第一冊  259頁

有個小男孩對著山谷大叫﹁我討厭你﹂,藉
以發洩心中的不滿,結果他驚訝的發現,周
遭的人也都討厭他。小男孩哭著把情形告訴
媽媽,媽媽安慰他,並且帶他回到山谷,要
他再叫一聲﹁我愛你﹂,結果小男孩破涕為
笑,因為他聽到四面八方的人也都告訴他:
﹁我愛你﹂。

空谷回音,這就是感應!敲鐘鐘響,敲鼓鼓
鳴,這也是感應。烏龜望蛋,孵化小龜;螟
蛉有子,蜾蠃負之,這也是感應。毒氣外
洩,襲人喪命;溫暖如電,流入心房,這也
是感應。

感應就是天地萬物、宇宙眾生之間的一種互
動、呼應。看到月圓月缺,嗟乎歲月的流
逝;目睹花開花謝,感歎世間的無常,這都
是感應。母子連心,魂牽夢縈,這也是感
應。

感應也是因緣法,感應要有因緣條件。水不
清,如何能影射景物?谷不空,如何能吞吐
聲納?人如果沒一顆清淨、感動的心,如何
能與真理相應,如何能與諸佛菩薩感應道
交?所謂﹁菩薩清涼月,常遊畢竟空;眾生
心垢淨,菩提月現前。﹂這就是感應的原
理。

生活中,一句話,就會讓人歡喜不已;一句
話,也會令人痛苦不堪,這也是感應。喊一
聲萬歲,就能獲得賞賜;罵一句昏君,也會
鋃鐺下獄,這都是有因有緣的,這也合乎緣
起法則。

經常有人問:念佛、誦經、超度,為什麼一
定會有感應?所謂﹁心誠則靈﹂,道理是一
樣的。

有個禪師正在開示﹁阿彌陀佛﹂名號的功
德,眾中有個青年不屑的反問禪師:﹁一句
﹃阿彌陀佛﹄只有四個字,怎麼有那麼大的
威力呢?﹂禪師不回答他的問題,只責備他
說﹁放屁!﹂青年一聽,怒氣沖天的指著禪
師責問:﹁你怎麼可以罵人?﹂禪師平靜的
笑道:﹁一句﹃放屁﹄才兩個字,就有這麼
大的力量,何況﹃阿彌陀佛﹄是四個字,
你說怎麼會沒有威力呢?﹂

其實,﹁有感則應﹂,日常生活中,喝茶解
渴、吃飯能飽,只要你留心,何處沒有感應
呢?


《人間福報》二○○○年六月十一日


นิทานเรื่องหนึ่งมีอยู่ว่า มีเด็กน้อยคนหนึ่งปีนขึ้น
ไปบนภูเขาสูง แล้วร้องตะโกนลงมากลางหุบเขา
ว่า "ฉันเกลียดเธอ" เพราะต้องการระบายความ
ทุกข์ ที่อัดอั้นอยู่ในใจ แต่ผลปรากฏว่า มีเสียง
สะท้อนมาจากภูเขาต่างๆรอบข้าง ว่า "ฉันเกลียด
เธอ" ทำให้เด็กน้อยตกใจร้องไห้วิ่งกลับบ้านไป
บอกแม่ แม่ของเด็กน้อยนั้นก็ลูบหัวปลอบใจ
แล้วก็จูงมือเด็กน้อยกลับไปที่ภูเขาลูกเดิม 
แม่ของเด็กน้อยก็บอกลูกว่า ให้ลูกพูดคำว่า 
"ฉันรักเธอ" เด็กน้อยก็ทำตามที่แม่บอก แล้วก็
ยิ้มออกมาได้ทั้งที่น้ำตายังไม่ทันแห้ง เพราะ
เด็กน้อยได้ยินเสียงสะท้อนกลับมาจากภูเขา
รอบข้างว่า "ฉันรักเธอ" เสียงสะท้อนจากหุบเขา
ก็คือ การตอบสนองนั่นเอง

เวลาที่เราตีระฆังระฆังก็ดัง เวลาที่เราตีกลอง
กลองก็มีเสียง หรือการที่ลูกเต่าพยายามออก
จากเปลือกไข่ หรือตัวเพลี้ยที่ชอบกัดกิน
ข้าวโพด จนกลายเป็นกาฝากที่เป็นภัย นี่ก็เป็น
การตอบสนองเช่นกัน แก๊สพิษที่รั่วไหล ทำให้
คนตายได้ ก็เป็นการตอบสนองที่มีต้นเหตุ

