第九冊  72頁

人,歡喜要求別人,要你正派,要你勤勞,
要你這樣,要你那樣,他就是不曉得要求自
己。

要求別人,是靠不住的!別人有別人的擁
有,別人有別人的性格,別人總不是我。
要求別人,到了最後,也都不落實;人,
最直截了當的,就是一切事反求諸己。要求
自己,實在是人生最好的方法。

你要聰明智慧,你就要多讀書;你要事業成
功,你就要多集資、積德、結緣,事業自然
成功;你要健康,你就必須運動、保健、
注意營養,這是別人無法代替的。

你要求人緣,你要結緣;你要求發財,必須
播種布施。凡是自我希望什麼,要求別人不
一定能夠如願,要求自己,才有成功的希望。

你要學電腦,買了很多最新功能的電腦;你
希望考試金榜題名,買了很多的模擬參考
書。你自己不用功,電腦也好、參考書也
好,都不能自動的幫你解決問題。所以,
凡事求諸己,自給自助,才有人助,自己用
功、用心,才能得到多助。

黃檗禪師的﹁不著佛求、不著法求、不著僧
求,當作如是求。﹂就是要我們求助自己;
﹁自依止、法依止,莫異依止﹂,意思也是
要我們反求諸己。

自古以來的聖賢,成就不世的功勞,大部分
都是以身作則,自我要求很高,他才能成就
事業。他不把一切希望寄託在別人身上,
凡事要靠自己;萬里的路程,要靠自己邁開
腳步,別人不能代替我們走路。

禪宗有一則公案,有二個人結伴外出參學,
其中一人心生退卻,另外一人鼓勵他:﹁我
會盡力幫助你,但是有三件事我幫不上忙,
一是吃飯;二是拉屎;三是走路。﹂意思是
說,你要自己解決問題,才能一起上路。

有一隻小蝸牛,總是嫌自己背上的殼既笨
重,又不好看,牠羨慕天上的飛鳥,有天空
守護;牠羨慕地下的蚯蚓,有大地為依。
但是蝸牛媽媽告訴牠:你不靠天,也不靠
地,你要靠自己身上的殼。身上的殼雖不美
麗,雖很笨重,但卻是你自己的安全保障;
嫌棄自己,羨慕別人,那裡會成功呢?

觀世音菩薩手持念珠,他也是自己念自己,
所以凡事自我要求,才有成功的一天。︽金
剛經︾說:﹁凡所有相,皆是虛妄。﹂﹁若
人以色見我,以音聲求我,是人行邪道,
不能見如來。﹂執相而求,終是離道愈遠,
為什麼我們不向自己內心的真佛去求呢?


《人間福報》二○○二年五月十八日
คนเรา  ชอบเรียกร้องคนอื่น  เช่นว่าคุณต้อง
ถูกต้อง  คุณต้องขยัน คุณต้องอย่างนี้ คุณต้อง
อย่างนั้น  แต่เขาไม่รู้จักเรียกร้องตนเอง
การเรียกร้องคนอื่น  เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
คนอื่นมีสิ่งที่เขาต้องการ  คนอื่นมีนิสัยส่วนตัว
ของเขา คนอื่นไม่ใช่เรา การเรียกร้องคนอื่น  
เมื่อถึงที่สุดแล้ว  ก็ไม่ปรากฏผลเป็นรูปธรรม
พูดกันตามตรงคือทุกอย่างควรหันกลับมา
เรียกร้องตนเองดีกว่า

เรียกร้องตนเอง  เป็นวิธีที่ดีที่สุด คุณอยากมี
สติปัญญาหลักแหลม  คุณก็ต้องเรียนหนังสือ
คุณอยากประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน 
คุณก็ต้องสั่งสมประสบการณ์ สั่งสมคุณธรรม 
สั่งสมบุญวาสนา  ความสำเร็จย่อมมีผลตามมา
คุณอยากมีสุขภาพที่ดี  คุณก็ต้องออกกำลังกาย  
ดูแลร่างกาย ใส่ใจเรื่องอาหารการกิน  ซึ่งเรื่อง
เหล่านี้คนอื่นทำแทนไม่ได้ คุณอยากมี
กัลยาณมิตร  คุณก็ต้องมีมนุษยสัมพันธ์ คุณ
อยากร่ำรวยคุณก็ต้องทำบุญให้ทาน  ไม่ว่า
คุณอยากได้อะไร เรียกร้องคนอื่นไม่แน่ว่า
จะได้ตามที่ปรารถนา แต่ถ้าลงมือทำเองย่อมมี
ความหวังว่าจะสำเร็จ คุณอยากเรียนคอมพิวเตอร์
ก็ไปซื้อคอมพิวเตอร์มาฝึกหัด
คุณอยากสอบได้ผลคะแนนดี  ก็ไปซื้อหนังสือ
ติวสอบมากมายมาอ่าน แต่ถ้าคุณไม่ขยัน  
คอมพิวเตอร์ก็ดี  หนังสือติวเข้มก็ดี มันไม่
สามารถ ช่วยแก้ปัญหาให้คุณได้หรอก   ดังนั้น 
ทุกอย่างต้องเรียกร้องตนเอง  ช่วยตัวเองก่อน 
แล้วจึงจะมี คนช่วยตัวเองต้องตั้งใจเอาการ
เอางาน  จึงจะมีตัวช่วยมากขึ้น

