第九冊  204頁

世間上什麼最苦?生病最苦。生病時,即使
華屋大廈,住在裡面也不舒服;金銀財寶再
多,也不能運用;妻子家人滿堂,也不能代
替我苦;山珍海味雖然豐富,卻一點胃口也
沒有。所以英雄只怕病來磨,真是一點也不
錯。

當一個人生病的時候,如果名氣太大,探病
的人絡繹不絕,為了接待訪客,種種的辛
苦,反而加重了病情。有的普通小民,到了
生病的時候,所謂﹁久病床前無孝子﹂,
有時連兒女都避不見面,那裡還有什麼親朋
好友來探病呢?所以病床前的寂寞也是難以
排解。

佛法裡雖然鼓勵人探病,並認為八福田中,
看病第一福田。但一般說來,兒童病房裡都
有慈母走動,老人病房常常是寂靜冷清。
所以佛陀以身作則,親自為病比丘倒茶、
為病比丘洗衣服。

現在即使有人看病,但也有許多不當的探病
方式,譬如一直和病人講話,讓病人不得休
息;或者一直詢問病情,或者探病時間不適
當。有時病人才剛開過刀,他好意想要講些
笑話幫助病人減輕病苦,結果病人大笑,
反讓傷口破裂而加重病情。

有的人探病,表情嚴肅,有的人講話不當,
讓病人感傷,或者對自己的病情感到不樂
觀,產生疑慮。甚至有些人不鼓勵病患相信
醫生,反要病患相信他的秘方,自己當起蒙
古大夫,令人不知如何是好?

探病時態度要從容祥和,要面帶微笑,不要
亂報秘方,不要追問病情,也不要追問有無
其他人來訪,因為每個人只要問一次,生病
的人卻要不斷的重複回答相同的問題。

對於如何幫助病患消除病床上的寂寞,可以
送些輕鬆的書籍給病患閱讀,也可減輕病
情。但最好不要送一些不當的物品,如送糖
果給糖尿病的人,或是送花給病人造成過
敏,或是送給胃潰瘍的人牛奶等。因為各種
病情各對某些物品有禁忌,因此所送的東西
都必須謹慎選擇。

有一個董事長生病住院,公司的員工每回來
探病,為了讓董事長歡喜,便不斷的報告公
司這個月營運如何,利潤多少??董事長滿臉
無奈地說:﹁我現在不管訂單、入帳多少,
我現在只要能夠小便最要緊。﹂

佛說:﹁八福田中,看病第一福田。﹂希望
每個人都善於探病,讓病人都能得到佛法的
喜悅,得到親人的關懷,得到朋友的祝福,
得到身體的輕安。


   《人間福報》二○○二年六月二十八日


ในโลกนี้อะไรทุกข์ที่สุด?   ตอบว่า  การเจ็บป่วย
ทุกข์ที่สุด เวลาเจ็บป่วย  แม้ว่าจะอยู่ในคฤหาส
บ้านหลังใหญ่ก็ไม่มีความสุข เงินทอง ต่อให้มี
มากมายเพียงใด  ก็มีวันใช้หมด มีลูกเต็มบ้าน
หลานเต็มเมือง ก็ไม่สามารถทดแทนความทุกข์
ของเราได้ อาหารเลิศหรูราคาแพง  แต่ไม่อยาก
กินเลยสักนิด   ดังคำที่ว่ากลัวอะไรไม่เท่ากลัว
โรคภัยเบียดเบียน  ช่างพูดไม่ผิดเลยสักนิดเดียว
ยามที่คนเราเจ็บป่วย  ถ้าเป็นคนมีชื่อเสียงหน่อย
คนมาเยี่ยมไข้มีไม่ขาดสาย  ต้องลำบาก
ตรากตรำกับการต้อนรับแขก กลับทำให้ป่วย
หนักกว่าเก่า  ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งเวลา
เจ็บป่วย บางครั้งลูกเต้าก็ยังหลบเลี่ยง  ดังคำ
ที่ว่า "ยามเจ็บไข้ไร้ลูกดูแล" ลูกหลานยังไม่
อยากเหลียวแล  นับประสาอะไรกับญาติมิตร
ความเหงาความหดหู่ยามเจ็บป่วยจึงยากที่จะ
ขับไล่ให้หายไป

