第三冊  176頁

人,對自己的喜怒哀樂,應該﹁操之在我
﹂;對自己的成敗得失,也應該﹁操之在我
﹂。人生何去何從,應該﹁操之在我﹂;
成王成寇,成聖成賢,更應該﹁操之在我
﹂!人,應該自己做自己的主人。

俗語說:﹁沒有天生的釋迦,沒有自然的彌
勒﹂,一切都要靠自己不懈的努力;只要你
奮發進取,自然會還給你一個適當的所得。

世間上,有人為了他人的一句閒話,自己就
憂愁掛念,三餐飯菜也食不下嚥;有人因為
一點不滿意的小事,自己就心情煩悶,晚上
覺也睡不安眠。像這樣的人生,苦樂都被別
人所操縱;要你歡喜,讚美你兩句好話,
要你煩惱,批評你幾句壞話,人生都活在別
人的掌握之中,豈不可悲!

相傳地獄裡的趙判官,奉閻王之命,到人間
來告知世人的陽壽還剩多少。

趙判官坐在路邊,手拿搖鈴,對著告老還鄉
的甲說:﹁你的壽命只剩下三個月;三個月
後我會到你的家中搖鈴,只要鈴聲一響,
你就要隨我的引導而亡。﹂

趙判官又再搖鈴一聲,對著經商路過的乙說
道:﹁你的壽命也是只剩三個月,三個月後
我會到你府上搖鈴,在鈴聲中,你將隨我而
亡。﹂

甲乙二人聞言,心生恐懼,忐忑不安。從此
以後,甲每日憂傷煩惱,想到自己只剩下三
個月的壽命,飯也吃不下,覺也睡不好。
每天只是看著自己所賺得的錢財發愁,手中
不斷的數著自己一生辛勞所積聚的財富,不
知如何是好!

另一方面,乙一想到自己還剩下三個月的生
命,深覺人生苦短,即使擁有萬貫家財,
於我又有何用?因此他廣行布施,到處造橋
鋪路,隨緣濟貧救困,如此一忙,竟然忘了
自我。

當三個月期限一到,趙判官依約來到甲府,
本來已因憂鬱煩惱、心神不寧,導致身體衰
弱的甲,一看到趙判官,根本鈴聲都還沒響
起,他就已經倒地而亡了。然而乙某則因為
行善布施,造福鄉里,社區感念之餘,為表
謝意,聯手贈送牌匾。一時鑼鼓喧天,熱鬧
不已,因此任憑趙判官的鈴聲再響,乙某均
未聽見,仍然自在的生活,深感為善最樂。
所以,人生的前途,得失苦樂,一切操之在
我,不由他人也!

《人間福報》二○○○年十一月二十二日


เราคือผู้บงการ เรื่องทุกข์สุขดีใจเสียใจด้วยตัว
เราเองต่อความสำเร็จหรือล้มเหลว เราก็ควรเป็น
ผู้บงการเอง ชีวิตจะไปทางใด เราคือผู้บงการเอง
จะเป็นราชาเป็นยาจก  เป็นสัตบุรุษเป็น
นักปราชญ์ เรายิ่งต้องเป็นผู้บงการเอง คนเรา 
ควรเป็นเจ้าชีวิตของตนเอง

โบราณท่านว่า  "ไม่มีใครเกิดมาก็เป็น
พระพุทธเจ้า ไม่มีใครเป็นพระอารยะโดย
ธรรมชาติ"  ทุกอย่างต้องอาศัยความวิริยะ
ของตนเอง  ขอเพียงแต่คุณพยายามบากบั่น
สู้ไป  คุณย่อมได้ในสิ่งที่ควรได้
       
ในโลกนี้  มีคนบางคนต้องตกเป็นทุกข์
ด้วยคำพูดไร้สาระของคนอื่นเพียงประโยคเดียว  
ทำให้ถึงกับกินไม่ได้ บางคนทำตัวห่อเหี่ยว
กลัดกลุ้ม นอนไม่หลับ เพราะความไม่พอใจ
ในเรื่องเล็กๆน้อยๆ   คนประเภทนี้ ชีวิตจะสุข
จะทุกข์ถูกผู้อื่นควบคุมบงการไว้หมด  ถ้าคุณ
อยากดีใจก็ชมคุณสักคำสองคำ  อยากทุกข์  
ก็วิจารณ์ว่าร้ายคุณสักหน่อย มีชีวิตอยู่ใน
กำมือของผู้อื่น  ช่างน่าเวทนาเสียจริง
       
