พระองค์ทรงตรัสได้ถูกต้องทีเดียวว่า เราทุกคนมีใครบ้างที่รู้ว่าตัวเองมาจากไหน? เรา
เป็นใคร? ก่อนที่พ่อแม่จะให้กำเนิดเรามา..

               ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยองค์ประชุมของธาตุ ๔ ขันธ์ ๕ ถ้าองค์ประชุมแตกสลาย
ก็กลายเป็นคนอีกคนหนึ่ง เป็นชีวิตที่เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพภูมิคติ ๖
               ขาดคติแนวทางแล้วก็หลงลืมตัวเอง จะรู้อะไรเมื่ออยู่ในครรภ์มารดา พ่อแม่ให้กำเนิด
เรามาแล้ว เราเป็นใครรู้ไม่? เราต่างเป็นประเภทเกิดมาดีใจ ตายไปเสียใจ แต่อะไรคือความทุกข์
เศร้าที่แท้จริง? อะไรคือความปีติยินดีที่แท้จริงกันล่ะ?

               ดังมีพระอาจารย์เซนรูปหนึ่ง ไปบิณฑบาตที่บ้านอุบาสกท่านหนึ่ง พอดีบ้านนั้นเพิ่งให้
กำเนิดบุตรชาย ผู้คนมากมายมาอวยพร เสียงแสดงความยินดีดังไม่ขาดสาย บรรยากาศชื่นมื่น
ยิ่งนัก แต่พระอาจารย์เซนกลับยืนร้องไห้โฮอยู่หน้าบ้าน เจ้าของบ้านถามด้วยความประหลาดใจ
ว่า "บ้านข้า มีลูกหลานเพิ่มขึ้น ทุกคนต่างมาแสดงความยินดีกับข้า ไฉนท่านอาจารย์กลับมา
ร้องไห้ฟูมฟายเช่นนี้?"

               พระอาจารย์เซน ตอบว่า "ที่อาตมาร้องไห้มิใช่อะไร แต่เศร้าเพราะบ้านท่านจะมีคนตาย
เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน"

               การเกิด มาจากการตาย ถ้าไม่มีเกิด ก็ไม่ต้องมีตาย เมื่อมีเกิดจึงต้องมีตาย

               ตู้ฝู่ กวีเอกราชวงศ์ เคยแต่งบทกวีไว้ว่า 
                "น้ำเหล้าหาได้ทุกหนแห่ง ชีวิตคนเจ็ดสิบมีไม่มาก" ผู้คนชนรุ่นหลัง นอกจากรู้สึก
สะท้อนใจต่อชีวิตที่ไม่ยืนยาวแล้ว บางคนถึงกับพูดแบบสนุกว่า ข้าอายุเจ็ดสิบไม่น่าแปลก สิบปี
แรกคือวัยเยาว์ สิบปีสุดท้ายเฒ่าชรา ช่วงตรงกลางมีแค่ห้าสิบปี ครึ่งหนึ่งผ่านไปด้วยเป็นเวลา
กลางคืน นอนหลับพักผ่อน นับไปนับมาเหลือจริงๆ มีแค่ยี่สิบห้าปี แล้วยี่สิบห้าปีนี้หมดไปกับ
การวิ่งเต้นหาเช้ากินค่ำ วุ่นวายอยู่กับความทุกข์ใจ ความวิตกกังวลไม่รู้เท่าใด

               คนปัจจุบันมีอายุยืนยาวถึงหนึ่งร้อยยี่สิบปี แต่ช่วงเวลาอันสุดประมาณในจักรวาลนี้
อายุร้อยยี่สิบปีก็เป็นเวลาผ่านไปเพียงชั่วพริบตาเดียว นับประสาอะไรกับคนปกติทั่วไปที่อายุ
ไม่ถึงร้อยปี คนบางคนมืดค่ำหลับนอน ปิดตามืดมิด ชั่วอึดใจไม่หายใจ ก็ไปไม่กลับหลับไม่ตื่น

              ความยินดีกับการเกิด ความทุกข์โศกกับการตาย เป็นอารมณ์ปกติของปุถุชน แต่คนที่
มีสติปัญญา จะไม่ปล่อยให้ชีวิตอันมีค่านี้ ผ่านเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่ปล่อยชีวิตจมปลัก
อยู่ในความฝัน 

              ดังนั้นเราต้องเตือนสติตัวเอง ให้รู้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือ อวิชชาหรือความหลง ต้อง
ตระหนักรู้ถึงชีวิตและความตาย...