第四冊  152頁

人生有八苦,其中﹁怨憎會苦﹂就是遇到不
如意的人、事,由心中生出怨恨、氣惱,
所以苦不堪言。

從小,老師、長者,甚至父母都對我們諄諄
教誨,叫我們不要生氣,然而我們幾乎都是
氣桶子,經常要拿人、拿事來出氣。例如見
到你對我不友善、不尊重我,我要生氣;
見到你好、你榮,我要生氣;見到你不同於
我的思想、理念,我也要生氣。你發財了,
我生氣;你金榜題名、功成名就,我也要生
氣。你對我不好,我生氣;你做得太好了,
我也要生氣,甚至因為自己過分敏感,因此
容易因為別人的一句話、一個眼色而生氣。

生氣,生氣,現代人因為太容易生氣了,
因此社會到處充滿了殺氣、火氣、怨氣、
恨氣、怒氣,乃至穢氣、臭氣,真是到處烏
煙瘴氣。雖然父母師長時常叫我們要﹁爭氣
﹂,不要﹁生氣﹂,可是我們遇到挫折困苦
的時候,總是不能堅強忍耐,不懂得自我﹁
爭氣﹂。

不要﹁生氣﹂要﹁爭氣﹂,這實在是一句至
理名言。所謂﹁爭氣﹂,不是要我們爭一時
之氣,而要爭千秋萬世的正氣。如文天祥的
﹁正氣歌﹂,鼓勵人要以正氣對治邪氣;
孟夫子說要養浩然之氣,鼓勵我們要以開擴
的心胸來對治褊狹之氣。

古來的仁人君子,我們並不以富貴名位來定
其歷史上的成就,而是因為他具有磅礡之氣
才為我們所歌頌、讚歎。

所謂爭氣,也就是不因一時的失敗而洩氣,
要能力圖上進;不因一時的挫折而喪氣,
要能奮發圖強;不因一時的貧苦而壯士氣
短,應該要鼓舞精神,要更加爭氣。當一個
人受到挫折委屈時,只有自己努力﹁爭氣
﹂,能以願心為動能,能夠化悲憤為力量,
才有前途未來。

一個人之所以會﹁生氣﹂,主要是心裡的悶
氣太多了,希望吾人要﹁爭氣﹂,不要﹁生
氣﹂,更不要﹁洩氣﹂;洩氣的皮球,則什
麼也不必談了,唯有自我﹁爭氣﹂,才能使
自己立於不敗之地!

要爭氣,就得先要有志氣!立志向上,立志
做人,立志爭氣;立志就是爭氣的原動力。
吾人如果要得不生氣,就必需要﹁爭氣﹂;
吾人要想﹁爭氣﹂,就必得先要立志。人有
志氣,又何患無成呢?


《人間福報》二○○一年二月二十一日


ชีวิตคนมีทุกข์ ๘    หนึ่งในทุกข์ ๘ นี้มี "ทุกข์
เพราะเคียดแค้น" คือทุกข์เพราะประสบกับ
เรื่องราวหรือคนที่ไม่ถูกใจ ในจิตใจเกิดความ
เคืองแค้น  หงุดหงิด อารมณ์เสีย  จึงทุกข์สุด
จะบรรยาย
       
ยามที่ยังเป็นเด็ก   ผู้ใหญ่ ครูอาจารย์หรือพ่อแม่
มักจะย้ำสอนเราเสมอว่า  อย่าอารมณ์เสีย
แต่เราจะเป็นประเภทอารมณ์บูดอยู่เสมอ มักหา
เรื่องระบายอารมณ์ใส่ผู้อื่น เช่นเห็นคนไม่ญาติ
ดีกับเรา  ไม่เคารพเรา  เราก็โมโหอารมณ์เสีย
เห็นคนอื่นดี  มีเกียรติ   เราก็อารมณ์เสีย   คนอื่น
มีความคิดอุดมการณ์ไม่ตรงกับตัว เราก็อารมณ์
เสีย คนอื่นร่ำรวย  เราอารมณ์เสีย คนอื่นสอบติด  
มีผลสำเร็จมีชื่อเสียง   เราก็อารมณ์เสีย คนอื่น
ไม่ญาติดีกับเรา  เราอารมณ์เสีย   คนอื่นทำดี
เกินหน้า เราก็อารมณ์เสีย   หรือบางทีเป็นเพราะ
ตัวเองอ่อนไหวเกินไป  เพียงแค่คำพูด  หรือ
สายตาคนอื่นก็ทำให้ตนเองอารมณ์เสียได้
         
