第一冊  252頁

經常有人問:﹁天堂在哪裡?﹂如果你對人
間喜愛又安住,你就可以回答:﹁天堂在人
間!﹂如果你覺得人間裡,人心險惡,是非
混淆,你只覺得家庭的溫暖、家庭的可愛,
你就可以回答:﹁天堂在家裡!﹂如果你覺
得家裡的分子非常複雜,家人的意見也非常
紛歧,只有自己獨處時才能找到片刻的寧
靜,你就可以回答:﹁天堂在自己心中!﹂
如果你的心裡充滿了瞋怒怨恨、憤世嫉俗、
種種不滿,那你就很可惜了,因為你的人生
都沒有天堂,日子又怎麼好度過呢?

天堂在那裡?天堂在地獄的隔壁!
有一段趣談是這麼寫的:天堂與地獄相隔的
圍牆被颱風吹倒了,天帝與閻羅王相約各派
工程師、律師與銀行家共同成立﹁修復委員
會﹂。閻羅王因天帝久久派不出人來,終於
忍耐不住向天帝下達最後通牒,他要天帝負
起後果責任,因為天堂與地獄之間如此沒有
區隔。天帝無奈的說:﹁我天堂裡實在找不
出這許多人才來!﹂

還有一個故事:天堂與地獄的人吃飯筷子都
是三尺長,地獄裡的眾生,每當有人夾起菜
要往嘴裡送,還沒送到嘴邊,就會被左右的
人搶了吃,因此彼此怨怪,爭吵不休;天堂
裡的人,一樣用三尺長的筷子夾菜,但他們
不是往自己的嘴裡送,而是你夾給我,我夾
給你,因此你感謝我,我感謝你,彼此和樂
融融。

其實,我們每個人的心,每天都在天堂與地
獄裡不斷來回,甚至在餓鬼、畜生,乃至
在佛、菩薩等十法界中去來無數次。只要我
們慈心待人,肯為別人服務,當下就是天
堂;如果自私自利,心中充滿猜疑嫉妒,
當下就是地獄。

在世間上生活,就算身處﹁天堂﹂,如果不
能認識它的美好,天堂也會轉變成為﹁地獄
﹂;如果懂得以佛法來處理困境,轉化厄
運,那麼﹁地獄﹂也可以成為﹁天堂﹂。

︽六祖壇經︾說:﹁日用常行饒益,成道非
由施錢;菩提只向心覓,何勞向外求玄?
聽說依此修行,天堂只在目前。﹂天堂在那
裡呢?只要你有真心、善心、直心、誠心,
天堂就在你的心裡!


《人間福報》二○○○年六月九日

มักจะมีคนถามอยู่เสมอว่า "สวรรค์อยู่ที่ไหน"
ถ้าหากว่าคุณพอใจและเป็นสุขบนโลกใบนี้ คุณก็
สามารถตอบได้ว่า "สวรรค์มีอยู่ในแดนดิน"  
แต่ถ้าคุณคิดว่าในโลกนี้เต็มไปด้วย ผู้คนที่มี
จิตใจเลวทราม มีแต่เรื่องนินทาว่าร้าย แต่คุณ
รู้สึกว่ามีเพียงครอบครัวตัวเองที่อบอุ่นน่ารัก
คุณก็สามารถตอบได้ว่า "สวรรค์อยู่ในบ้าน"
แต่ถ้าหากว่าคุณรู้สึกว่าในบ้านมีแต่เรื่องวุ่นวาย
ไม่มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน มีเพียงความสงบ
ยามที่คุณได้อยู่คนเดียว คุณก็สามารถตอบได้ว่า
"สวรรค์อยู่ที่ใจ"

แต่วันใดในจิตใจอาจจะก็เต็มไปด้วย โมหะ และ
โทสะ ความอาฆาตพยาบาท ไม่เป็นสุขในโลก
ในสังคม  หรือไม่พอใจต่อเรื่องราวต่างๆ ตอนนี้
สวรรค์อยู่ที่ไหน ? สวรรค์อาจจะอยู่ข้างๆนรก !

