ดอกพิกุล ยามที่ผลิดอกเบ่งบานเต็มกิ่งก้าน มันดูช่างเหมือนจริง ขณะเดียวกันก็ดูเหมือน
ภาพลวงตา เด็ดช่อดอกมาถวายพระก็ได้ หรือจะประดับสวยงามก็ดีิ ดอกไม้เป็นความจริง เป็น
ความงาม เป็นความดี ดอกไม้เป็นตัวแทนแห่งความดีงามจริงแท้ มองแล้วทำให้สลัดกิเลสตัณหา
ในตัวออกไปได้ โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
            ในครั้งพุทธกาล ขณะที่พระศาสดา ทางแสดงธรรมแก่พุทธสาวกบนเขาคิชกูฏ พระองค์
ทรงหยิบดอกบัวถือในพระหัตถ์ แสดงต่อปวงพุทธบริษัท พระมหากัสสปเถระแย้มยิ้มเมื่อเห็น
ดอกบัวในพระหัตถ์ ของพพระศาสดา จิตของท่านเป็นหนึ่งเดียวกับพระศาสดาแล้ว พระพุทธองค์
จึงทรงตรัสว่า "เรามีธรรมจักษุ นิพพานจิตรอันวิัจิตร ความริงอันไร้รูป ธรรมอันวิจิตรในพุทธศาสนา
ไม่มีตราอักษร คือหลักพุทธธรรมอันจริงแท้ ไม่มีอื่นใด กัสสปเธอจงจำไว้"


            ดังนั้นพระมหากัสสปเถระจึงเป็นผู้สืบทอดพระสัจธรรมของพระตถาคต เพราะเผยยิ้มเมื่อ
เห็นดอกบัวในพระหัตถ์ของพระพุทธองค์ในที่ประชุมสงฆ์บนเขาคิชกูฎ
            พระองค์ทรงแสดงธรรมผ่านดอกบัว หากมองอย่างอารมณ์ขัน ในอีกนัยหนึ่งก็ได้ว่า 
"พระตถาคตคือคนขายดอกไม้" 

             การวางตัวในสังคม เราอาจทำตัวเป็นดอกไม้ในบางครั้งก็ได้ เพื่อให้คนได้ชื่นชม ได้
สูดกลิ่นหอม ให้พลังจิตคงมั่น ให้ความงาม กลัวแต่คนจะทำตัวเหมือนหนามแหลม ที่เจอใครก็
คอยทิ่มแทงทำให้ร้ายคน สร้างปัญหาสร้างความเลวร้าย

            คนในสำนักโฝวกวงซัน มีคติในการทำงานว่า
            "ให้คนเชื่อมั่น ให้คนมีปกติยินดี ให้คนมีความหวัง ให้คนสะดวกสบาย" 

            การอยูร่วมกับคนในสังคม อย่าไปทำร้าย ทำให้คนผิดหวัง อย่าทำให้คนท้อแท้ใจ อย่า
ทำให้คนโกรธ อย่าทำให้คนลำบากใจ 
            แต่การให้คนปิติ ยินดี ให้คนเชื่อมั่น ให้คนมีความหวัง ให้คนสะดวกสบาย นี่คือความงาม
เป็นที่สุด
            โศลกบทนี้เตือนสติเราให้วางตัว เหมือนดอกบัวบนเขาคิชกูฏดอกนั้น คือทำให้คนเกิดปีติ
            เซน คือดอกไม้ดอกหนึ่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปด้วย ความปีติรื่นรมย์...