คติของพระอาจารย์เซนรูปหนึ่งกล่าวว่า  "ไม่
วิงวอนพระพุทธ ไม่วิงวอนพระธรรม  ไม่วิงวอน
พระสงฆ์" ความหมายคือช่วยตัวเอง ตนแลเป็น
ที่พึ่งแห่งตน นับแต่โบราณ  นักปราชญ์ที่สร้าง
คุณประโยชน์ให้แก่โลก พวกเขาเหล่านี้ส่วนใหญ่
ได้ทำตนเป็นแบบอย่าง  ด้วยการเรียกร้องตนเอง
สูงมาก พวกเขาจึงได้ประสบความสำเร็จใน
หน้าที่การงาน ท่านจะไม่เอาความหวังไปฝากไว้
กับคนอื่น  ทุกอย่างต้องพึ่งตนเอง ระยะทาง
หมื่นลี้ ต้องอาศัยเท้าของตนเองก้าวเดินไป 
คนอื่นเดินแทนเราไม่ได้

ในนิกายเซนมีโกอานอยู่บทหนึ่งกล่าวว่า มีคน
สองคนเดินทางไปปฏิบัติซาเซนด้วยกัน  คนหนึ่ง
เกิดนึกถอดใจ อีกคนหนึ่งจึงพูดให้กำลังใจเขาว่า
 "ข้าฯจะพยายามช่วยเหลือท่าน แต่มีสามสิ่งที่
ข้าฯ ช่วยท่านไม่ได้  หนึ่งคือการฉันอาหาร 
สองการขับถ่าย สามการเดิน"  ความหมายก็คือ 
ท่านต้องแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง จึงจะเดินทาง
ไปถึงที่หมายด้วยกันได้

มีหอยทากน้อยตัวหนึ่ง มักจะบ่นว่าเปลือกหอย
ที่อยู่บนหลัง มันนั้นทั้งหนักทั้งเกะกะ ดูไม่
สวยงาม มันอิจฉาเจ้านกน้อยที่บินอยู่บน
ท้องฟ้า  มีท้องฟ้าคอยปกป้องมัน มันอิจฉา
ไส้เดือนที่อยู่ในดิน มีแผ่นดินเป็นที่พึ่ง แต่แม่
ของมันบอกกับมันว่า  "เจ้าไม่ต้องอาศัยฟ้า  ไม่ต้องอาศัยดิน เจ้าต้องอาศัยเปลือกหอย
บนตัวเอง แม้ว่าเปลือกหอยบนหลังจะไม่สวยงาม เกะกะเทอะทะ  แต่มันคือ ที่ซึ่งให้ความ
ปลอดภัยแก่เจ้า  การรังเกียจตนเองอยากได้
ของผู้อื่น  จะประสบความสำเร็จได้อย่างไร"

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรในพระหัตถ์ถือ
ลูกประคำ เพราะท่านสวดมนต์ด้วยตนเองเช่นกัน
ดังนั้นไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องพึ่งตนเอง  จึงจะ
ประสบความสำเร็จเข้าสักวัน 

ในคัมภีร์วัชรสูตรกล่าวว่า "ทุกสิ่งที่เป็นรูป  
ล้วนคือความว่างเปล่า" "ถ้าคนใช้รูปมองข้าฯ   
ใช้สรรพสำเนียงวิงวอนข้าฯ  คือคนที่เดินทางผิด 
ไม่อาจพบพระตถาคตได้" 
การวิงวอนกอดพระพุทธรูป  มีแต่ยิ่งห่างไกล
พุทธธรรม  ทำไมเราจึงไม่วิงวอนเรียกร้องพระ
ตัวจริงที่อยู่ในใจเราเองหละ?