มีนิทานขำขันอยู่เรื่องหนึ่งว่า เดิมทีนั้นสวรรค์
อยู่ข้างๆนรกซึ่งต่างก็มีรั้วกั้นแบบไม่แข็งแรง
วันหนึ่งเกิดพายุพัดเข้าใส่  รั้วจึงพัง  เจ้าแห่ง
สวรรค์และพญายม ต่างก็ตกลงกันว่าจะส่งวิศวกร  
และทนายความ อีกทั้งนายธนาคาร มาเป็น
สมาชิกสภาการบูรณะซ่อมแซม แต่เจ้าสวรรค์ก็
ไม่ได้ส่งใครมาเลยแม้แต่คนเดียว ในที่สุด
พญายมทนไม่ไหว ได้ส่งสาสน์เจรจาครั้งสุดท้าย
ไปถึงเจ้าสวรรค์ว่าเจ้าสวรรค์ต้องเป็นผู้
รับผิดชอบต่อผลร้ายที่จะตามมาภายหลัง
เพราะการไม่มีรั้วกั้นของสวรรค์และนรก
แต่เจ้าสวรรค์ก็พูดอย่างจนปัญญาว่า " ฮ้าย....
ช่างน่ารันทดใจเสียจริง ในสวรรค์ของข้าไม่มี
บุคคลากรเอาเสียเลย !"

ยังมีนิทานอีกเรื่องเล่าว่า คนในสวรรค์และนรก
นั้น เวลากินข้าวก็จะใช้ตะเกียบที่ยาวสามฟุต
เป็นอุปกรณ์ในการกิน แต่คนในนรกนั้นเวลากิน
ก็จะคีบกับข้าวเข้าปากแต่ยังไม่ทันถึงปากก็โดน
คนข้างๆ แย่งไปกินก่อนทุกทีเพราะฉะนั้นจึงมี
เรื่องวิวาทกัน แค้นเคืองกันไม่หยุดหย่อนแต่คน
ในสวรรค์นั้น เวลากินข้าวก็ใช้ตะเกียบยาว
สามฟุตเช่นเดียวกัน แต่ทุกครั้งเมื่อคีบกับข้าว
กลับไม่คีบให้ตัวเอง มักจะคีบให้คนอื่นก่อนเสมอ และต่างก็คีบให้กันไปมาอย่างมีความสุข ยังกล่าวขอบคุณซึ่งกันและกัน ช่างเป็นภาพ
อันงดงามเหลือเกิน ซึ่งจริงแล้ว ในจิตใจของ
คนเราก็มักจะวนเวียนอยู่ระหว่างนรกกับสวรรค์ 
บางครั้งก็มีจิตใจเหมือนผีเปรต สัตว์เดรัจฉาน 
แต่บางครั้งก็เหมือนพระพุทธะ และพระโพธิสัตว์ 
ซึ่งก็วนเวียนอยู่ในทศภูมินับครั้งไม่ถ้วน ขอเพียง
เรามีเมตตาธรรมต่อผู้อื่น ยินดีช่วยเหลือผู้อื่น 
ยามนั้นก็คือสวรรค์ แต่ถ้าหากว่าเราเห็นแก่ตัว 
จิตใจเต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาท 
ยามนั้นเรากำลังตกนรก 

การใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ ก็เหมือนอยู่ในสวรรค์
แต่ถ้าเราไม่รู้จักความงดงามของสวรรค์
สวรรค์แห่งนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นนรกทันที
หากว่าเรารู้จักนำพุทธธรรมมาใช้ในชีวิต
ประจำวันก็จะสามารถเปลี่ยนเรื่องร้ายให้
กลายเป็นเรื่องดีได้ เช่นนี้แล้วนรกก็กลายเป็น
สวรรค์

ในสูตรเว่ยหล่างกล่าวว่า: "การบำเพ็ญประโยชน์ควรทำในชีวิตประจำวัน
เพราะการสำเร็จธรรมหาใช่มาจากการซื้อบุญ โพธิหาได้จากที่ใจ แล้วใยค้นหาจากภายนอก
ให้ป่วยการ"  เมื่อปฏิบัติได้ดังนี้ สวรรค์ก็อยู่
เบื้องหน้า  

ฉะนั้นคำถามที่ว่าสวรรค์แท้จริงนั้นอยู่ที่ไหน ?
การที่เรามีความจริงใจ มีกุศลจิต มีใจอัน
เที่ยงตรง มีใจศรัทธา สวรรค์ก็จะอยู่ภายใน
จิตใจ