อารมณ์เสีย   อารมณ์เสีย   คนปัจจุบันอารมณ์
เสียง่ายเกินไป ในสังคมจึงเต็มไปด้วยการฆ่าแกง
ไฟแค้น  ความโกรธ   ความชิงชัง ตลอดจน
ประเภทเกาเหลาไม่กินเส้น  อารมณ์บูด
บรรยากาศเป็นพิษปกคลุมไปทั่ว แม้ว่าพ่อแม่ ครู
อาจารย์มักจะสอนให้เราต้องรู้จัก "ระดม
ความเพียร"  อย่า "อารมณ์เสีย"  แต่ยามที่เรา
เผชิญกับอุปสรรคขวากหนาม เรามักจะขาด
ความอดทนอดกลั้น  ไม่รู้จักเตือนตนเองให้ 
"ระดมความเพียร"
       
อย่า"อารมณ์เสีย" แต่จง"ระดมความเพียร" นี่คือ
วาทะคำคมที่เป็นเหตุเป็นผล ที่ว่า"ระดม
ความเพียร" ไม่ใช่ให้เราพยายามเพียงชั่วขณะ
แต่จะต้องระดมความพากเพียรตลอดชั่วกาลนาน
เตือนสติเราให้ใช้ อารมณ์ดี สยบอารมณ์เสีย   
เม่งจื้อสอนว่าให้ฝึกอารมณ์ สอนให้เราใช้ความ
ใจกว้างเอาชนะจิตที่คับแคบ   นับแต่โบราณมา
เราไม่ได้ถือเอาชื่อเสียงความมั่งคั่งเป็นเครื่อง
กำหนดความสำเร็จของกษัตริย์  หรือนักปราชญ์
ผู้ทรงคุณธรรม แต่เราสรรเสริญท่านเหล่านั้น
เพราะท่านมีจิตใจที่กว้างใหญ่  มีน้ำอดน้ำทน
       
ที่ว่าระดมความเพียร  คือไม่ถอดใจเมื่อประสบ
กับความพ่ายแพ้ ต้องระดมกำลังลุกขึ้นก้าวต่อไป
ไม่ท้อแท้ห่อเหี่ยวเมื่อเจออุปสรรค แต่ต้อง
เข้มแข็งฮึกเหิม   ไม่ขวัญเสียเพราะตกทุกข์ได้
ยาก แต่ควรปลุกขวัญกำลังใจให้มุ่งมั่นยิ่งขึ้น 
ยามที่ คนเราต้องเผชิญกับอุปสรรคขวากหนาม ขอเพียงให้เราพยายามระดมความเพียร เอา
ปณิธานเป็นแรงขับเคลื่อน เปลี่ยนความทุกข์
ความคับแค้นให้เป็นพลัง  เราจึงจะมีอนาคต
       
การที่คนเราเกิด "อารมณ์เสีย" ได้นั้น ที่สำคัญ
เป็นเพราะภายในจิตใจมีความอึดอัดคับแค้นใจ
มากเกินไป ขอให้เราทุกคนจงมาระดมความ
เพียรอย่าอารมณ์เสีย  และอย่าใจฝ่อ ลูกบอลที่
ลมฝ่อเสียแล้ว  เกมกีฬาเป็นอันจบกัน มีแต่
การระดมความเพียรเท่านั้น จึงจะสามารถพา
ตนเองขึ้นไปยืนบนแท่นแห่งชัยชนะได้
       
ถ้าจะระดมความเพียร   ก่อนอื่นต้องตั้งจิตมั่น  
ใฝ่ก้าวหน้า ตั้งใจเป็นคนดี  มุ่งมั่นบากบั่น  
เด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง การตั้งจิตมั่นคือแรงขับ
เคลื่อนของความเพียร   ถ้าเราไม่อยากอารมณ์
เสีย เราจำเป็นต้องระดมความเพียร   ถ้าเราคิด
จะระดมความเพียร ก่อนอื่นเราจำเป็นต้องตั้งจิต
มั่น  คนที่มีจิตมั่นคง ไม่มีอะไรที่ทำไม่สำเร็จ