第九冊  48頁

佛經裡有一則﹁老人國﹂的記載。有一個國
家,認為老人沒有用,就把全國的老人丟棄
在荒野山區。老人一多,他們也在那裡成立
一個獨立的小國。

有一天,不喜歡老人的這個國家收到外國使
者帶來一封國王的信函,全國上下沒有人看
得懂。本國的國王就下詔全民,如果有人能
看得懂這封書函,將有重賞。有一個大臣自
請國王容他帶著書函去訪求高明,隔天果然
就把信函的內容解說明白,並就著書函所問
難的問題,如:大象的重量如何秤得、如何
辨別母子馬、雌雄蛇如何分辨等等,一一解
答。國王很高興,問他是如何辦到的?大臣
說:這就是老人的智慧。國王終於承認自己
不尊重老人是一大錯誤。所以,老人不但可
愛,也很有可用。

現在社會上的老人,有時候不為家人喜歡,
不但是代溝的問題,老人的嘮叨,老人的固
執,老人的疾病,所謂﹁老病床前無孝子
﹂,致使老人成為社會所要拋棄的東西。
但是我們做為老人,要能夠懂得享福,當有
需要經驗傳授的時候,也要在青年晚輩歡喜
你的情況之下,千萬不能一直執著過往的方
法,讓人覺得你太過固執,致使年輕人不喜
歡你。

老人不要倚老賣老,不要老氣橫秋,不要老
而不化,不要老而固執。老人要有童心,
要有開通的性格,能夠拿得起,放得下;
老人要老而有用,老而有趣,老而有才。

老人能常保一顆赤子之心,就能返老還童,
如享有﹁台灣畢卡索﹂之稱的劉其偉,人稱
﹁老頑童﹂。老人總要有一些讓人覺得他可
愛的地方,像張大千的鬍子、于右任的枴
杖、郎靜山的照相機、李天祿的布袋戲、
陳達的﹁思想起﹂,這都是老人的可愛。

老人要有不服老的企圖心、旺盛力,要做一
個退而不休的老人,例如有的人在家含飴弄
孫,有的人到公園掃地,有的人到街上拾
荒。自己能夠安排自己的生活,不但自己活
得自在快樂,也不會造成家庭、社會的負擔。

老人也要有智慧,能夠給人一些啟示上的價
值。老人還要講究專長,例如學電腦、學英
文、學唱戲、學畫畫。老而能夠讀書、自修
、著作、修行,日子比較容易打發。

老人不是年紀,而是心境;老人不在身體,
而在心靈。如果在自己的性格上、能力上,
都能與社會有利益、有關聯。在家庭能夠﹁
老做小﹂,能夠給人歡喜,則不但不會令人
討厭,當然就能夠成為一個快樂而可愛的老
人了。


《人間福報》二○○二年五月十一日


ในคัมภีร์พุทธศาสนามีบันทึกเรื่อง "เมืองคนแก่" 
เรื่องเล่าว่า มีประเทศๆ หนึ่ง  มองว่าคนแก่ไม่มี 
ประโยชน์ จึงเอาคนแก่ในเมืองไปทิ้งไว้ในเขต
ป่าเขา เมื่อคนแก่กลุ่มนี้มีจำนวนมากขึ้น
พวกเขาจึงก่อตั้งตัวเองเป็นประเทศเล็กๆ ขึ้น
อยู่มาวันหนึ่ง ประเทศที่ไม่ชอบคนแก่นี้ได้รับ
สาสน์ฉบับหนึ่งซึ่งทูตจากประเทศหนึ่งส่งมา
แต่ไม่ใครในประเทศอ่านหนังสือในสาสน์นั้น
ออกสักคนเดียว พระราชาจึงประกาศว่า ถ้าใคร
สามารถอ่านจดหมายฉบับนี้ได้ จะมีรางวัลให้
อย่างงาม  มีขุนนางผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ขอพระบรม
ราชานุญาติให้เขานำจดหมายนั้นไปขอให้
ผู้รู้อ่าน

