เกิดเป็นคนควรหมั่นทำบุญให้เป็นทาน เมื่อขยันหว่านพืชย่อมได้ผลเก็บเกี่ยว คนส่วนใหญ่
อยากร่ำรวย มีโชคลาภ แต่ไม่เคยหว่านเมล็ดพันธุ์ ไม่เคยให้ทาน จะมีโชคลาภได้อย่างไร

                บุญบำเพ็ญ อยู่ในรัตนตรัย
                ถ้าหวังรวย ต้องถึงพร้อมด้วยบุญวาสนา จึงควรบำเพ็ญบุญให้ทาน บ่มเพาะสร้างบุญ
เสียก่อน
                เนื้อนาบุญมีสองประเภท ประเภทหนึ่งคือ ความเคารพ เช่น บิดา มารดา ครูอาจารย์
คือรัตนตรัย ที่เราควรจะเคารพท่าน ทำการหว่านเพาะในนาบุญแห่งความเคารพ ถนอมรักษาบุญนี้
ให้ดีื         ประเภทที่สองคือ กรุณา คือการให้ทาน สงเคราะห์ช่วยเหลือ เอื้ออาทรสรรพสัตว์หรือ
ผู้ตกทุกข์ได้ยาก เป็นการบ่มเพาะบุญบารมี ในผืนนาแห่งความเมตตากรุณา

                ให้ทานอัฐหนึ่ง ได้คืนนับหมื่นอัฐ
                อย่าคิดว่าให้ทาน ให้เงินเพียงนิดหน่อย เศษเงินเล็กๆ น้อยๆ แต่การให้เล็กน้อย ก็ให้
ผลเกี่ยวกับนับหมื่นนับพันได้เช่นกัน
                ในคัมภีร์พระศาสนากล่าวว่า ต้นนิโครธหรือต้นไทร เมล็ดพันธุ์เล็กๆ ของมันเพียงเม็ด
เดียว แต่เมื่อเพาะปลูกลงดิน มันสามารถเติบใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่หลายสิบวา ผลิดอกออก
ผลเต็มต้น เก็บเกี่ยวได้สมใจไม่รู้สิ้น
                เหมือนปลูกต้นแอ๊ปเปิ้ล มะม่วง แม้จะใช้เมล็ดพันธุ์เพียงเม็ดเดียว พอเติบใหญ่แผ่กิ่ง
ก้านสาขาให้ร่มเงา แถมยังมีผลดกให้เก็บกินอีก 

               ไม่เชื่อดูแต่พระเจ้าเหลียงอู๋ตี้ เคยให้ทานหมวกฟางครองแผ่นดิน
                จักรพรรดิเหลียงอู่ตี้ ทรงได้รับสมญานามว่า "พระเจ้าอโศกจีน" ในอดีตพระองค์ทรง
เป็นชายตัดฟืนมาก่อน ขณะที่พระองค์หาบฟืนกลับบ้าน ระหว่างทางเห็นรุปปั้นแกะสลักพระ
กษิติครรภโพธิสัตว์วางอยู่ข้างทาง ต้องตากแดดตากฝนเป็นที่เวทนา พระองค์เกิดจิตศรัทธาจึง
เอาหมวกฟางของตัวเอง ใส่ให้กับรูปปั้นพระกษิติครรภโพธิสัตว์ ด้วยทานบารมีเล็กน้อยที่ได้ทำไป
ค่อยๆ สั่งสมเป็นวิบากผลให้ท่านได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าเหลียงอู่ตี้ในการต่อมา 
                จึงมีคำกล่าวว่า คนปัจจุบันไม่ค่อยชอบหว่านเมล็ดพันธุ์ อยากได้โดยไม่ต้องลงแรง ไม่
ลงทุนลงแรง ไม่ยอมเหน็ดเหนื่อย เอาผลที่ไหนเก็บเกี่ยว ต้องการเก็บเกี่ยวอะไร ก็ควรลงแรง
หว่านไถเสียก่อน 

                โบราณท่านว่า "ทองคำไหลไปตามน้ำไหล ต้องตื่นแต่เช้าจึงจะร่อนมันขึ้นมาได้ 
ไม่เพียรเพาะหว่าน ไม่มีทางได้ผลเก็บเกี่ยว"