第一冊  60頁

人是宗教的動物,人生只要有生死問題,
就一定要信仰宗教。世界上各個宗教皆有其
教義主張,﹁無常﹂是佛教的真理之一,
然而一般人因為不解無常的真義,因而心生
排拒,甚至感到害怕。其實無常很好,因為
無常,才有希望;因為無常,才有未來,
所謂﹁無常苦空,無常樂有﹂,假如世間一
切都是定型的,沒有變化,沒有生滅,老的
永遠都是老的,小的永遠都是小的,不知道
你感受如何?所以無常變化就很可貴。

當然,無常可以變好,無常也可以變壞,
但是變好變壞,都是有原因的。

無常,讓人會珍惜生命;無常,讓人會珍惜
擁有;無常,讓人會珍惜因緣;無常,讓人
會珍惜關係。

看到一朵鮮花衰殘凋謝,興起了無常的感
受;看到一粒種子展現生命力,茁壯成長,
不禁感受到無常的可貴。愚癡,因為勤讀而
能變成聰明;貧窮,因為奮鬥而能增加財
富,這都是無常的可貴之處。

       上古時代,帝王專制,人民毫無自由,
假如不是無常,而是一成不變,那裡有今日
的民主政治;過去石器時代,民智未開,
人民茹毛飲血,如果不是無常,而是一成不
變,現在不是仍然停留在文化未啟的蠻荒時
代嗎?

因為無常,因此有錢有勢的人也不必太過得
意,因為世事無常,財富為五家所共有,
名位更是朝夕萬變,甚至身體健康也都是生
滅無常,如少水魚,不值得太過貪執,反而
要以無常為戒,應該做的事,要及早成辦。

       無常是宇宙中最自然不過的現象,因此
古來多少文人雅士莫不為文作賦感悟無常。
例如誦讀︽瑜珈燄口︾中的﹁將軍戰馬今何
在,野草閑花滿地愁﹂,不禁令人生起了無
常之感;朗誦荊軻的﹁風蕭蕭兮易水寒,
壯士一去兮不復還﹂,不禁令人生起悲壯犧
牲的雄心。無常苦空雖為人生實相,但在無
常之中吾人皆有一顆不變的真心,若能證悟
真理,超越無常,則能在無常之中找出自己
的出路,是時任性逍遙,心安理得,豈不快
哉!


《人間福報》二○○○年四月九日

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีศาสนา เพราะชีวิตมนุษย์
นั้นมีปัญหาในเรื่องของการเกิดตาย ซึ่งจะนำไป
สู่ความเชื่อในเรื่องของศาสนา  และศาสนาทุก
ศาสนาในโลกนี้ ก็ล้วนแล้วแต่สอนและเน้นใน
เรื่องนี้ด้วยกันทั้งนั้น 

อนิจจังเป็นสัจจธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา 
คนทั่วไปมักจะไม่เข้าใจในความหมายที่แท้จริง
ของ อนิจจัง จึงเป็นเหตุให้เกิดความสับสนและ
ยากที่จะทำใจให้ยอมรับได้ทำให้รู้สึกหวาดกลัว
ต่อคำคำนี้แท้จริงแล้ว อนิจจัง เป็นเรื่องที่ดี
เพราะมีอนิจจังหรือความไม่เที่ยงนี้ จึงมีซึ่ง
ความหวัง เพราะความไม่เที่ยงนี้ จึงจะมีซึ่ง
อนาคต มีคำพูดที่ว่า "อนิจจังคือความทุกข์ที่
ว่างเปล่า  และคือความสุขที่มีอยู่ "

ถ้าหากว่าทุกเรื่องในโลกนี้ได้ถูกกำหนดตายตัว 
ไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดใด แม้นกระทั่งการเกิด
และตาย  ความแก่เป็นอย่างไรก็เป็นอยู่อย่างนั้น
เด็กก็เป็นเด็กตลอดกาล ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วเรา
จะรู้สึกอย่างไร? เพราะฉะนั้นอนิจจังจึงเป็นสิ่ง
ที่ล้ำค่ามากและแน่นอนว่า อนิจจังความไม่เที่ยง
นี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
และไม่ดี แต่การที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
หรือไม่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยต่างๆ

