第一冊  213頁

有一隻貓,捉到一隻老鼠。老鼠對貓抗議
道:﹁你是生命,我也是生命,大家應該平
等相處,你怎麼可以吃我呢?﹂

貓一聽,沒想到老鼠也懂得平等,還要求平
等。那好,貓就告訴老鼠說:﹁我就給你吃
吧!﹂

老鼠說:﹁你是貓,那麼大,我怎麼吃你
呢?﹂
﹁你那麼小,既然不能吃我,那我就吃你
了!﹂
老鼠默然!貓說:﹁不要再抗爭了,這本來
就是很平等的嘛!﹂
平等,不是用強制的手段逼迫對方就範;
平等,應該視人如己,互易立場;平等,
應該顧及對方的尊嚴、權益。唯有人我共
尊,才能達成彼此的平等。

佛陀說:﹁四河入海,不復河名;四姓出
家,同為釋姓。﹂佛教主張﹁人人皆有佛性
﹂,這種本性上的平等,才是真平等。

不過,理上雖然﹁生佛平等﹂,事上卻有﹁
因果差別﹂。因此,從本性上說,雖然人人
皆得成佛;但在事相上,因為各人的福德因
緣不一,就有聖凡之分。所以,﹁平等性
中,絕生佛之假名;真如界裡,無自他之形
相。﹂這也是平等。

兒女與父母要求平等,認為父母為什麼一定
要坐上座?兒女要求與父母平起平坐,這是
不懂倫理,而非平等,因為平等要﹁長幼有
序﹂;屬下與長官要求平等,認為長官能,
為什麼我不能?屬下要求與長官同等待遇,
這是不懂規矩,而不是平等,因為平等要﹁
尊卑有別﹂。

真正的平等是立足點的平等,而非齊頭式的
平等。一場賽跑,每個人的起跑點都一樣,
但是槍聲一響,大家奮勇向前,各人的速度
快慢不一,彼此各憑本事爭取第一,不能要
求大家同時抵達終點,這才是真正的平等。

漁夫靠海吃海,平日捕魚維生,大家認為理
所當然;山中的樵夫捕捉鳥雀,大家卻以保
護候鳥為名而大加撻伐;難道伯勞應該保
護,烏魚就該飽人的口腹?平常社會上遇有
緊急災變,如九二一地震、梅山礦災等,
各界莫不發揮同胞之愛,紛紛施以援手,
然而這只是一時的平等,社會上更需要的
是,平時的平等。

﹁平等﹂的主張可以消弭人世間的不公平;
平等必須植基於人我互尊,要能不分大小、
不分貧富,都要互尊,才能做到自他平等。
自他、生佛、性相、事理都能平等,才能帶
來世界的和平。