ในวันรุ่งขึ้นจึงสามารถอธิบายความหมายใน
จดหมายนั้นได้ พร้อมทั้งตอบคำถามที่ใน
จดหมายได้ตั้งคำถามขึ้นว่า จะชั่งน้ำหนักช้าง
ได้อย่างไร  จะแยกแยะแม่ม้าได้อย่างไร
จะรู้ได้อย่างไรว่างูตัวไหนตัวเมียตัวไหนตัวผู้
เป็นต้น พระราชามีความยินดีมาก  ทรงตรัส
ถามว่าทั้งหมดนี้รู้ได้อย่างไร ขุนนางผู้ใหญ่
ท่านนั้นตอบว่า เป็นเพราะสติปัญญาของคนแก่
นั่นเอง พระราชาจึงทรงยอมรับว่าการที่ตนเอง
ไม่เคารพคนแก่นั้นเป็นข้อผิดพลาดอย่าง
ใหญ่หลวง  ดังนั้น  คนแก่ไม่เพียงน่ารัก  แต่
ยังมีประโยชน์อีกด้วย 

คนแก่ในสังคมปัจจุบันนี้  ไม่เป็นที่ยินดีของคน
ในครอบครัวไม่ใช่ปัญหาเฉพาะที่ว่าเป็นคน
ต่างยุค ยังมีเรื่องคนแก่ขี้บ่น ดื้อรั้น เจ็บป่วย  
จึงเกิดปัญหาเช่นว่า "แก่แล้วไร้ลูกหลานดูแล"
เป็นเหตุให้คนแก่กลายเป็นสิ่งที่สังคมอยาก
ทอดทิ้ง แต่ว่าเราที่เป็นคนแก่  ต้องรู้จักหา
ความสุข ในยามที่ต้องถ่ายทอดประสบการณ์
ความรู้ ในเวลาที่เยาวชนต้องการขอความรู้
จากเรา เราก็ไม่ควรยึดถือวิธีแบบเก่าๆที่เคย
ทำมา   ทำให้เยาวชนไม่ยอมรับเรา มองว่าเรา
คร่ำครึ  ดื้อรั้นหยุดอยู่กับที่คนแก่ไม่ควรเอา
ความแก่มาขาย   อย่าถือว่าตัวอาบน้ำร้อน
มาก่อน แก่แล้วไม่ยอมปรับตัว  แก่แล้วดื้อรั้น   
คนแก่ต้องมีหัวใจเด็ก ต้องมีนิสัยที่เปิดรับ   
ยึดมั่นถือมั่นได้แต่ก็ปล่อยวางได้ แก่แล้วแต่
ยังมีประโยชน์   แก่แล้วแต่ยังน่าสนใจ  ยังมี
ความสามารถอยู่ คนแก่ที่สามารถรักษา
จิตใจที่เร่าร้อนอยู่เสมอ ก็จะสามารถกลับ
เป็นหนุ่มสาวอีกครั้ง

คนแก่ควรมีสิ่งที่ทำให้คนเห็นว่าเขายังมีส่วน
ที่น่ารักอยู่บ้าง คนแก่ต้องมีจิตใจที่ไม่ยอมแก่  
มีพลังเร่าร้อน ต้องทำตัวเป็นคนที่เกษียณ
แต่ไม่หยุดพักเช่นบางคนอยู่บ้านเป็นเพื่อน
เล่นกับหลาน   บางคนไปกวาดถนนในสวน
สาธารณะ บางคนไปเก็บขยะตามท้องถนน   
ตัวเองสามารถจัดการกับวิถีชีวิตของตนเองได้
ไม่เพียงมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข แต่ยังไม่เป็น
ภาระต่อครอบครัวและสังคมอีกด้วย คนแก่ก็
ต้องมีสติปัญญา   มีคุณค่าในการให้ข้อแนะนำ
แก่ผู้อื่นได้ คนแก่ยังต้องใส่ใจในการเรียนรู้
พิเศษ  เช่น เรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ เรียน
ภาษาอังกฤษ  เรียนร้องเพลง  เรียนวาดรูป
อายุมากแล้วแต่ยังเรียนหนังสือได้  ศึกษา
หาความรู้  เขียนหนังสือ ปฏิบัติธรรม  เวลา
ในแต่ละวันจะผ่านไปง่ายขึ้น คนแก่ไม่ใช่
อยู่ที่อายุ  แต่อยู่ที่สภาวะจิตใจ คนแก่ไม่ได้
อยู่ที่ร่างกาย  แต่อยู่ที่จิตวิญญาณ ถ้าอุปนิสัย
และความสามารถ  สร้างประโยชน์ต่อสังคมได้  
อยู่ในครอบครัว สามารถเป็นคนแก่ที่เชื่อฟัง
เหมือนเด็ก  ทำให้คนสนุกสนาน ซึ่งไม่เพียง
จะไม่เป็นที่รังเกียจของผู้คน แต่ยังเป็นคนแก่
ที่น่ารักและมีความสุขได้