เหตุเพราะความไม่เที่ยงนี้จึงทำให้มนุษย์รักชีวิต
ของตนเอง และรักในสิ่งที่ตนเป็นเจ้าของ  
ทะนุทะนอมสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตนรวมทั้ง
ความสัมพันธ์ในทุกๆ ด้าน ในยามที่เราเห็น
ดอกไม้ที่กำลังเหี่ยวแห้งและโรยรา สะท้อนให้
เข้าใจในเรื่องของความไม่เที่ยง และเมื่อยามที่
เราเห็นเมล็ดพืชที่กำลังจะแตกหน่อหรือความ
เจริญงอกงามอยู่นั้น ก็จะทำให้เรารู้สึกถึงความ
ล้ำค่าของอนิจจัง ความพากเพียรในการ
เล่าเรียนศึกษาก็สามารถเปลี่ยนคนโง่ให้เป็น
คนฉลาดได้ ความขยันหมั่นเพียรในการงาน  
ก็เปลี่ยนจากความจนเป็นความร่ำรวยได้

สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคุณค่าของ อนิจจัง
ในอดีตมีการปกครองแบบมีพระมหากษัตริย์เป็น
ประมุข ราษฎรไม่สิทธิ์ในการเมืองการปกครอง
ใดๆ ถ้าหากว่าไม่มีซึ่งอนิจจังแล้วนั้น ก็จะไม่มี
ซึ่งความเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็จะไม่มีระบบ
ประชาธิปไตยในวันนี้  ในอดีตยุคหิน มนุษย์ใน
ยุคนั้น ยังป่าเถื่อนไม่เจริญ  ถ้าไม่มีซึ่งความ
ไม่เที่ยง เราก็คงมีชีวิตอยู่อย่างไม่มีวัฒนธรรม
ความเจริญต่อไป ด้วยว่าเราทั้งหลายที่อยู่ในโลก
แห่งความไม่เที่ยงนี้ ฉะนั้นยามที่เรามีเงินทอง
มีอำนาจก็จงอย่าได้ลำพองใจ เพราะการมีทรัพย์
สมบัติและยศฐาบรรดาศักดิ์นั้นเป็นสิ่งไม่เที่ยง แม้นกระทั่งเรื่องของกายสังขารของตัวเอง
ก็ไม่เที่ยงเช่นเดียวกัน ชีวิตเปรียบเหมือนปลาใน
น้ำน้อย พึงอย่าได้ยึดติดมากนัก แต่ควรให้
อนิจจังเป็นเรื่องเตือนสติตน  ให้ทำในสิ่งที่ควร
ทำมีสติเตรียมพร้อมในการกระทำ 

อนิจจังเป็นธรรมชาติของจักรวาล ด้วยเหตุนี้
นักปราชญ์ในทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่โบราณกาลมา
ก็มักจะแต่งบทความที่สะท้อนในเรื่องของ
อนิจจัง 

จะขอยกตัวอย่างในบทสวดของพิธีโยคาตันตระ
บทหนึ่งที่ว่า "ม้าศึกแม่ทัพกล้าอยู่หนใด ใยเหลือ
เพียงหย่อมหญ้าน่าเศร้าใจ" จะเห็นได้ว่าเป็นบท
ที่พรรณาถึงความไม่เที่ยง ยังมีบทกวีของจีนอีก
บทที่กล่าวถึง  "ลมเหมันต์โชยพัดให้หนาวจิต
คนใกล้ชิดผู้แกล้วกล้าไม่หวนคืน" ทำให้เรา
สัมผัสได้ถึงการหวนรำลึกถึงผู้กล้าทั้งหลาย

ถึงแม้นว่าความไม่เที่ยงเป็นทุกข์และเป็น
ความจริงของชีวิตมนุษย์ แต่ในท่ามกลางความ
ไม่เที่ยงนี้ เราทั้งหลายต่างก็มีจิตใจ ในการที่จะรู้
เท่าทัน และเข้าใจในสัจธรรมต่างๆ ได้ การรู้
เท่าทันเช่นนี้จึงเป็นหนทางที่จะทำให้เราเป็น
อิสระ และมีความสุขสงบได้