《人間福報》二○○○年五月二十九日

กาลครั้งหนึ่ง มีแมวอยู่ตัวหนึ่ง กำลังจะจับหนู
ทันใดนั้นหนูก็ร้องขึ้นมาว่า "เธอเป็นสิ่งมีชีวิต 
ฉันก็เป็นสิ่งมีชีวิต เราต่างก็เป็นสิ่งมีชีวิต
ด้วยกันทั้งนั้น ควรอยู่กันอย่างเสมอภาคเท่า
เทียมกัน เจ้าจะจับเรากินได้อย่างไร มันไม่
ยุติธรรม"  เมื่อแมวได้ฟังหนูพูดถึงความ
เสมอภาคเท่าเทียมกัน และเรียกร้องความ
ยุติธรรม  แมวจึงพูดว่า "ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นเจ้า
ก็กินฉันสิ" หนูก็ตอบว่า "เจ้าเป็นแมว ตัวใหญ่
กว่าฉัน ฉันจะกินเจ้ายังไง" แมวก็พูดว่า " เจ้า
หนูตัวเล็ก ในเมื่อเจ้ากินข้าไม่ได้ ถ้าอย่างนั้น
ข้าก็กินเจ้า" เมื่อแมวพูดจบหนูก็นิ่งอึ้ง แล้วเจ้า
แมวก็พูดต่อว่า  "ไม่ต้องมาเถียงกันอีกเลย
เพราะนี่ก็คือความยุติธรรมที่สุด"
ฉะนั้นความยุติธรรม ไม่ใช่ได้มาจากการบีบ
บังคับขู่เข็นผู้อื่นให้จำยอม แต่ความยุติธรรม
นั้น ควรที่จะมาจากการเอาใจเขามาใส่ใจเรา
การเข้าใจซึ่งกันและกัน และควรที่จะคำนึงถึง
ศักดิ์ศรีและสิทธิประโยชน์ของฝ่ายตรงข้าม  
การเคารพซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย ถึงจะได้
มาซึ่งความยุติธรรม พระพุทธเจ้าตรัสสอน
ไว้ว่า "แม่น้ำใหญ่จากสี่ทิศล้วนไหลลงสู่ทะเล
น้ำนั้นไม่ยึดติดในชื่อของแม่น้ำฉันใด เหล่า
พุทธบริษัทสี่ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นศากยวงศ์
ด้วยกันฉันนั้น" ในมติของพระพุทธศาสนา
มหายานมีอยู่ว่า " ในมนุษย์ทุกผู้นามล้วนมี
พุทธจิต" พุทธจิตนี้ก็คือ ความเสมอภาคและ
คือความยุติธรรมที่แท้จริง
กระนั้นแล แม้นว่าพุทธจิตมีความเท่าเทียมกัน
แต่สิ่งที่ทำให้มนุษย์มีความแตกต่างก็คือ 
วิบากกรรมของแต่ละคน เพราะฉะนั้น แม้นว่า
เราทั้งหลายต่างก็มีศักยภาพในการสำเร็จเป็น
พระพุทธะในอนาคต แต่เนื่องจากเหตุปัจจัยและ
บุญบารมีของแต่ละคนที่สะสมไว้ในโลกนี้
แตกต่างกัน  จึงทำให้เกิดเป็นอริยะและปุถุชน  
ฉะนั้น "ในความเสมอภาคของพุทธจิต มีนามที่
แตกต่างไม่เที่ยง แต่ในสภาวะจริงที่ไร้รูป
ลักษณะ คือความเสมอภาพที่เท่าเทียม"
การที่ผู้เป็นบุตรร้องของความเสมอภาคจากผู้ที่
เป็นบุพการี เช่นว่าทำไมพ่อแม่ต้องนั่งอยู่เหนือ
ลูก  และร้องขอที่จะนั่งเท่าเทียมกับพ่อแม่
การขอร้องเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าคนคนนี้ไม่รู้หลัก
จริยธรรม เพราะความเสมอภาคนั้นต้องมีพื้นฐาน
จากความเข้าใจที่ถูกต้องในธรรมดาของโลก
เช่นต้องรู้จักว่าใครเป็นผู้ใหญ่ใครเป็นเด็ก และ
อีกตัวอย่างหนึ่งของการร้องขอความเสมอภาค
จากหัวหน้างานว่าเราต้องได้อย่างหัวหน้า
ทุกประการ หัวหน้ามีได้ทำไมเราจะมีไม่ได้? 
นี่ก็แสดงว่า ไม่เข้าใจถึงธรรมดาของโลก เพราะ
ความยุติธรรมที่แท้จริงนั้นมาจากการเข้าใจ
ในกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ
ความเสมอภาคและความยุติธรรมที่แท้จริงนั้น
อยู่บนหลักการที่ถูกต้องตามหลักจริยธรรม
มิใช่ใครคิดจะทำอะไรก็ทำ  แล้วเรียกร้องว่านี้
คือความยุติธรรม 
จะยกตัวอย่างเช่น การวิ่งแข่งขัน ผู้แข่งขัน
ต่างก็อยู่บนจุดเริ่มต้นเดียวกัน พอปืนลั่นให้ออก
วิ่ง ผู้แข่งขันต่างก็มุ่งไปสู่ข้างหน้า แต่ความเร็ว
ของการวิ่งในแต่ละคนไม่เท่ากัน ซึ่งต่างก็ต้อง
ใช้ความสามารถของตนเอง ในการที่จะไปให้ถึง
จุดหมาย นี่ก็คือ ความยุติธรรมที่แท้จริง
การที่ชาวประมงออกทะเลหาปลา เพื่อหา
เลี้ยงชีพปะทังชีวิต เราก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดา 
แต่การที่นายพรานเข้าไปจับนกในป่า กลับถูก
มองว่าผิดกฎหมายของการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า
จากสองเหตุการณ์นี้อะไรคือการอนุรักษ์คุ้มครอง
สัตว์ และอะไรคือการที่สัตว์ต้องตกเป็นเหยื่อ
ของผู้บริโภค ?
จากเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคม
เช่นภัยจากแผ่นดินไหว921ที่ไต้หวัน หรือคลื่น
ยักษ์สึนามิทางภาคใต้ของไทย คนทั้งโลกต่าง
ก็แสดงความห่วงใย และร่วมมือกันช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัย นี่ก็แสดงถึงความเป็นเพื่อนร่วมโลก
และความเสมอภาคเช่นกัน แต่ความเสมอภาค
ที่แท้จริงในสังคมนั้นคือ "ความยุติธรรมบน
ความยุติธรรม" และความยุติธรรมนั้นต้องอยู่ใน
หลักการของการแก้ไขความอยุติธรรมและอยู่
ในความเสมอภาคของความเคารพซึ่งกันและกัน
จะต้องไม่มีการแบ่งแยกว่าร่ำรวยยากจน ใหญ่
หรือเล็ก แต่ต้องเคารพซึ่งสิทธิของกันและกัน 
จึงจะได้ชื่อว่ายุติธรรมทั้งสองฝ่าย 
เพราะฉะนั้น ความเสมอภาคทั้งของเราและเขา
หรือศักยภาพของความเป็นพระพุทธะในอนาคต
ก็ดี ถ้าทุกเรื่องในโลกนี้มีความเสมอภาค 
สันติสุขก็จะเกิดขึ้นในโลก