พุทธศาสนาสอนให้คนรู้จักไปเยี่ยมไข้  ในบุญ
กุศลทั้งแปดนั้น การเยี่ยมไข้เป็นบุญอันดับหนึ่ง  
โดยทั่วไป ห้องผู้ป่วยเด็กมักมีแม่เข้าออก
แต่ในห้องผู้ป่วยคนชรามักจะเงียบเหงาวังเวง
พระพุทธองค์ทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องนี้  
ด้วยการช่วยเช็ดตัว  เอายาใส่แผล  ซักสบงจีวร
ให้พระภิกษุที่อาพาธด้วยพระองค์เอง

เดี๋ยวนี้แม้ว่าจะมีการไปเยี่ยมไข้ แต่ก็มีวิธีการ
เยี่ยมที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก เช่นชวนผู้ป่วยสนทนา
เป็นเวลานานๆ  จนผู้ป่วยไม่ได้พักผ่อน หรือ
สอบถามอาการผู้ป่วยละเอียดถี่ยิบ  หรือไปเยี่ยม
ในเวลาที่ไม่เหมาะสม หรือผู้ป่วยที่เพิ่งผ่านการ
ผ่าตัด  ด้วยความหวังดีของคนมาเยี่ยมจึงเล่า
เรื่องตลกขำขันให้ผู้ป่วยฟัง  หวังว่าจะช่วย
ผ่อนคลายความทุกข์ แต่คนไข้หัวเราะหนัก 
แผลผ่าตัดฉีกขาดเพราะได้รับการกระทบ
กระเทือน อาการจึงหนักเข้าไปอีก ผู้เยี่ยมไข้
บางคน  ท่าทางขึงขังจริงจัง  บางคนพูดจา
ไม่ถูกกาลเทศะ ทำให้กระทบกระเทือนจิตใจ
ผู้ป่วย กลับทำให้เป็นทุกข์ วิตกกังวลกับการ
เจ็บไข้ของตนเองหนักเข้าไปอีก บางคน
ชักชวนคนไข้ไม่ให้เชื่อใจหมอแต่ให้คนไข้
เชื่อสูตรยาลับเฉพาะของตนเอง ตั้งตนเป็น
หมอเถื่อน ทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ

การเยี่ยมไข้ที่ถูกควรมีท่าทีอ่อนโยน  ใบหน้า
ยิ้มแย้ม ไม่เที่ยวให้สูตรยาลับเฉพาะ อย่าตั้ง
คำถามไล่ต้อนคนไข้ว่ามีคนมาเยี่ยมบ้างหรือไม่
เพราะทุกคนถามคำถามเดียว  แต่คนป่วยต้อง
คอยตอบไม่รู้กี่ครั้ง 
ส่วนวิธีการที่จะช่วยผู้ป่วยได้ผ่อนคลายจาก
ความเหงานั้น เราอาจมอบหนังสือเบาสมอง
สักเล่มให้อ่านก็อาจช่วยให้ผู้ป่วยคลายเหงาได้
ที่ดีที่สุดคืออย่ามอบของที่ไม่เหมาะสม  เช่น
มอบของหวานให้ผู้ป่วยเบาหวาน  หรือมอบ
ดอกไม้ให้ผู้ป่วยภูมิแพ้ หรือมอบนมสดให้
ผู้ป่วยโรคกระเพาะเป็นต้น  เพราะแต่ละโรค
แสลงอาหารต่างกัน  การจะมอบสิ่งของจึง
ต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน 

มีประธานบริษัทท่านหนึ่งล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล
ทุกครั้งที่พนักงานบริษัทไปเยี่ยมไข้   เพราะ
อยากเอาใจท่าน จึงพยายามรายงานถึงความ
คืบหน้าของผลประกอบการ  ได้ผลกำไรเท่าไร
เป็นต้น จนท่านประธานต้องพูดด้วยความ
เบื่อหน่ายว่า "ตอนนี้ผมไม่สนใจว่ามีออร์เดอร์
เท่าไหร่  มีบัญชีเข้าเท่าใด ตอนนี้ผมขอ
อย่างเดียว ขอให้ผมฉี่ออก" ทางพระท่านสอน
ว่า  "ในบุญกิริยาทั้งแปดนั้น การเยี่ยมไข้เป็น
อันดับหนึ่ง" หวังว่าทุกคนจะยินดีในการไป
เยี่ยมไข้ ให้ผู้ป่วยได้รับความปีติจากพุทธธรรม
บ้าง ได้รับการเอาใจใส่จากญาติสนิทมิตรสหาย
ให้ร่างกายได้รับการผ่อนคลาย