เล่ากันว่าท่านท้าวสุวรรณในนรก  รับบัญชาจาก
ท่านยมบาลให้มาบอกคนบนโลกมนุษย์ว่ายัง
มีชีวิตเหลืออยู่อีกกี่ปี
       
ท้าวสุวรรณนั่งอยู่ริมทางเดิน  ในมือถือกระดิ่ง  
พูดกับนาย ก. ที่ปลดเกษียณเดินทางกลับ
บ้านเกิดว่า "เจ้าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ ๓ เดือน 
เมื่อครบ ๓ เดือน ข้าจะไปสั่นกระดิ่งที่บ้านเจ้า
เมื่อเจ้าได้ยินเสียงกระดิ่ง   ชีวิตเจ้าก็จะดับทันที"
ท้าวสุวรรณสั่นกระดิ่งอีกครั้ง  พูดกับนาย ข. 
พ่อค้าที่เดินทางผ่านมาว่า "เจ้าจะมีชีวิตอยู่ได้
อีกแค่ ๓ เดือนเช่นกัน   เมื่อครบ ๓ เดือน ข้าจะ
ไปสั่นกระดิ่งที่คฤหาสน์เจ้า แล้วชีวิตเจ้าก็จะดับ
ตามเสียงกระดิ่งของข้า"
       
ทั้งนาย ก. นาย ข. เมื่อได้ยินดังนั้น  เกิดความ
วิตกกังวลอยู่ไม่เป็นสุข นับแต่วันนั้นมา นาย ก.
คิดถึงแต่ว่าตนเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกสามเดือน
เท่านั้น ก็เกิดความทุกข์โศก  กินไม่ได้  นอน
ไม่หลับ ทุกวันนั่งมองเงินทองที่หามาได้ด้วย
ความเศร้าหมอง ในมือก็คิดคำนวณถึงทรัพย์
สมบัติที่ตนเก็บหาสั่งสมมาจากหยาดเหงื่อ
แรงงานชั่วชีวิต ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
       
ทางฝ่ายนาย ข. เมื่อคิดว่าตนเองจะมีชีวิตอยู่
ได้อีกสามเดือนเท่านั้นแล้ว ให้รู้สึกว่าชีวิตนี้
ช่างสั้นนัก   มีเงินทองมากมายล้นฟ้า จะมี
ประโยชน์อะไร  จึงนำไปทำบุญให้ทานเป็น
การใหญ่  สร้างถนนสะพานช่วยเหลือผู้ยากไร้
ความที่มัวแต่สาละวนอยู่กับการให้ทานจนลืม
ความทุกข์ของตัวเอง
       
เมื่อครบกำหนดสามเดือน  ท้าวสุวรรณก็มา
ที่บ้านนาย ก.ตามนัดหมาย ความที่วิตกกังวล  
จิตใจเศร้าหมองจนร่างกายอ่อนแอ  ดังนั้น
เพียงแค่เห็นหน้าโดยที่ท้าวสุวรรณยังไม่ทัน
สั่นกระดิ่ง เขาก็ล้มลงสิ้นใจไปก่อนแล้ว  ส่วน
นาย ข.  เนื่องจากได้ทำบุญให้ทาน สร้าง
ความสุขแก่ชาวบ้าน   คนในชุมชนต่างสำนึก
ในคุณความดีของเขา จึงพร้อมใจกันมอบป้าย
จารึกความดีให้   จัดริ้วขบวนแห่ ตีฆ้องร้องป่าว
เป็นที่คึกคัก  ดังนั้น ต่อให้เสียงกระดิ่งของ
ท้าวสุวรรณจะดังแค่ไหน  นาย ข. ก็ไม่ได้ยิน
จึงยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไป  อีกทั้งสำนึกได้ว่า
การทำความดีเป็นสุขที่สุด
       
ฉะนั้น  อนาคตของชีวิต  สุขทุกข์ ได้เสีย  
ทุกอย่างเราคือผู้บงการ ไม่ใช่ใครอื่นไกลที่ไหน