทธ ถ้าเราใช้จิตใจมารต่อโลก โลกก็จะกลาย
เป็นอาณาจักรมารตามเรา จะพุทธหรือมารขึ้น
อยู่ที่ใจ คุณอยากจะเป็นพุทธะ  หรืออยากจะ
เป็นมาร  จงตรึกตรองให้ดี