第一冊  45頁

社會上,多少人慈悲為善,救助傷殘,我給
予隨喜贊助;社會上,多少人勵精圖治,
建設功業,我給予隨喜讚美。﹁隨喜﹂真是
美好而有德的行為。

做好事,說好話,我雖然沒有能力為之,
但是你做了,你說了好話,做了好事,我很
歡喜,我﹁隨喜﹂讚歎,佛說:果能如此,
其功德與親自去做沒有分別;可見﹁隨喜﹂
在為人處世之道上的重要。

遺憾的是,現在的社會,有﹁隨喜﹂美德的
人畢竟太少了,大部分的人都是幸災樂禍,
不肯隨喜的居多。例如,你有錢而資助傷殘
孤老,他批評你所做的只是﹁九牛一毛﹂;
你經濟拮据,但對善事也贊助若干,他說你
﹁打腫臉充胖子﹂。整個社會因為沒有養成
﹁隨喜﹂的習慣,到處任意批評、肆意踐
踏,這樣的社會那裡有好人好事呢?

這個社會,你好、你善、你大、你富,我嫉
妒你;你貧、你窮、你笨、你愚,我看不起
你。你不行善;我來行善,你批評我不是;
我待人慈悲,你不慈悲;你說我慈悲不夠。
任憑你怎麼做,他都要中傷、批評,令人不
禁想問:你希望這個世界,你不行,他不
行,大家都不行,難道要大家同歸於盡嗎?

國家復興,社會進步,端賴吾人養成﹁隨喜
﹂的性格。你要競選民代,為眾服務,我樂
於隨喜投你一票;你興辦功業,救助弱小,
我樂於隨喜贊助;你辦報紙,我隨喜訂閱;
他辦電台,我隨喜收看;你修橋補路,我隨
喜充當義工,共成善舉;他恤孤濟貧,我隨
喜給予宣揚,成就好事。﹁隨喜﹂的世界,
無比美好。

因此,希望今後的社會大眾,大家都能隨喜
說好話、做好事,對於善事義舉都能隨喜參
加、熱心擁護。如果整個社會大眾都能養成
隨喜的性格,國家豈不是一片祥和,豈不是
人民之福!


《人間福報》二○○○年四月四日

ในสังคม  มีผู้คนมากมายได้สร้างกุศลด้วย
ความเมตตากรุณา ช่วยเหลืออนุเคราะห์
ผู้ยากไร้ ข้าพเจ้าขออนุโมทนาสาธุ,และมี
ผู้คนมากมายที่ขยันหมั่นเพียรในการก่อร่าง
สร้างตัว

ข้าพเจ้าขออนุโมทนาสาธุ การกล่าวอนุโมทนา
นั้นเป็นสิ่งที่ดีงาม และเป็นกิริยาอันงดงาม 
การทำความดี และการพูดจาดีนั้น ถึงแม้ตัวเรา
จะไม่สามารถทำได้ดีอย่างเพียบพร้อม แต่ทว่า
การที่เห็น ผู้อื่นทำความดี  พูดในสิ่งดี แล้วเรา
พลอยยินดีอนุโมทนากับเขา

ดังที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้
ว่า "บุญกุศลแห่งการอนุโมทนาสาธุต่อผู้ที่
ทำความดีนั้น มิได้แตกต่างกับการทำดีด้วย
ตนเอง "
 เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการพลอย
ยินดีกับผู้อื่นเป็นสิ่งที่สำคัญในการผูกมิตร
ไมตรี

สิ่งที่น่าเสียดายคือ  ในสังคมปัจจุบันคนที่นิยม
ยินดีกับผู้อื่นมีจำนวนน้อยมากคนส่วนใหญ่มัก
ดีใจที่เห็นผู้อื่นประสบภัย และไม่ยินดียินร้าย
ต่อความทุกข์ของผู้อื่น บ้างก็กล่าววาจาเสียดสี
ยกตัวอย่างเช่น  "คนบางคนเห็นผู้อื่นเขาบริจาค
เงินทองช่วยเหลือคนพิการหรือสงเคราะห์เด็ก
กำพร้าและคนชรา ก็จะเหน็บแนมการกระทำ
ของเขาว่า แค่นี้นะหรือ! ขนหน้าแข้งไม่ร่วง
หรอก" และบางคนเมื่อเห็นผู้อื่นที่ไม่ใช่คน
ร่ำรวยมีฐานะ แต่เขาก็ทำบุญตาม ฐานะที่จะ
อำนวย ก็ไปตำหนิเขาว่า " ไม่เจียมตัว "
เพราะฉะนั้นถ้าสังคมนี้ไม่มีการพลอยยินดี
ในการทำความดีของผู้อื่น หากมีแต่การตำหนิ
ติเตียนตามอำเภอใจ หรือจงใจเยียบย่ำผู้อื่น
สังคมเช่นนี้จะมีคนดีและเรื่องราวดี ๆได้อย่างไร?

ในสังคมนี้  มีมักแต่ความอิจฉาเมื่อเห็น ผู้อื่นได้ดี
มีเมตตาหรือยิ่งใหญ่ ร่ำรวยกว่าและมากไปด้วย
การดูหมิ่นดูแคลนเมื่อเห็นผู้อื่นเขาตกยาก อับจน
หรือโง่เขลา ยามที่เห็นผู้อื่นเขาทำบุญ แต่ตัวเอง
ไม่ทำแต่กลับไปว่ากล่าวเขาในทางที่ไม่ดี  
คนเหล่านี้มักจะคอยเปรียบเทียบใส่ร้ายป้ายสี 
ติฉินนินทาว่ากล่าวผู้อื่นอยู่เสมอ บางครั้งก็อยาก
จะถามเหมือนกันว่า เราอยากเห็นโลกใบนี้  มีแต่
เรื่องไม่ดี คนนั้นไม่ดี คนนี้ไม่ดี ทุกคนต่างไม่ดี 
หายสาบสูญไปพร้อมกันอย่างนั้นหรือ

การเป็นอารยประเทศ หรือสังคมที่เจริญแล้วนั้น
ควรจะเป็นคนที่ถูกฝึกให้เจริญและ พลอยยินดี
เมื่อเห็นผู้อื่นทำดี ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม 
อย่างเช่นเรายินดีที่จะเลือกคนดีเข้าสภาเรายินดี
ในการกุศลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย เรายินดี
ที่จะสนับสนุนในกิจการงานที่ดี เมื่อเห็นผู้อื่น
เขาซ่อมสะพาน สร้างถนนให้ เราก็ยินดีเป็น
อาสาสมัคร ร่วมกันสร้างบุญ สร้างกุศล เขา
สงเคราะห์เด็กกำพร้าช่วยเหลือคนยากจน  เรา
ก็ยินดีที่จะประกาศคุณงามความดีของเขา 
อย่างนี้แล้วก็จะมีแต่เรื่องดีๆ โลกแห่งความยินดี 
ก็จะเป็นโลกที่วิเศษงดงาม

ดังนั้น หวังว่าสังคมในอนาคต ทุกคนต่าง
อนุโมทนาแสดงความยินดีใน การทำความดี
ของผู้อื่น และพูดดี ทำดี สนับสนุนการกุศล
ด้วยใจจริง ถ้าคนในสังคมนี้ ต่างนิยมยินดี
ซึ่งกันและกันเช่นนี้แล้ว ประเทศชาติย่อมมีแต่
ความมั่นคง สงบสุข เราทั้งหลายก็จะอยู่กัน
อย่างร่มเย็นเป็นสุข