การตอบสนองนี้เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
ของสรรพสิ่งในโลกและจักรวาล ซึ่งทำปฏิกริยา
กัน เป็นเหตุให้ เราเห็นสิ่งต่างๆที่แตกต่างออกไป
เช่นพระจันทร์บางครั้งก็เต็มดวงบางครั้งก็ครึ่ง
เสี้ยว เป็นไปตามฤดูกาล และการที่เราเห็น
ดอกไม้บานแล้วโรยราเราจะสัมผัสถึงความ
ไม่เที่ยงที่เป็นอนิจจังของโลกสัมผัสนี้ก็เป็น
ปฏิกริยาตอบสนองของการเห็นแม้นกระทั่ง
สายสัมพันธ์ของลูกและแม่ที่ห่วงหาอาทรนั้น
ก็เป็นปฏิกริยาตอบสนองเช่นกัน

การตอบสนองนี้ก็เป็นวิถีแห่งปัจจัยอย่างหนึ่ง
เพราะการตอบสนองนั้นก็ยังต้องอยู่ในกฏเกณฑ์
ของเหตุปัจจัย อย่างเช่นว่า น้ำที่ขุ่นจะส่อง
สะท้อนให้เห็นภาพได้เช่นไร ? ถ้ำไม่มีโพรง
จะทำให้เกิดเสียงสะท้อนได้อย่างไร? มนุษย์
ถ้าปราศจากจิตใจอันบริสุทธิ์ และอ่อนโยน
จะสัมผัสและเข้าถึงสัจจธรรมได้อย่างไร?
จะสัมผัสในพระเมตตาของพระโพธสัตว์ได้
อย่างไร? 
"อันว่าพระโพธิสัตว์เย็นใจใสสะอาดดังจันทร  
จึ่งโคจรเป็นอิสระในห้วงนภา หากใจของ
เวไนย์ผ่องใสนา ดวงจันทาแห่งโพธิปรากฏ
เอย"

ในชีวิตประจำวันนั้น คำพูดเพียงคำเดียว ก็
สามารถทำให้ผู้อื่นยินดีปรีดา และคำพูด
เพียงคำเดียว ก็สามารถทำให้ผู้อื่นทุกข์ระทม
ได้เช่นกันในประวัติศาสตร์จีนมีตัวอย่าง
มากมาย เช่นว่า หากสรรเสริญฮ่องเต้ว่าขอ
จงทรงพระเจริญหมื่นๆ ปี ก็จะได้ซึ่งรางวัล
ตอบแทนแต่ถ้าต่อว่าฮ่องเต้ว่าเป็นทรราช 
ก็อาจจะต้องเสี่ยงถูกประหารชีวิตได้
เรื่องเหล่านี้ต่างก็ล้วนแล้วมีเหตุต้นผลกรรม
เป็นไปตามธรรมดาของโลกนั่นเอง
       
มักจะมีคนถามเสมอว่า ทำไมการบริกรรม
คาถา การสวดมนต์การอุทิศบุญโปรดวิญญาณ จึงมีผลตอบสนองที่คาดไม่ถึง? อันว่าเมื่อมี
ความศรัทธาจริงใจก็จะบังเกิดความศักดิ์สิทธิ์
ก็เป็นเหตุผลเดียวกันนั่นเอง

นิทานเซนเรื่องหนึ่งเล่าว่า มีอาจารย์เซนอยู่
รูปหนึ่งกำลังอธิบายถึง อานิสงค์ของการ
บริกรรมพระนามของพระอมิตาภะ ในขณะที่
บรรยายนั้นก็มีคนหนุ่มคนหนึ่งมีท่าทางจะไม่เชื่อ
ในสิ่งที่อาจารย์พูดจึงลุกขึ้นยืนถามอาจารย์ว่า
คำว่าอมิตาพุทธเพียงสี่พยางค์จะมีอิทธิฤทธิ์
จริงอย่างนั้นหรือ?
แต่อาจารย์ไม่ตอบคำถามของคนหนุ่ม แต่
กลับตะโกนด่าว่า  "ไอ้เบื้อก" เมื่อคนหนุ่มได้ยิน
ดังนั้นจึงโกรธมากแล้ววิ่งเข้าไปตะคอกใส่
อาจารย์ว่าท่านด่าคนทำไม? แต่อาจารย์กลับ
หัวเราะร่าแล้วพูดว่า คำว่า"ไอ้เบื้อก"เพียงสอง
พยางค์ก็ทำให้เจ้ามีพละกำลังขนาดนี้ แล้วคำว่า
อมิตาพุทธ ตั้งสี่พยางค์ จะไม่มีอิทธิฤทธิ์ได้
อย่างไร? ซึ่งความจริงแล้ว  "ขอเพียงมีใจก็
จะมีผลตอบสนอง" ไม่ว่าในชีวิตประจำวันเช่น 
น้ำดับกระหายได้ อาหารช่วยให้คลายหิวได้ ฉะนั้นขอเพียงเราตั้งใจไฉนเลยจะไม่ได้รับ
การตอบสนอง